ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

HMD Global ได้ประกาศนำ 2 ฟีเจอร์โฟนสุดคลาสสิคอย่าง Nokia 106 และ Nokia 230 มาเปิดตัวใหม่อีกครั้ง โดยรุ่นแรกจะมีการเพิ่มสเปคจากของเดิม ส่วนรุ่นหลังจะมีการเพิ่มตัวเลือกของสีเพิ่มมาอีก 2 สี โดยเป็นการประกาศเปิดตัวผ่าน Twitter บนบัญชีของ Juho Sarvikas ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ HMD Global

สำหรับ Nokia 106 จะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะพอสมควร เริ่มจากตัวเครื่องที่มีรูปทรงโค้งเว้า เพื่อให้จับฉนัดมือมากยิ่งขึ้น ตัวเครื่องใช้ Polycarbonate ในการผลิต แต่ยังไม่มีกล้องเหมือนเดิม และวางขายเฉพาะ Dark Grey (มองเผิ่นๆ เหมือนดำด้าน) เท่านั้น ส่วนฟีเจอร์เด่นก็คือ ส่งข้อความได้ 500 ข้อความ บันทึกรายชื่อได้ถึง 2,000 รายชื่อ สามารถโทรติดต่อกันได้ 15 ชั่วโมง อยู่ในโหมด Standby ได้ 21 วัน และรองรับ 2 ซิมแบบ 2G เท่านั้น

สเปคทั้งหมดของ Nokia 106

  • ตัวเครื่องขนาด : 111.15 x 49.5 x 14.4 มิลลิมเมตร
  • น้ำหนัก : 70.2 กรัม
  • หน้าจอ : กว้าง 1.8 นิ้ว
  • CPU : MTK 6261D
  • RAM : 4MB (เน้นว่า MB)
  • ความจุภายใน : 4MB (เน้นว่า MB)
  • การเชื่อมต่อ : Micro USB
  • รองรับ 2 ซิม สัญญาณที่รองรับคือ 2G (เครือข่าย GSM 900/1800) ทั้งคู่
  • แบตเตอรี่ : 800mAh

ส่วน Nokia 230 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้ง Nokia 230 ซิมเดียว และ Nokia 230 Dual SIM แต่จะเพิ่มตัวเลือกของสีขึ้นมาอีก 2 ตัวเลือกคือ Light Grey และ Dark Blue ฟีเจอร์หลักๆ จะเป็นกล้องหน้า และกล้องหลัง 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED ในการเปิดเป็นไฟฉาย หน้าจอ 2.8 นิ้ว เล่นสังคมออนไลน์ทั้ง Facebook กับ Twitter พร้อมมีเบราเซอร์ Opreta Mini ในการท่องเว็บไซต์

สเปคหลักๆ ของ Nokia 230

  • หน้าจอ : กว้าง 2.8 นิ้ว ความละเอียด 320x240 พิกเซล
  • RAM : 16MB
  • ความจุภายใน : 32GB เพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ระบบปฏิบัติการ : Series30+
  • กล้องหน้า : ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง : ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED
  • รองรับ 2 ซิม เฉพาะรุ่น Nokia 230 Dual SIM
  • เครื่อข่ายที่รองรับ : 2G (900MHz, 1800 MHz, EGPRS 236.8kbps, GPRS 85.6
  • kbps)
  • การเชื่อมต่อ : Micro USB, Bluetooth 3.0, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิมเตร
  • แบตเตอรี่ : 1,200mAh

ทั้ง 2 รุ่นเป็นฟีเจอร์โฟนสมัยที่ Microsoft ยังทำมือถือภายใต้แบรนด์ Nokia อยู่ แต่หลังจาก HMD Global กลับมาจับอีกครั้ง และทำการรีแบรนด์มาขายใหม่ ส่วนจะนำมาขายในประเทศไทยหรือไม่ ? ต้องรอทาง HMD Global ประเทศไทยออกมาประกาศอีกครั้ง