ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

"นักฆ่าเรือธง" ฉายาที่ใครหลายคนคงได้ยินกันมามากแล้วสำหรับแบรนด์ OnePlus ที่ขึ้นชื่อเรื่องมือถือราคาถูกแต่สเปคขั้นเทพ ซึ่งในตอนนี้ก็มี OnePlus 6 สมาร์ทโฟนตัวท็อปที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพมากมาย และก็ได้ประกาศราคาและวันพรีออเดอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วอีกด้วย ดังนั้น ใครที่ลังเลว่าจะรอซื้อดีหรือไม่ เราก็มี 6 เหตุผลที่จะทำให้ OnePlus 6 นั้นคุ้มค่าสมกับการรอคอย

 

1. สเปคจัดเต็มแต่ราคาถูก

เป็นที่เลื่องชื่อลือชากันมานานสำหรับสมาร์ทโฟนค่าย OnePlus ที่มีสเปคจัดเต็มสมเป็นตัวท็อปแต่มาในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ซึ่งนั่นก็มาถึงคิว OnePlus 6 ที่ก็จัดหนักตั้งแต่หน้าจอรอยบากแบบ Optic AMOLED กว้าง 6.28 นิ้ว ความละเอียด 2280 x 1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 845, RAM 6/8GB, ROM 64/128/256GB มีกล้องหลังคู่ความละเอียด 16+20 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ขนาด 3,300 mAh ส่วนราคาของต่างประเทศก็เริ่มต้นแค่เพียง 529 ดอลลาร์ หรือประมาณ 17,xxx เท่านั้น ทั้งนี้ ราคาในไทยก็คงไม่หนีกันมากเท่าไหร่

 

2. Android P กำลังรออยู่แน่นอน

หากใครที่กลัวว่าจะโดน Google ลอยแพเรื่องระบบปฏิบัติการ ก็แทบจะหายกังวลไปได้เลย เพราะ OnePlus 6 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ที่ได้รับการทดสอบระบบปฏิบัติการตัวใหม่อย่าง Android P เวอร์ชั่น Beta Testing ต่อจากตระกูล Pixel และ Nexus ที่เป็นของ Google เอง

ซึ่งนี่ก็หมายความว่า เมื่อ Google ปล่อย Android P ตัวเต็มออกมา ทาง OnePlus 6 ก็แทบจะได้รับการอัปเดตทันทีโดยไม่ต้องรอหลายเดือน หรือรอจนข้ามปีแบบรุ่นอื่นๆ ค่อนข้างแน่นอน

 

3. ยังคงมีช่องหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

สิ่งที่ใครหลายคนคงจะคิดถึงเมื่อขาดหายไปในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร แต่ OnePlus 6 ก็ยังคงมีอยู่เพราะผู้ใช้งานหลายคนคงจะชอบมากกว่าใช้หูฟังแบบไร้สายที่มีราคาแพงๆ

 

4. ความสวยงามแบบแอนดรอยด์ด้วย OxygenOS

นอกจากจะได้การันตีอัปเดตเป็น Android P แล้ว OnePlus 6 ยังมีการครอบทับด้วย UI ของตัวเองในชื่อ "OxygenOS" อีกด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์แบบแอนดรอยด์อย่างแท้จริง ประกอบกับมีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น Parallel Apps หรือฟีเจอร์ที่ทำให้เราใช้งานแอพฯ ได้หลายบัญชี ทั้ง Facebook Line หรือ Whatapps, Gaming mode ตัดการใช้งานแอพฯ เบื้องหลัง เพื่อให้เครื่องทำงานได้ไหลลื่น เป็นต้น

 

5. ฟีเจอร์อื่นอีกเพียบ

  • เปิด/ปิดรอยบาก : เรียกว่าทำมาเพื่อเอาใจผู้ใช้งานโดยเฉพาะสำหรับสมาร์ทโฟนหน้าจอรอยบากแต่สามารถปิดได้อย่าง OnePlus 6 หากใครที่ชอบก็เปิดทิ้งไว้ แต่หากใครมองแล้วแปลกตาก็สามารถเลือกปิดได้เช่นกัน
  • เปลี่ยนระบบการนำทางได้หลากหลาย : ด้วย Oxygen OS 5 ช่วยให้เรามีตัวเลือกในการเลือกปุ่มนำทางแบบต่างๆ ได้มากขึ้น จากปกติที่มีแค่ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่มแอพฯ ล่าสุด ก็ให้เราเลือกแบบซ่อนปุ่มนำทางและใช้การปัดจากมุมซ้ายหรือขวาเพื่อย้อนกลับ ปัดขึ้นจากตรงกลางเพื่อไปหน้าหลัก และปัดแล้วค้างไว้ที่กลางจอเพื่อดูแอพฯ ล่าสุด
  • กันน้ำได้ : แม้ว่า OnePlus 6 จะไม่ได้บอกมาตรฐาน IP เป็นตัวเลขออกมาชัดๆ แต่ก็มาพร้อมกับการป้องกันน้ำจากภาพนอก เช่น ฝนตก, โดนน้ำสาด หรือการทำตกในน้ำที่ไม่ลึกมาก
  • วาดอักษรเพื่อเปิดแอพฯ : หนึ่งในฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกอย่างมากใน OnePlus 6 ก็คงจะเป็นฟีเจอร์การวาดตัวอักษรภาษาอังกฤษขณะหน้าจอล็อคอยู่เพื่อเปิดแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เราตั้งไว้ เช่น วาดตัว C เพื่อเปิด Chrome หรือวาดตัว O เพื่อเปิดกล้อง เป็นต้น
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็วก็มา : จากแบตเตอรี่ 3,300 mAh และเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อป ก็คงจะไม่พ้นเรื่องเทคโนดลยีชาร์จเร็ว ที่ OnePlus ได้นำมาใส่กับ OnePlus 6 ซึ่งจากการทดสอบก็แสดงให้เห็นว่า จากแบตเตอรี่ 0%-50% ใช้ระะเวลาเพียง 30 นาที และจาก 0%-100% ก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น

 

6. เข้าไทยแน่นอน

แม้ว่ารุ่นก่อนหน้านี้จาก OnePlus จะไม่ได้เข้าไทยอย่างเป็นทางการ และต้องหาเครื่องหิ้วมาใช้กัน แต่ในตอนนี้ OnePlus 6 ก็พร้อมที่จะให้แฟนๆ ชาวไทยได้ลองสัมผัสและกำลังจะวางขายอย่างเป็นทางการ โดยเครื่องที่จะนำมาขายก้จะเป็นเวอร์ชั่น Global หรือเครื่องจากสหรัฐอเมริกา ที่มีความเสถียรและใช้งานได้ดีกว่าเครื่องหิ้วทั่วไปแน่นอน

 

และนี่ก็คือ 6 เหตุผลดีๆ ที่เราควรจะซื้อสมาร์ทโฟน "นักฆ่าเรือธง" OnePlus 6 โดยราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตามรุ่นต่างๆ มีดังนี้

  • รุ่น Ram 6GB+ROM 64GB ราคา 17,999 บาท ในสีดำเงา Mirror Black
  • รุ่น RAM 8GB+ROM 128GB ราคา 19,999 บาท ในขาว Mirror Black Silk White
  • รุ่น RAM 8GB+ROM 256GB ราคา 21,999 บาท ในสีดำ Midnight Black

ซึ่งจะเปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 21 - 27 มิถุนายน 2561 และจำหน่ายจริงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่ jd.co.th, Power Buy และหนึ่งใน Operator ชั้นนำอีกหนึ่งแห่ง