ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

หลังจากถูกลอกเลียนทรัพย์สินทางปัญญาโดย Microsoft ไปเมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา Steve Jobs ซีอีโอของ Apple จึงตัดสินใจว่าทางบริษัทต้องจดสิทธิบัตรทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ มีแผนจะทำขึ้นในอนาคตหรือแม้แต่การร่างแบบขึ้นมาก็ตาม กลยุทธ์นี้ได้ผลดีเมื่อต้องนำมาใช้ต่อสู้คดีความกับ Samsung ในช่วงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ แต่ Apple กำลังจะลิ้มรสยาขมที่เรียกว่าระบบสิทธิบัตรของสหรัฐฯ เข้าบ้างแล้ว ล่าสุดผู้พิพากษาได้สั่งให้ Apple จ่ายเงินกว่า 506 ล้านดอลลาร์สำหรับเป็นค่าปรับที่ไปละเมิดสิทธิบัตรของมหาวิทยาลัย University of Wisconsin-Madison

คดีดังกล่าวถูกมูลนิธิศิษย์เก่าของ Wisconsin Alumni Research Foundation อ้างความเป็นเจ้าของเทคโนโลยีปรับปรุงประสิทธิภาพของชิปเซ็ตที่จดสิทธิบัตรไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ซึ่ง Apple นำไปใช้งานในชิปรุ่น A7, A8 และ A8X บน iPhone และ iPad โดยศาลได้ตัดสินว่า Apple มีความผิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 แต่ผู้พิพากษาในเวลานั้นได้ลดค่าปรับจาก 862 ล้านดอลลาร์เหลือ 234 ดอลลาร์หลังจากพิจารณาว่า Apple ไม่ได้มีเจตนาละเมิดสิทธิบัตรซึ่งจดไว้อย่างกำกวม แต่ Apple ก็ประวิงเวลาจ่ายค่าเสียหายมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากเจอปัญหา Apple ก็ยื่นเรื่องให้สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯ ตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิบัตรดังกล่าว แต่คำขอก็ถูกตีตกไปและตอนนี้ศาลก็ได้สั่งให้ Apple ชดใช้ค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหลังจากเวลาล่วงเลยมาเกือบสองปีแม้ว่าสิทธิบัตรเจ้าปัญหาจะหมดอายุไปเมื่อเดือนธันวาคมปี ค.ศ. 2016 แล้วก็ตาม

สิทธิบัตรซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Apple นำมาใช้ปกป้องตัวเอง วันหนึ่งก็อาจจะกลายมาเป็นหอกทิ่มแทงตัวเองได้เช่นกัน

ที่มา : www.phonearena.com วันที่ : 26 กรกฎาคม 2560

อ่านเพิ่มเติม

2,043อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ