ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

Foxconn บริษัทไต้หวันซึ่งดำเนินธุรกิจประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกและเป็นผู้ประกอบชิ้นส่วนรายหลักให้กับ Apple รายงานว่ามีกำไรสุทธิรายไตรมาสลดลง 39% ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของอัตรากำไรที่คาดว่าจะได้โดยตัวเลขที่ออกมาแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ Foxconn ไม่เคยประสบปัญหาดังกล่าวมาก่อนนับตั้งแต่เกิดภาวะถดถอยทั่วโลกในปี ค.ศ. 2008

ส่วนสาเหตุที่คาดว่าเป็นปัจจัยหลักซึ่งฉุด Foxconn ร่วงลงมาครั้งนี้คือปัญหาคอขวดที่เกิดจากการผลิต iPhone X ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Apple ที่ใช้หน้าจอ OLED แบบ edge-to-edge โดยมีรายงานเกี่ยวกับปัญหาด้านการผลิตที่เกี่ยวข้องกับหน้าจอเข้ามาก่อนที่จะเริ่มวางจำหน่ายล็อตแรกในบางประเทศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017

อุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้กำลังการผลิตต้องชะลอตัวลงก็คือ Face ID ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบแบบไบโอเมตริกซ์สำหรับใช้สแกนใบหน้าของผู้ใช้งานแบบ 3 มิติซึ่งถูกนำมาแทนที่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหรือ Touch ID ที่มีใช้งานใน iPhone รุ่นก่อนหน้า

ในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Apple สั่งให้ผู้จัดหาชิ้นส่วนลดความแม่นยำของ Face ID ลงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น อย่างไรก็ตาม Apple ก็ได้ออกมาปฏิเสธในภายหลังว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง

เห็นได้ชัดว่า Apple ไม่สามารถรับมือกับความต้องการ iPhone X ซึ่งมีสูงมากในช่วงแรกของการวางจำหน่ายจนถึงกับต้องประมาณระยะเวลาการจัดส่งสินค้าไป 5-6 สัปดาห์หลังจากสั่งซื้อ โดย Tim Cook ซีอีโอของ Apple ให้ความเห็นว่าการคำนวณความต้องการลูกค้าของ Apple นั้นยากที่จะคำนวณได้อย่างถูกต้อง

"ถ้าเราสามารถจัดส่งสินค้าทั้งหมดไปถึงมือลูกค้าทุกคนได้พร้อม ๆ กันได้ เราก็อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงเราทำแบบนั้นไม่ได้" Tim Cook กล่าว

จากข้อมูลของบริษัทวิจัยตลาด TrendForce เผยว่ามี iPhone ประมาณ 44 ล้านเครื่องถูกผลิตขึ้นมาในช่วงไตรมาสที่สามของปี ค.ศ. 2017 และตัวเลขคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าถึง 81 ล้านเครื่องในไตรมาสที่สี่โดย iPhone X  มีแนวโน้มที่จะถูกผลิตออกมาในสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของสมาร์ทโฟน Android ที่ผลิตขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว