ข่าวไอที » เทคโนโลยีภายในบ้าน

บัตรเครดิตไม่ได้ถูกแทนด้วยเงินสด แต่มันจะถูกแทนด้วยระบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินแบบดิจิตอลผ่านสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่น ๆ

หากใครสังเกตรอบตัว จะเห็นว่าการชำระเงินสมัยนี้เริ่มไม่ต้องใช้เงินสดและนอกจากใช้บัตรเครดิตรูดก็มีตัวเลือกอื่นมาให้ใช้งาน เช่น การตัดบัญชีธนาคาร การตัดเงินผ่านกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ก่อนจะพร่ำบ่นว่าทำไมเป็นแบบนั้น เราต้องยอมรับว่าบัตรเครดิต 'มีปัญหา' และไม่ได้ปลอดภัย 100% ผู้ใช้งานอาจจะเจอปัญหาตั้งแต่แฮกเกอร์ล้วงข้อมูล การฉ้อโกงบัตรไปจนถึงบัตรสูญหายหรือถูกขโมยแถมบัตรเครดิตยังมีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารและใช้งานตามร้านค้าได้ไม่ครบทุกแห่งทั่วโลก

ความสะดวกสบายของระบบดิจิตอลเมื่อเทียบกับเงินสดและบัตรเครดิตเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บัตรเครดิตทยอยถูกยกเลิก ความง่ายในการโอนเงินระหว่างเพื่อน ระหว่างนายจ้างกับพนักงาน ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ทำให้การทำธุรกรรมดิจิตอลได้เปรียบเหนือเงินสดและบัตรเครดิต

"แม้แต่การชำระเงินซื้อของออนไลน์ ก็ไม่นิยมใช้บัตรเครดิตกันแล้ว"

ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะเลี่ยงบัตรเครดิต การเติบโตของธุรกรรมการเงินแบบไม่ใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาของ Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) สถาบันประกันเงินฝากของสหรัฐฯ ในปี 2015 พบว่าภาคครัวเรือนในสหรัฐฯกว่า 24.5 ล้านคนไม่ได้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตหรือแม้แต่มีบัญชีธนาคาร

"FinTech กำลังจะเข้าสู่ยุคไร้บัตรเครดิต"

Amazon ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ของสหรัฐฯ เป็นผู้จุดกระแสหลักนี้ ในเดือนเมษายน 2017 มีการเปิดตัว 'Amazon Cash' หรือบัญชีเงินฝากที่ลูกค้าสามารถเติมเงินเข้าไปโดยใช้เงินสด เพียงแค่แสดงบาร์โค้ดของ Amazon ในร้านค้าที่เข้าร่วมรายการและเลือกฟังก์ชั่น 'เพิ่มเงินสด'

วิธีการดังกล่าวสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าหนึ่งในสี่ของประเทศ

กระบวนการเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิตและยังสามารถซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์และร้านค้าปลีกโดยใช้เงินที่เหลืออยู่ในบัญชีเงินฝาก Amazon Cash

อีกทางเลือกหนึ่งที่มาแทนบัตรเครดิตคือ PayTM ซึ่งถูกใช้เป็นตัวเลือกการชำระเงินของ Uber การเพิ่มกระเป๋าเงินดิจิตอล 'PayTM wallet' ช่วยให้สามารถทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้งโดยสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องมีก็คือสมาร์ทโฟนและการเชื่อมต่อไร้สาย

แม้แต่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินของนักเดินทางก็มีบริษัทการเงินที่ออกแบบระบบให้สามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากธนาคาร ลูกค้าสามารถซื้อสกุลเงินต่างประเทศผ่านแอพพลิเคชั่นและถอนเงินสดได้จากตู้กดเงินสดที่ใกล้เคียง

"เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสมาร์ทโฟนกำลังเป็นทางเลือกที่ใช้แทนบัตรเครดิต"

แอพพลิเคชั่นอินเทอร์เน็ตแบงค์กิ้งกำลังจะทำให้งานธุรกรรมตามสาขาของธนาคารลดน้อยลง มีผู้คนจำนวนมากใช้สมาร์ทโฟนชำระเงินแบบวันต่อวัน เช่น การสั่งอาหาร การเรียกบริการ Uber ดังนั้นการพกกระเป๋าสตางค์เริ่มจะค่อย ๆ หมดความสำคัญลงไป

"Cryptocurrency สกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์บนเทคโนโลยีที่ไร้บัตรเครดิต"

อีกก้าวของการขยับเข้าสู่สังคมไร้บัตรเครดิตก็คือเรื่องความนิยมเงินดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเราเรียกเงินดิจิตอลว่าสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เปรียบได้กับการมีเงินสดออนไลน์ไว้ในครอบครอง สกุลเงินที่นิยมใช้งานอย่างกว้างขวางแต่ก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่คือ bitcoin ซึ่งเริ่มมีการนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2009

การเพิ่มขึ้นของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์และศักยภาพของสมาร์ทโฟนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชำระค่าบริการพื้นฐานซึ่งข้อได้เปรียบเหนือบัตรเครดิตคือมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าและไม่จำเป็นต้องมีภาษีการขาย ข้อดีอีกอย่างของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์เช่น bitcoin ก็คือ 'ความลับ' ที่ไม่มีการระบุชื่อผู้ใช้งาน

"คุณควรเก็บบัตรเครดิตไว้ใช้อยู่หรือไม่"

ยังเร็วเกินไปที่จะเรียกเทคโนโลยีบัตรเครดิตว่าเป็นของล้าสมัยเนื่องจากยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่บัตรเครดิตจะหายไปจากระบบการเงิน อย่างไรก็ตามมันถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเริ่มปรับตัวเข้าหาตัวเลือกดิจิตอลแบบอื่นแทน