ข่าวเทคโนโลยี » การสื่อสาร

RCS คืออะไร เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อความบนสมาร์ทโฟนอย่างไรและทำไมคุณถึงต้องการมัน ?

หลายคนอาจเบื่อหน่ายบริการ SMS ที่ทำได้เพียงส่งข้อความตัวอักษรสั้น ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน ขณะที่แอพส่งข้อความต่าง ๆ อย่างเช่น Apple iMessage, Facebook Messenger,WhatsApp หรือแม้แต่ LINE ล้วนมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งรูปภาพ ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว (.GIFs) และวิดีโอต่าง ๆ ให้กับบุคคลที่คุณติดต่อ แต่แอพเหล่านี้ก็ยังไม่ใช่บริการสากลที่ใช้กันทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น คุณไม่สามารถส่งข้อความจากแอพ WhatsApp ได้ถ้าหากผู้ที่คุณติดต่อด้วยใช้แอพ Facebook Messenger

คำตอบของปัญหาเช่นนี้เป็นสิ่งที่ Google หรือบริษัทอื่นคาดหวังจาก “Rich Communications Services” หรือ “RCS” นั่นเอง

RCS คืออะไร ?

RCS เป็นโปรโตคอลออนไลน์แบบใหม่ที่ถูกเลือกนำมาใช้งานโดยสมาคมผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครือข่าย (GSM Association : GSMA) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 มีจุดมุ่งหมายเพื่อแทนที่บริการรับส่งข้อความ SMS (Short Message Service) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา

GSMA แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะในแง่ขององค์กร อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์หรือผู้ให้บริการเครือข่าย ด้วยความที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากจึงต้องใช้เวลา พักใหญ่ในการร่างข้อตกลงจนกระทั่งในปี ค.ศ. 2016 GSMA จึงสามารถร่าง “ต้นแบบมาตรฐาน” หรือที่เรียกว่า “โปรไฟล์สากล” ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการอุตสาหกรรมให้การยอมรับและเห็นพ้องกันในแง่ของเทคนิคและฟีเจอร์ต่าง ๆ

RCS ดีกว่า SMS อย่างไร ?

RCS มีความสามารถด้านมัลติมีเดียมากกว่า SMS ที่เป็นข้อความธรรมดา โดยสามารถส่งภาพเคลื่อนไหว GIFs ภาพนิ่งความละเอียดสูงและวิดีโอได้อย่างง่ายดาย มันสามารถบอกให้คุณรู้ด้วยว่าผู้ติดต่อกำลังออนไลน์อยู่และสามารถส่งข้อมูลกลับมาแจ้งเพื่อยืนยันว่าผู้ติดต่อได้รับข้อความ RCS จากคุณแล้ว อีกทั้งช่วยให้คุณสามารถส่งข้อความได้ยาวขึ้นพร้อมแนบไฟล์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีระบบการส่งข้อความแบบกลุ่มที่ดีกว่า SMS หรืออีกนัยหนึ่งคือมันสามารถสร้างมาตรฐานการส่งข้อความได้ดีพอ ๆ กับบริการ iMessage ของ Apple

ในแง่ของธุรกิจหรือบริษัท การใช้ RCS จะช่วยให้สามารถคุยกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น เช่น สามารถค้นหาสถานะคำสั่งซื้ออย่างรวดเร็วจากข้อความหรือการเก็บรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้ามาใช้ปรับปรุงบริการ เป็นต้น

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018 มีผู้ให้บริการจำนวน 55 รายในหลายประเทศที่สัญญาว่าจะเปิดให้บริการ RCS ในอีกไม่ช้า (เช่น AT&T, Verizon, T-Mobile ในสหรัฐอเมริกา) รวมถึงบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีรายใหญ่อย่าง Samsung, Lenovo, LG, Microsoft และ Google

ใคร ๆ ก็สามารถใช้ RCS ได้ใช่หรือไม่ ?

Google เป็นตัวตั้งตัวตีผู้อยู่เบื้องหลังบริการ RCS และเป็นผู้ผลักดันผู้ให้บริการเครือข่ายให้รีบสนับสนุนบริการดังกล่าว ล่าสุดมีข้อมูลว่า Verizon กำลังจะเปิดให้บริการ RCS ในแบบจำกัดก่อนโดยเบื้องต้นจะให้บริการบนสมาร์ทโฟน Pixel 3 และ Pixel 3 XL โดยคาดว่าจะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ในอนาคต

ผู้ให้บริการเครือข่ายส่วนใหญ่มักจะเรียกบริการ RCS ว่า “Chat (แชท)” ซึ่งหากคุณมีสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการแชท คุณสามารถส่งข้อความไปยังบุคคลอื่นที่ยังไม่มีบริการแชทได้ แต่พวกเขาจะเห็นเป็นข้อความ SMS ธรรมดา ดังนั้นบริการ RCS จึงยังอยู่ในช่วงทดลองใช้แบบจำกัดเป็นส่วนใหญ่

ทำไมผู้คนถึงบอกว่า RCS ไม่ปลอดภัย ?

ปัญหาหนึ่งที่หลาย ๆ คนเรียกร้องในเรื่องของความปลอดภัยก็คือ RCS ไม่มีการเข้ารหัสแบบ end-to-end ซึ่งเมื่อเทียบกับแอพส่งข้อความอย่างเช่น WhatsApp จะมีการเข้ารหัสดังกล่าวทำให้มีเพียง “ผู้ส่ง” และ “ผู้รับ” ข้อความเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ ส่วนผู้ให้บริการแอพ ผู้ให้บริการเครือข่ายหรือใครอื่นจะไม่สามารถอ่านข้อความได้เลย

จุดนี้คือข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของ RCS ที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก แต่ในทางกลับกัน RCS มีโปรโตคอลด้านความปลอดภัยมาตรฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น TLS (Transport Layer Security) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง HTTPS และ IPsec (Internet Protocal Security) ซึ่งใช้ใน VPN ดังนั้นถือว่ามีความปลอดภัย “เป็นส่วนใหญ่”

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ?

ขณะนี้บริการ RCS ยังคงถูกจำกัดเฉพาะผู้ให้บริการเครือข่ายเพียงไม่กี่รายและสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่น ซึ่งหมายความว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าพอเริ่มมีคนใช้ RCS ในบางประเทศแล้วจะมีค่ายมือถือค่ายไหนนำบริการนี้มาใช้อีกบ้าง แต่ดูแล้วแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะเคยชินกับการใช้แอพส่งข้อความ (LINE, Facebook Messenger, iMessage) แบบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันน่าจะมีมากกว่า

RELATED TO: