ข่าวเทคโนโลยี » เทคโนโลยีภายในบ้าน

เครื่องกรองอากาศมีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด และใช้กำจัดมลพิษทางอากาศภายในบ้านชนิดที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละเครื่องจะประกอบด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างและทำงานไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกซื้อเครื่องกรองอากาศชนิดใด คุณควรคำนึงถึง 3 ปัจจัยเหล่านี้

1. ระบบการตรวจวัดอัจฉริยะ

เครื่องกรองบางชนิดมีความสามารถในการตรวจวัดมลพิษในอากาศและสามารถทำการกรองอากาศแบบอัตโนมัติให้อากาศบริสุทธิ์ได้หลังจากตรวจพบมลพิษ โดยในการตรวจวัดคุณภาพอากาศนั้น เครื่องกรองควรมีระบบดักจับคุณภาพอากาศจากตัวเซ็นเซอร์ บวกกับระบบซอฟต์แวร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำการประมวลผลข้อมูลและมีระบบทำปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์

ตามความเป็นจริงแล้ว วิธีเดียวที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเครื่องกรองอากาศที่เราใช้นั้นดีพอหรือไม่ คือ การตรวจสอบคุณภาพอากาศ เครื่องกรองบางชนิดจะมาพร้อมกับหน้าจอที่สามารถแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในห้องหรืออาคาร หรือแม้กระทั่งแสดงให้เห็นถึงชนิดและระดับของอนุภาคที่ตรวจวัดได้ ซึ่งนี่ทำให้ผู้ใช้ได้เห็นและเข้าใจถึงคุณภาพอากาศภายในบ้านของตน

พัดลมกรองอากาศ Dyson Pure Cool™ ประกอบด้วยอัลกอริทึมที่สามารถประมวลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ทั้ง 3 ตัวที่ติดอยู่บนเครื่อง และสามารถแสดงค่าคุณภาพอากาศผ่าน Dyson ลิงค์และหน้าจอ LCD แบบเรียลไทม์เลเซอร์จะวัดและดักจับอนุภาคขนาดเล็ก โดยเซ็นเซอร์อีกตัวจะทำหน้าที่ตรวจจับปริมาณสาร VOCs (ส่วนประกอบสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซินและฟอร์มัลดีไฮด์ที่ปล่อยออกมาจากสี ควันที่เกิดจากเผาไหม้ทูปและเทียน และวัสดุในเฟอร์นิเจอร์) และไนโตรเจนออกไซด์ในอากาศ ส่วนเซ็นเซอร์ตัวที่สามจะวัดค่าความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิภายในห้อง

2. การตรวจจับ: การกรองที่มีประสิทธิภาพ

วิธีการกรองนั้นทำได้หลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น

แสงอัลตราไวโอเลตสามารถใช้รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าในการทำลายแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถใช้กำจัดฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ หรืออนุภาคในอากาศได้

ตัวกรองคาร์บอนสามารถใช้ในการทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสารมลพิษเพื่อกำจัดควัน กลิ่น และแก๊สจากอากาศ แต่ไม่สามารถใช้กรองอนุภาคขนาดเล็กที่เป็นอันตรายได้

เครื่องสร้างประจุไอออนในอากาศสามารถทำงานโดยการสร้างประจุไออนส่งไปในอากาศเพื่อดักจับสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ อย่างไรก็ตาม มันสามารถทำให้ออกซิเจนเปลี่ยนสภาพเป็นโอโซนซึ่งเป็นอันตรายได้ เพราะโอโซนนั้นเป็นสารระคายเคืองที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และเป็นส่วนประกอบของหมอกควัน

เครื่องกรอง HEPA ทำงานโดยการดักจับมลพิษและอนุภาคขนาดต่างๆรวมถึงละอองเกสรดอกไม้ แบคทีเรีย รา ฝุ่นไร และขนสัตว์เลี้ยง อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถกำจัดสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายได้ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน หรือไนโตรเจนไดออกไซด์ นอกจากนี้เรายังสังเกตุได้ว่าตัวกรอง HEPA ทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเท่ากัน บางตัวสามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในขณะที่บางตัวทำไม่ได้

เครื่องกรองบางตัวได้รวมตัวกรอง HEPA กับตัวกรองคาร์บอนเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถกำจัดทั้งอนุภาคฝุ่นและสารอินทรีย์ระเหยได้

อนุภาคมีหลายขนาด โดยขนาดที่วัดได้มากที่สุดคือ 2.5 ไมครอน หรือที่เราเรียกกันว่า PM2.5 และเมื่อเปรียบเทียบกับ PM0.1 นั้นจะมีขนาดที่เล็กกว่ามากซึ่งคืออนุภาคที่มีขนาดเล็กมากที่ไม่สามารถมองเห็น หากเราสูด PM0.1 เข้าไปในปอดและสะสมเข้าไปในถุงลมจะส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายได้ ทั้งนี้ เครื่องกรองบางชนิดอาจสามารถดักจับอนุภาคที่ขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ในขณะที่เครื่องกรองบางเครื่องสามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่านั้นอย่าง PM0.1

ระบบตัวกรองแบบ 360 องศาที่ปิดสนิทในพัดลมกรองอากาศ Dyson Pure Cool™ จะทำงานร่วมกับตัวกรองคาร์บอนเพื่อกำจัดแก๊ส และตัวกรอง HEPA เพื่อดักจับอนุภาคขนาดเล็กเท่า 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.95% รวมทั้งสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ แบคทีเรีย ขนสัตว์ และเชื้อรา ส่วนฟิลเตอร์ผงถ่านจะเคลือบด้วย Tris (Trishydroxymethylaminomethane) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับ ซึ่งช่วยกำจัดแก๊สต่างๆ เช่นไนโตรเจนออกไซด์ ฟอร์มัลดีไฮด์ และเบนซิน

3. การปล่อยกระแสลม: ผสมและไหลเวียน

และสุดท้าย การปล่อยกระแสลมถือเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาที่สำคัญ นอกเหนือจากการตรวจวัดและจับมลพิษแล้ว เครื่องกรองบางชนิดสามารถช่วยในการหมุนเวียนอากาศที่บริสุทธิ์ได้ทั่วทั้งห้อง ซึ่งนี่จะเป็นประโยชน์หากคุณตั้งตัวเครื่องไว้ในมุมที่ห่างไกล และเพื่อช่วยในการไหลเวียนหรือกระจายอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับผู้ที่อยู่ห่างออกไปให้ดียิ่งขึ้น เครื่องกรองบางตัวสามารถที่จะปรับเพิ่มระดับของพัดลมให้สูงขึ้นได้

Dyson Pure Cool™ คือพัดลมกรองอากาศที่มีเทคโนโลยี Air Multiplier™ และการปล่อยกระแสลมแบบ 350 องศา ช่วยในการกระจายอากาศบริสุทธิ์ได้ถึง 360 ลิตรต่อวินาทีไปทั่วทุกมุมห้อง ซึ่งสามารถทำให้เราแน่ใจได้ว่าอากาศในห้องเราจะบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอโดยเครื่องจะประกอบไปด้วยโหมดการกระจายลมที่สามารถกระจายอากาศไปทางด้านหลังของเครื่อง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีหากคุณไม่ต้องการให้กระแสลมพัดเข้าหาตัวคุณโดยตรง