ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

เป็นครั้งแรกที่ Apple เปิดตัว iPhone พร้อมกับฟังก์ชั่น 2 ซิม (Dual SIM) บน iPhone Xs และ iPhone Xs Max แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยบางส่วนที่แตกต่างไปจากการใช้งาน 2 ซิมบนสมาร์ทโฟนทั่วไปซึ่งควรทำความเข้าใจให้ตรงกัน

iPhone ทั้งสองรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นมีถาดใส่ซิมที่ถอดออกมาได้เพียง 1 ถาด สำหรับใส่ซิมแบบ nanoSIM ส่วนอีกซิมจะเป็นแบบฝังอยู่ในเครื่องไม่สามารถแกะออกมาได้ (eSIM หรือ embeded SIM) ซึ่งต้องมีผู้ให้บริการเครือข่ายที่สนับสนุนมาตรฐาน eSIM ถึงจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่น 2 ซิมได้

ข่าวดีก็คือผู้ให้บริการเครือข่ายจะหันมาให้ความร่วมมือในการสนับสนุนมาตรฐาน eSIM กันมากขึ้นหลังจากนี้ แต่ข่าวร้ายก็คือตอนนี้ยังมีผู้ให้บริการไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่รองรับมาตรฐาน eSIM

มีรายละเอียดย่อยสำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องในต่างประเทศบางประเทศที่เป็นแบบล็อคเครือข่าย หากจะใช้งานฟังก์ชั่น 2 ซิมต่างเครือข่ายกันก็ต้องปลดล็อคเครื่องด้วย นอกจากนี้สำหรับผู้ให้บริการระบบ CDMA อย่างเช่นเครือข่าย Verizon หรือ Sprint ในสหรัฐอเมริกาถ้าใช้ซิม 1 เป็นระบบ CDMA ซิม 2 จะไม่รองรับระบบ CDMA (ไม่สามารถใช้ระบบ CDMA ได้พร้อมกัน 2 ซิม)

หากต้องการใช้ eSIM จะต้องทำการลงทะเบียนแผนการใช้เครือข่ายด้วย QR code ตามที่ผู้ให้บริการเครือข่ายให้มา ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียน eSIM ได้มากกว่าหนึ่งหมายเลขต่อ 1 เครื่องแต่จะใช้งานได้ทีละหมายเลขเท่านั้น

หากซื้อ iPhone XS Max ที่ประเทศจีน ฮ่องกงหรือมาเก๊า จะเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่มีการติดตั้ง eSIM ฝังไว้ในเครื่องแต่สามารถใช้งานฟังก์ชั่น 2 ซิมแบบใส่ซิมการ์ดได้เหมือนปกติ โดยถาดใส่ซิมจะมี 1 ถาดเหมือนเดิมแต่สามารถใส่ซิมการ์ดได้ซ้อนกัน 2 ซิมทั้งด้านบนและด้านล่าง (ตามรูปด้านบน)

ทั้งสองระบบเป็น Dual Standby Dual SIM ซึ่งหมายความว่าทั้ง 2 ซิมสามารถโทรออกและรับสายได้ หากมีหมายเลขใดหมายเลขหนึ่งอยู่ในสายเรียกเข้าสายอื่น ๆ จะไปที่ข้อความเสียง

ตัวอย่างวิธีการใช้งาน 2 ซิม

  • ใช้หมายเลขหนึ่งสำหรับธุรกิจและหมายเลขอื่นสำหรับการโทรส่วนตัว
  • ใช้ซิมเครือข่ายของต่างประเทศเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ
  • ใช้หมายเลขหนึ่งสำหรับการโทรและหมายเลขอื่นสำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต

RELATED TO:

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Tue, 25 Sep 2018 17:44:19 +0700 (แคชมีอายุ 1800 วินาที)