ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

Apple ส่งสัญญาณปรับราคาขายส่ง iPhone หลายรุ่นในจีน โดยเฉพาะรุ่น iPhone XR ลดสูงสุดถึง 450 หยวน (ประมาณ 2,120 บาท)

เย็นวันที่ 8 มกราคม 2019 ร้านขายส่งใน Huaqiang North เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ได้รับข้อมูลการปรับราคาขายส่งจากฝั่งสหรัฐอเมริกา โดย iPhone XR, iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X, iPhone XS และ iPhone XS Max มีการปรับราคาจำหน่ายลง

เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวจีนตัดสินใจซื้อ Apple จึงใช้กลยุทธ์ปรับราคาขายส่งลงเพื่อให้ราคาขายปลีก iPhone ในประเทศจีนปรับลดลง

เย็นวันที่ 9 มกราคม 2019 National Business Daily (NBD) สื่อสายเศรษฐกิจในประเทศจีนได้รับแจ้งข่าวดังกล่าวโดยขณะนี้ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย iPhone ใน Huaqiang North รวมถึงตลาดค้าส่งในเมืองเซินเจิ้นก็ได้ปรับราคาจำหน่าย iPhone ลงกันถ้วนหน้า

โดยเฉพาะ iPhone XR ซึ่งเป็น 1 ใน 3 รุ่นใหม่ที่ออกมาปลายปีที่แล้วนั้นมีการปรับลดราคาลงมามากที่สุดถึง 450 หยวน ทำให้ราคาหน้าร้านขายส่งปัจจุบันอยู่ที่ 5250 หยวน (ประมาณ 24,700 บาท)

Caijing นิตยสารการเงินและเศรษฐศาสตร์ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นสื่ออิสระในประเทศจีนเปิดเผยว่า ช่วงสิ้นเดือนตุลาคม 2018 หรือสองสัปดาห์หลังการวางจำหน่าย iPhone XR ทาง Apple ได้แจ้ง Foxconn และ He Zhuo สองซัพพลายเออร์ผู้รับผิดชอบการผลิต iPhone ให้ลดจำนวนการผลิตมือถือทั้งหมดจากเดิมที่วางแผนไว้ 78 ล้านเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น Changshuo Technology หนึ่งในโรงงานหล่อชิ้นส่วนของ Apple ล่าสุดมีการสั่งรื้อถอนสายการผลิต iPhone XR เร็วขึ้นถึง 3 เดือนก่อนกำหนดเดิม

Liu Yu (นามแฝง) ซึ่งอาศัยอยู่ใน Huaqiang North เป็นเวลานานหลายปีให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าว NBD ว่า

"การลดราคาผลิตภัณฑ์ Apple สามารถกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภคได้เล็กน้อยถึงปานกลางซึ่งจะไปหนุนยอดขายรวมของ Apple แต่ทั้งหมดนี้เรามีความสุขที่ได้รู้ว่า iPhone XR เป็นรุ่นที่ปรับราคาลงมากที่สุดราว ๆ 400 หยวน"

ยังไม่ทราบว่าการปรับลดราคา iPhone ในประเทศจีนครั้งนี้จะส่งผลกระทบให้ราคาขาย iPhone ในประเทศอื่น ๆ ปรับลดลงตามด้วยหรือไม่ แต่การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าจีนเป็นตลาดสำคัญที่ Apple ไม่อาจละเลย

การลดราคา 'พิเศษ' ที่ประเทศจีนของ Apple ยังเร็วเกินไปตอนนี้ที่จะพูดถึงผลกระทบที่ตามมา

ตลาดสมาร์ทโฟนเริ่มอยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีจากแบรนด์จีนจนแทบจะไม่เหลือช่องว่างให้กับแบรนด์ใหม่ ในขณะที่แบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง Apple ที่เคยกินส่วนแบ่งพื้นที่ระดับไฮ-เอนด์มาโดยตลอดจนเคยชินว่าไม่น่าจะมีอะไรมาทำให้สั่นคลอนก็เริ่มจะรู้สึกตัวกันบ้างแล้ว