ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

Ananda Development และ Krungsri Consumer เอาชนะผู้เข้าชิงกว่า 20 ราย คว้ารางวัล “Enterprise Innovation Awards” สุดยอดองค์กรในท้องถิ่นที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ภายในงาน Asia IoT Business Platform (AIBP) ครั้งที่ 24 งานประชุมด้านเทคโนโลยี IoT เพื่อธุรกิจระดับอาเซียน มุ่งเน้นกระบวนการในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และผลกระทบที่มีต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยเป็นปีที่ 4 เมื่อวันที่ 24 - 25 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

“อนันดา ดีเวลลอปเมนท์” บริษัทนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการใช้กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และปัญญาประดิษฐ์ ในการบริหารจัดการการก่อสร้าง การตรวจสอบ และการจัดตารางเวลา ทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง โดยหัวใจสำคัญของการปฏิรูประบบดิจิทัล ภายในองค์กรของอนันดา คือการสร้างการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในหมู่พนักงานภายในองค์กร ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวต่อต้านการป้องกันตามธรรมชาติการหยุดชะงักของแรงงานในอนาคต โดยเทคโนโลยี

ด้าน “กรุงศรี คอนซูเมอร์” หนึ่งในบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้พัฒนาระบบที่เหมาะสมโดยใช้เทคโนโลยีด้านการระบุตำแหน่งของผู้ส่งข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดเป้าหมายและบริบทข้อความทางการตลาดไปยังลูกค้าได้อย่างแม่นยำ โดยปีนี้นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ กรุงศรี คอนซูเมอร์ ได้รับรางวัลดังกล่าว

สำหรับงาน Asia IoT Business Platform (AIBP) ได้รับการสนับสนุนโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa และ ไมโครซอฟท์
ประเทศไทย (Microsoft Thailand) โดยงาน AIBP จะมุ่งเน้นไปที่นโยบายประเทศไทย 4.0 และให้ความสำคัญบนความท้าทายที่องค์กรในท้องถิ่นและองค์กรด้านบริการสาธารณะต้องเผชิญในการนำโครงการ IoT ไปใช้งาน รวมถึงการพัฒนาล่าสุดในอุตสาหกรรม IoT และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย

จากผลการสำรวจของ AIBP เมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า โครงการ IoT กำลังมีการดำเนินการอยู่ในหลายภาคธุรกิจในประเทศไทย และมีระดับความสำเร็จที่แตกต่างกันไป โดยบริษัทในภาคอุตสาหกรรมได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินงานโครงการ IoT มากที่สุดถึงร้อยละ 10.7 ขณะที่ธุรกิจด้านบริการทางการเงิน ร้อยละ 8.2, ธุรกิจการค้าปลีก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการ ร้อยละ 6.8, ธุรกิจการกระจายสินค้า ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจการจัดการการส่งสินค้า และธุรกิจบริการขนส่งระหว่างประเทศ ร้อยละ 5.9

ทั้งนี้ โครงการ IoT นั้นต้องการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งเซนเซอร์ การเลือกตัวเลือกการเชื่อมต่อ และการใช้ซอฟต์แวร์ในการรวม / วิเคราะห์ข้อมูล โดยร้อยละ 51 ของพนักงานองค์กรที่ได้รับการสำรวจรายงานว่า ทุ่มเทให้กับการปฏิรูประบบดิจิทัล ส่วนร้อยละ 66.5 เห็นว่า การใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล / ธุรกิจอัจฉริยะ จะส่งผลดีต่อองค์กรของตนมากที่สุด

โดยส่วนที่เล็กที่สุด ร้อยละ 9.2% ของผู้ประกอบการในท้องถิ่นยังไม่คุ้นเคยกับแนวคิดเรื่อง Enterprise IoT technology

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยบริษัทจดทะเบียนมักเป็นจุดสนใจ แต่ DEPA ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมของงาน AIBP ได้ชี้แจงความตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในประเทศและ ในภูมิภาค

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ depa กล่าวว่า “หนึ่งในภารกิจขององค์กรเราคือ การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการภายในประเทศในอุตสาหกรรมของตน และการช่วยพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการเหล่านั้น การทำงานร่วมกับ Asia IoT Business Platform จะช่วยให้ผู้ประกอบการภายในประเทศเหล่านี้มีโอกาสมากขึ้นในการเปิดตลาดใหม่ในระดับภูมิภาค การทำงานร่วมกันจะช่วยส่งเสริมและพัฒนาภารกิจหลักของเรา ปัจจุบันเรามีโครงการที่มุ่งช่วยเหลือกระบวนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของ SME ในการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้ช่องทางนี้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านดิจิทัล พร้อมทั้งพัฒนาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย”

นายเออร์ซ่า สุปรับโต ซีอีโอของ Asia IoT Business Platform กล่าวว่า "มีความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการภายในประเทศไทย ที่จะดำเนินโครงการกระบวนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ IoT ไป ปรับใช้ในองค์กร ความต้องการนี้สร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรมในประเทศไทย เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้เกิดกลุ่มสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการด้านการปรับใช้เทคโนโลยีในประเทศ และทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อ depa จะจัดตั้งสถาบัน IoT ขึ้นตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)”

นายสมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบริหารพันธมิตรของบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "IoT เป็นเทคโนโลยีที่รวบรวมหลากหลายนวัตกรรมมาผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับระบบคลาวด์ การเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมไปถึงระบบที่รองรับด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การรวมกันของเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพขององค์กรและลูกค้าให้สูงขึ้นอย่างควบคู่กันไป ทั้งนี้ รายงานวิจัยของไมโครซอฟท์และไอดีซีเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาคาดการณ์ว่ากระบวนการปฏิรูปธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้เติบโตขึ้นได้เป็นมูลค่าถึง 3.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2564 และผู้นำในภาคธุรกิจทั่วทั้งภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงในประเทศไทยด้วย ต่างมองว่า IoT เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการนำพาองค์กรของตนไปสู่ความสำเร็จบนเส้นทางดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน"