สมาร์ทโฟน (Smartphone)  |   วันที่ : 4 ตุลาคม 2561

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

iPhone XS Max เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจาก Apple และยังเป็นสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอใหญ่ที่สุดของค่าย ด้วยหน้าจอแบบ OLED กว้างถึง 6.5 นิ้ว แต่เมื่อมาถึงมือ DxOMark แบบนี้คงพูดถึงเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจากกล้องถ่ายรูป โดย iPhone XS Max มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องกล้องจาก iPhone X พอสมควร

กล้องหลังตัวหลักเลนส์กว้าง (wide-angle) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ใช้ส่วนประกอบ 6 ชิ้นเท่าเดิม แต่เพิ่มขนาดเม็ดพิกเซลเป็น 1.4um จากเดิม iPhone X มี 1.22um ส่วนกล้องหลังอีกตัวเลนส์ 2x tele-camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ใช้ส่วนประกอบ 6 ชิ้น และขนาดเม็ดพิกเซล 1.0um นอกจากนี้ทั้ง 2 เลนส์ยังมีการป้องกันการสั่นไหวด้วย OIS

ด้านซอฟแวร์มีการสนับสนุนการถ่ายภาพนิ่งที่ลงตัว โดยสามารถจับภาพที่มีการเปิดรับแสงที่แตกต่าง พร้อมกับนำมารวมกันเป็นภาพที่ดีที่สุด (Multi-frame) นอกจากนี้ยังเปิดใช้งาน Zero shutter lag (กดชัตเตอร์แบบไม่มีดีเลย์) และ การประมวลผลแบบ HDR และที่สำคัญหน้าจอของ iPhone XS Max รองรับการแสดงผลแบบ HDR ทำให้ผู้ใช้สามารถดูภาพที่ภาพและภาพที่เห็นเหมือนกันเป๊ะๆ

การถ่ายวิดีโอ iPhone XS Max สามารถถ่ายวิดีโอความะเอียด 4K ที่ 60fps ได้ และความละเอียด 1080p Full-HD ที่ 240fps ส่วนเซนเซอร์ก็มีการอ่านที่รวดเร็วและนิ่งมากยิ่งขึ้น ทำให้ลดการเกิด Jello Effect (เวลาเลื่อนกล้องเร็วๆ วัตถุในวิดีโอจะเอียงผิดรูป) ในการถ่ายวิดีโอยังมีโหมดเพิ่มเติมคือใช้งาน Dynamic Range (ถ่ายวิดีโอย้อนแสง) ด้วยเฟรมเรต 30fps

สเปคหลักของกล้องหลัง

กล้องหลังคู่

  • กล้องหลักเลนส์กว้าง ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดเซนเซอร์ 1/2.55 นิ้ว (ขนาดเม็ดพิกเซล 1.4um) รูรับแสง f/1.8 ใช้ส่วนประกอบ 6 ชิ้น และ Focal Length 26 มิลลิเมตร
  • กล้องเสริม 2x tele-camera เซนเซอร์ 1/3.4 นิ้ว (ขนาดเม็ดพิกเซล 1.0um) รูรับแสง f/2.4 ใช้ส่วนประกอบ 6 ชิ้น และ Focal length 52 มิลลิเมตร
  • มีการป้องกันการสั่นไหว OIS ทั้ง 2 เลนส์
  • โฟกัสอัตโนมัติด้วยระบบ PDAF
  • ไฟแฟลชแบบ Quad-LED 2 โทน
  • ถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 30/60fps และ 1080p ที่ 240fps

ทดสอบการถ่ายภาพนิ่ง

iPhone XS Max ได้คะแนนการถ่ายภาพนิ่งไป 110 คะแนน ซึ่งได้ทำการทดสอบจากมุมต่างๆ รวมถึงลักษณะและบรรยากาศแสงที่ต่างกันออกไป ส่วนการทดสอบของ DxOMark มีอะไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลย

  • การเปิดรับแสง และความต่างของแสง (93 คะแนน)

Apple ได้ส่งฟีเจอร์ใหม่อย่าง Smart HDR มา ซึ่งมีการทำงานที่ดีเยี่ยม ทั้งในที่แสงสว่างและสภาพแสงในห้อง ดูได้จากตัวอย่างด้านล่าง เห็นได้ชัดว่า iPhone XS Max มีการพัฒนาขึ้นมากจาก iPhone X ทั้งเรื่องของเงา และส่วนประกอบต่างๆ ภาพในเฟรม

  

          iPhone XS Max                        iPhone X                       Huawei P20 Pro

Smart HDR ยังทำงานได้ดีขึ้นอย่างมากกับการถ่ายแบบ รูปบุคคล ที่มีแสงด้านหลังมากกว่า โดย iPhone XS Max มีการแสดงรายละเอียดในส่วนด้านหลังให้เห็นชัดกว่า iPhone X อย่างมาก

  

          iPhone XS Max                        iPhone X                       Huawei P20 Pro

ในซีนที่มีความต่างมากๆ (อย่างภาพด้านล่าง) กล้องของ iPhone XS Max ก็ยังทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแสดงรายละเอียดในที่เป็นเงาออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  • ความสดของสี (84 คะแนน)

การแสดงผลของสีเวลาถ่ายรูปข้างนอก ถือว่า iPhone XS Max ยังรักษามาตรฐานที่ดีจาก iPhone X ไว้ได้ ซึ่งมีการแสดงสีสันที่ชัดเจนตามจริง

  

          iPhone XS Max                        iPhone X                       Huawei P20 Pro

อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพในตอนกลางคืนของ iPhone XS Max ยังไม่ค่อยให้แสงสีที่สว่างมากพอ หากเทียบกับ Huawei P20 Pro และ Samsung Galaxy Note 9 ที่มีการเรนเดอร์แสงและสี ให้ความรู้สึกสวยสดใสกว่า

  

           iPhone XS Max                  Huawei P20 Pro         Samsung Galaxy Note 9

ในช่วงการถ่ายรูปนอกอาคารที่มีแสงสว่างธรรมาชาติ หรือแสงที่สร้างขึ้นภายในอาคาร ทาง DxOMark ได้สังเกตุเห็นความผิดปกติเล็กน้อย ด้วยการปรากฏของสีเหลือง ซึ่ง iPhone XS Max ปรากฏสีเหลืองผิดปกติมากกว่า iPhone X มากทีเดียว (ดูได้จากด้านล่าง)

  

          iPhone XS Max                        iPhone X                       Huawei P20 Pro

  • โฟกัสอัตโนมัติ (100 คะแนน)

นี้คือจุดเด่นที่ประทับใจอย่างมากบน iPhone XS Max และได้คะแนนตรงจุดนี้ไปเต็มๆ 100 คะแนน ซึ่งการโฟกัสอัตโนมัติมีการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำ ไม่ว่าอยู่ในเงื่อนไขของแสงแบบไหน และการดีเลย์ยังมีเพียง 500 มิลลิวินาทีเท่านั้น

  • รายละเอียด และ Noise (74 คะแนน)

การถ่ายในที่แสงมากของ iPhone XS Max ให้รายละเอียดภายในภาพที่ดี และมีการควบคุมการเกิด Noise ได้ดีเช่นกัน ดูได้จากรายละเอียดของผมนางแบบ และผิวของกำแพง

  

          iPhone XS Max                        iPhone X                       Google Pixel 2

การถ่ายภายใต้แสงในอาคาร ก็ถือว่าทำได้ดี แต่ยังไม่ถึงขั้นของที่ 1 อย่าง Huawei P20 Pro เพราะในบ้างจุดมี Noise เกิดขึ้น จนทำให้รายละเอียดต่างๆ โดนลดไป

  

          iPhone XS Max                   Huawei P20 Pro                  Google Pixel 2

ในสภาพแสงตอนกลางคืน ทาง Huawei P20 Pro และ Samsung Galaxy Note 9 ดูจะทำได้ดีกว่า iPhone Xs Max เนื่องจากมีการจัดการกับ Noise ที่ดีกว่า

  

          iPhone XS Max                   Huawei P20 P            Samsung Galaxy Note 9

ทาง DxOMark ก็มีการยืนยันอีกครั้ง ด้วยการทดสอบภายใน DxOMark lab จากวิธีการ Crop รูปจากการถ่ายด้วยสภาพแสง 1000 lux และ 20 lux ซึ่งก็ช่วยยืนยันอีกครั้งว่า iPhone XS Max มีการถ่ายรูปในที่แสงสว่างได้ดีใกล้เคียง Huawei P20 Pro และ Samsung Galaxy Note 9 แต่การถ่ายในที่แสงน้อย (20 lux) มี Noise ปรากฏขึ้นเยอะทีเดียว

  

          iPhone XS Max                   Huawei P20 Pro                  Google Pixel 2

(1000 lux)

  

          iPhone XS Max                   Huawei P20 Pro                  Google Pixel 2

(20 lux)

  • แฟลช (74 คะแนน)

บอกเลยว่านี้ไม่ใช่จุดเด่นของ iPhone XS Max เพราะการใช้งานแฟลชดูไม่ค่อยน่าพอใจ ด้วยการทดสอบภายในสตูดิโอ แสดงให้เห็นว่าโทนสีผิวดูแปลกๆ และยังมีตาแดงปรากฏขึ้นมาอีก

 

แต่จากการทดสอบภายนอกสตูดิโอ แฟลชของ iPhone XS Max กลับทำงานได้น่าพอใจ ด้วยการปล่อยแสงมายังโทนผิวสีขาวที่ดี และยังเผยให้เห็นพื้นหลังในบางส่วนอีกด้วย

  • ซูม (59 คะแนน)

การซูมยังเป็นปัญหาของสมาร์ทโฟนต่อไป เพราะว่ารุ่นท็อปทั้ง 3 รุ่น iPhone XS Max, Huawei P20 Pro และ Samsung Galaxy Note 9 ยังจัดการเรื่องของซูมได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่ง Huawei P20 Pro ยังคดูดีที่สุด อย่างไรก็ตาม iPhone XS Max พอจะดูดีกว่า iPhone X ขึ้นมาหน่อย

 

                   iPhone XS Max                                   Samsung Galaxy Note 9

 

       iPhone XS Max                                   Samsung Galaxy Note 9

(Crop)

  • หน้าชัดหลังเบลอ หรือ Bokeh (60 คะแนน)

ถือว่า iPhone XS Max มีการทำภาพแนว Bokeh หรือหน้าชัดหลังเบลอได้ดีทีเดียว และพัฒนาขึ้นอย่างมากจาก iPhone X ทั้งเรื่องของลายละเอียดบนใบหน้า, ผม และการตัดพื้นหลังกับส่วนหน้า

 

                    iPhone XS Max                                              iPhone X

นอกจากนี้การถ่ายภาพแนว Bokeh ในตอนกลางคืน iPhone XS Max ก็ยังถ่ายออกมาได้อย่างสวยงาม เหมาะกับการไปถ่ายตามสถานที่ตอนกลางคืนอย่างยิ่ง

แต่กลับพบข้อผิดพลาด เมื่อใช้งานในโหมดภาพบุคคล (Portrait Mode) พร้อมกับ Smart HDR ซึ่งดูได้จากภาพด้านล่าง ในส่วนบริเวณมือ พบว่าไม่มีการเบลอระหว่างช่องนิ้ว

 

ทดสอบการถ่ายวิดีโอ

iPhone XS Max ได้คะแนนในการทดสอบวิดีโอ 96 คะแนน โดยได้คะแนนเฉลี่ยจากค่าต่างๆ ดังนี้ เปิดรับแสง (88 คะแนน), สี (88 คะแนน), โฟกัสอัตโนมัติ (91 คะแนน), รายละเอียด (58 คะแนน), Noise (75 คะแนน), Artifact (84 คะแนน) และ ความนิ่ง (94 คะแนน) สามารถดูวิดีโอเปรียบเทียบได้ตามด้านล่าง

สรุป

iPhone XS Max ได้คะแนนการถ่ายภาพนิ่งไป 110 คะแนน และการถ่ายวิดีโอได้ไป 96 คะแนน ทำให้คะแนนรวมได้ไป 105 คะแนน ขึ้นไปรั้งอยู่อันดับ 2 เป็นรองเพียง Huawei P20 Pro ที่มีกล้องถึง 3 เลนส์เท่านั้น

ถ่ายรูปนิ่ง

ข้อดี

  • ถ่ายย้อนแสงได้ดี ในที่แสงสว่างหรือในตัวอาคาร
  • ให้รายละเอียดภายในรูปที่ดีในทุกสภาพแสง
  • ให้สีที่สวยในหลายๆ สถานการณ์
  • โฟกัสอัตโมัติรวดเร็วและแม่นยำ
  • ถ่ายภาพ Bokeh ได้ส่วนทั้งแสงน้อยและแสงมาก

ข้อเสีย

  • แฟลชกระจายแสงออกมาได้ไม่ค่อยดีอยู่บ่อยครั้ง
  • ยังมี Noise ปรากฏอยู่ ในสภาวะแสงน้อย, ในพื้นที่เป็นเงา และซีนที่มีความต่างสูง
  • มี Noise ปรากฏตรงจุดที่น่าสนใจเวลาซูม

ถ่ายวิดีโอ

ข้อดี

  • ถ่ายวิดีโอย้อนแสงได้ดี
  • ป้องกันการสั่นไหวได้เยี่ยม
  • ออโต้โฟกัสเร็วๆ และทำได้ต่อเนื่อง
  • มีรายละเอียดที่ดี และดีอย่างยิ่งเมื่อถ่ายภายนอก

ข้อเสีย

  • บางครั้ง White balance ยังไม่เสถียรเมื่อถ่ายทำภายใต้แสงในอาคาร
  • Noise ยังปรากฏอยู่ในสภาพแสงน้อย

ติดตามข่าวสารมือถือได้ที่
www.facebook.com/siamphonedotcom

ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ

มือถือออกใหม่