ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ถือได้ว่าเป็นดีลน่าสนใจเลยระหว่าง Samsung Electronics กับ Harman International Industries ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนซัมซุงได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการของฮาร์แมน เพื่อจะปูทางเข้าสื่อธุรกิจระบบเสียงอันเลื่องชื่อในทั่วโลก, โซลูชั่นเกี่ยวกับระบบการติดต่อสื่อสารกับรถยนต์ หรือ Connected Car หรือแม้แต่ว่า การได้ครอบครองบริษัทในเครือที่มีกลุ่มธุรกิจอย่างกว้างขวาง นั่นทำให้ซัมซุงคาดการณ์เข้าซื้อครั้งนี้ยังไงก็ได้ผลประโยชน์ในระยะยาว ลองมาดูกันว่าทั้งลูกค้าเอง และตัวซัมซุงจะได้ประโยชน์อย่างไร

Harman คือใคร Samsung จะได้ประโยชน์อย่างไรจากการเข้าซื้อครั้งนี้

ต้องบอกว่าฮาร์แมนมีบริษัทชั้นนำภายในเครืออยู่มาก ซึ่งที่ขึ้นชื่อและรู้จักกันเป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้น Harman Kondon, JBL, AKG เป็นต้น อย่างไรก็ตามธุรกิจหลักของบริษัทแม่จะเน้นโซลูชั่นด้านยานยนต์เป็นหลัก โดยก็คิดรายได้ประมาณ 65% จากรายได้ทั้งหมด นับรายได้ตลอดระยะเวลา 12 เดือน จนถึงเดือนกันยายน 2016 มูลค่ากว่า $7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะยังมีรายการสั่งซื้อในอนาคตอีกประมาณ $24 พันล้านเหรียญสหรัฐ (นับรายการสั่งซื้อถึงเดือนมิถุนายน 2016) จึงสามารถสะท้อนได้ว่า Harman กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับ Harman ต้องบอกว่ามีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจอย่างยิ่ง สังเกตได้จากการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแบรนด์สินค้าระดับโลกต่างไว้ใจให้เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมธุรกิจหลากหลายไหนจะประสบการณ์, สิทธิบัตร, บุคลากร, ความมีชื่อเสียงของแบรนด์, มีเทคโนโลยี, ผลิตภัณฑ์, โซลูชั่นที่ให้บริการอยู่ และ Supplier จึงเป็นประเด็นที่ทำให้ Samsung ตัดสินใจเข้าซื้อ เพื่อปูทางเข้าสู่ด้านยานยนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และก็กลายเป็นความสมาร์ทและจะสามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกับโทรศัพท์มือถือในอดีตที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นสมาร์ทโฟน

รวมถึงระบบเสียงต่างๆ ช่วยตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ทั้งหลายดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันด้วย ถึงขนาดที่รองประธาน Oh-Hyun Kwon ระบุเลยว่าคุ้มค่ามากกับราคาเท่านี้

สรุปการซื้อขาย Samsung จ่ายไปเท่าใด กระบวนการเข้าซื้อเสร็จสิ้นตอนไหน

ต้องบอกว่าเป็นดีลครั้งใหญ่ของ Samsung เลยทีเดียว และหากจะบอกว่าใจถึงก็คงไม่ผิด เพราะให้ราคาสูงมาก เปรียบได้ว่าเข้าซื้อครั้งนี้ต้องสำเร็จในครั้งเดียวเนื่องจากไม่มีข่าวลือใดปรากฏให้เห็นเลย มิเช่นนั้นอาจทำให้บริษัทอื่นจับไต๋ และกระโดดเข้ามาร่วมแจม ส่งผลให้กลายเป็นอุปสรรคได้ 

ส่วนการซื้อซัมซุงได้ตัดสินใจจ่ายเงินซื้อหุ้นจำนวน $112.00 ต่อหุ้น จากจำนวนจริงที่ปิดตลาดเมื่อวานคือ $87.65 คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ $8 พันล้านเหรียญสหรัฐ กระบวนการซื้อขายคาดเสร็จสิ้นตอนกลางปี 2017 เพราะต้องได้รับอนุมัติเงื่อนไขต่างๆ จากผู้ถือหุ้นใน HARMAN และคณะกรรมการของทั้งสองบริษัทอย่างเอกฉันท์

มีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับ Harman บ้าง หลังจากการเข้าซื้อครั้งนี้

Samsung ระบุว่านาย Dinesh Paliwal จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารของ Harman ต่อไป เช่นเดียวกับทีมงานและทำงานแยกกับซัมซุง ไม่ต้องขึ้นหรือถูกกำกับการบริหารงานภายใต้ซัมซุงแต่อย่างใด และยังระบุอีกว่าการร่วมกันทำงานในครั้งนี้จะเป็นเพิ่มการพัฒนาในอาชีพและโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานของพนักงานทั้งสองบริษัท

อย่างไรก็ดีหน่วยงานกลุ่มธุรกิจยานยนต์ที่ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม ปี 2015 ก็จะถูกย้ายไปทำงานร่วมกับทีมของ HARMAN อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ทจะทำให้เติบโตในระยะยาว

 

มีโอกาสเป็นไปได้ไหมสมาร์ทโฟนจาก Samsung มีระบบเสียง Harman Kardon หรือ JBL

เป็นไปได้ครับ อย่างที่เราเห็น Samsung ทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร มีอะไรในบริษัทก็ยัดเข้ามาเป็นจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพื่อสร้างจุดขายและความได้เปรียบทางการค้า โดยคาดว่าในซีรีย์ S กับ Note น่าจะมีอย่างแน่นอน แต่ซีรีย์อื่นๆ คงต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่จะนำระบบเสียงอันเลื่องชื่อของทั้งสอง มาชูโรงในลำโพงของสมาร์ทโฟนอาจเป็นช่วงปีคริสต์ศักราช 2018 ส่วนจะใช่ Galaxy S9 หรือไม่ รอลุ้นกันครับ

ลูกค้าได้ประโยชน์อะไร

Samsung คาดหวังว่าจากการร่วมมือกันในครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองบริษัทมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถมอบผลประโยชน์ให้กับลูกค้า ด้วยเทคโนโลยีสมบูรณ์แบบจากซัมซุงกับฮาร์แมน

โอกาสการเติบโตร่วมกันจะสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าเดิมอย่างไร

1. ด้านยานยนต์ : อย่างที่เกริ่นข้างต้น Harman เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารในรถยนต์ และอยู่ในระดับสูงด้าน Infotainment, Cyber security, Over-the-air updates และ Telematics ขณะที่ Samsung มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ เช่น 5G, UX/UI, Display Technology และโซลูชั่นระบบความปลอดภัย โดยทั้งหมดเหล่านี้จะนำมาควบรวมกัน เพื่อเสริมสร้างธุรกิจด้านยานยนต์ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม (Next-generation Connected Cars)

2. ด้านเสียง : Harman ก็มีบริษัทเสียงชั้นนำภายในเครือ อาทิ JBL, Harman Kardon, Lexicon, Mark Levinson, Infinity, AKG, Revel และยังมีใบอนุญาตของ Bowers & Wilkins กับ Bang & Olufsen ทั้งหมดนี้จึงสามารถเสริมความสามารถในการแข่งขันของ Samsung’s mobile, Display, ธุรกิจ Virtual reality รวมถึงผลิตภัณฑ์สวมใส่ เพื่อนำประสบการณ์ด้านพลังเสียงให้แก่ลูกค้า

3. ความเป็นมืออาชีพ : สองบริษัทมืออาชีพทำงานร่วมกันก็จะทำให้ระดับสเกลการทำงานใหญ่ขึ้นไปอีก เช่น งานคอนเสิร์ต หรือสเตเดียมกีฬาขนาดใหญ่ และศูนย์กลางงานจัดแสดงสินค้า หรือศิลปะ เป็นต้น 

4. ด้านบริการการเชื่อมต่อ : Samsung สามารถเข้าถึงซอฟต์แวร์จำนวนกว่า 8,000 รายการของ Harman และวิศวกรผู้ที่จะมาปลดล็อคตลาด Internet of Things ให้ง่ายยิ่งขึ้นทั้งได้ยกระดับการให้บริการ Cloud ไปอีก Next Generation รวมถึงการบริการแบบ End-to-End ในตลาดยานยนต์ด้วย

ก็นับเป็นก้าวครั้งใหญ่ของ Samsung เลยทีเดียว ดังนั้นจึงต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์ของตนเองนั้นจะสามารถยกระดับขึ้นมาอีกขั้นตามที่ได้วางแนวคิดไว้หรือไม่ และในส่วนของธุรกิจสมาร์ทโฟน รวมถึงสมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ พลังเสียงอันเลื่องชื่อจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งเมื่อใด

 

หลังจากได้เจาะลึกการเดินหมากในครั้งนี้ของ Samsung กับบริษัท Harman ไปแล้ว ลำดับต่อไปมาดูในส่วนของข่าวคราว Galaxy S8 กันบ้างว่ามีรายละเอียดอย่างไร

สำหรับ Galaxy S8 ดูแล้วอาจจะยังไม่น่าเปิดตัวในงาน Mobile World Congress 2017 อาจล่าช้าไปหนึ่งถึงสองเดือน เพราะหากตามหลักแล้ว ทางซัมซุงต้องชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับเหตุการณ์ของรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคมให้ได้เสียก่อน เพื่อลดข้อครหาและสร้างความเชื่อมั่นอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนข่าวคราวที่มีการลือออกมามีดังต่อไปนี้

ดีไซน์ : น่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์หน้าตา คาดว่ายังคงเหมือนกับรุ่น S7 และ S7 edge แต่หน้าจอก็อาจครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ส่วนปุ่มโฮมอาจทำได้มากกว่าสแกนลายนิ้วมือ และกลับมาหน้าจอหลัก ขณะที่ระบบสแกนม่านตาคาดว่าซัมซุงจะนำมาชูโรงด้วย โดยอาจดีกว่าเดิมเพราะจะต้องเรียกความน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง 

ด้านระบบปฏิบัติการ : แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับแอนดรอยด์เวอร์ชั่น 7.0 และก็ครอบทับด้วย UI เวอร์ชั่นใหม่ โดยคาดว่าต้องผสมผสานการทำงานร่วมกับ AI หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่จะมีส่วนทำให้ Galaxy S8 ก้าวไปอีกขั้น

ตัดหรือไม่ตัดสำหรับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร : ต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนช่วงท้ายปีที่เปิดตัวมานิยมตัดช่องเสียบหูฟังออกไป ทว่าข่าวลือของเรื่องราวนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา เพราะฉะนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป

ด้านฮาร์ดแวร์ : ยังไม่มีข่าวลือต่างๆ ออกมา โดยก็เหมือนเป็นธรรมเนียมเช่นกันที่ทางซัมซุงมักจะเผยโฉมชิปเซ็ตรุ่นใหม่ก่อนเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นท็อป ขณะที่เทรนด์ Ram 6GB ก็มาแรงเหลือเกิน บางทีเราอาจเห็นรุ่น Ram 4GB/6GB (S8/S8 edge) ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลอาจมาสองเวอร์ชั่น แต่เพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้ (MicroSD Card) สุดท้ายแบตเตอรี่ต้องรอติดตามกันต่อไป


ภาพคอนเซ็ปต์

ด้านกล้องดิจิตอล : เหลือแต่ยักษ์ใหญ่ Samsung ที่ยังไม่ตามเทรนด์กล้องคู่ (Dual Camera) งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปเลย ส่วนข่าวลือยังไม่มีการเผยรายละเอียดออกมาเท่าใดนัก

สรุปแล้วที่ดูมีความน่าเชื่อถือที่เราน่าจะได้เห็นใน Galaxy S8 และ S8 edge คือระบบปัญญาประดิษฐิ์ ที่ดูเหมือนทางแบรนด์ให้ความสำคัญ

ที่มา : news.samsung.com วันที่ : 20 พฤศจิกายน 2559

11,736อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ