ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

Advertorial : OPPO แบรนด์สมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้วกว่า 10 ปี จากการประสบความสำเร็จเมื่อไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.) ของปี พ.ศ. 2561 ได้ส่วนแบ่งการตลาดไปครองเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ร้อยละ 19.1 แต่ล่าสุดของไตรมาส 4 สมาร์ทโฟน OPPO กลับมาแรงด้วยการขึ้นแท่นอันดับ 1 ชิงตำแหน่งแบรนด์สมาร์ทโฟนที่ขายดีที่สุดในไทย คิดเป็นร้อยละ 22 ซึ่งนับว่าเป็นสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จากการมุ่งมั่นและพัฒนาทั้งทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และอื่นๆ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด

อย่างที่เห็นได้ชัดจากเทคโนโลยี Stealth 3D Cameras ถูกนำมาใช้บน OPPO Find X กับการซ่อนกล้องและเซนเซอร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังไว้ในตัวเครื่อง เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่สวยงาม รวมถึงเป็นสมาร์ทโฟนจอแสดงผลไร้ขอบที่แท้จริง โดยการทำงานจะเป็นจะเลื่อนขึ้นอัตโนมัติ เมื่อต้องการปลดล็อคด้วยใบหน้า หรือเมื่อเข้าแอพพลิเคชั่นกล้องถ่ายรูป ซึ่งจะเลื่อนขึ้นลงอย่างนิ่มนวล ไร้เสียง ใช้เวลาไม่เกิน 0.6 วินาที และมีความแข็งแรง ทนทาน จากการทดสอบมาแล้วกว่า 300,000 ครั้ง โดยการใช้งานดังกล่าวจะเป็นการใช้งานกล้องถ่ายรูป ทั้งยังทำงานร่วมกับ 3D Structured Light Facial Recognition การปลดล็อกด้วยใบหน้าที่มีความแม่นยำและปลอดภัยสูง ซึ่งจะพบความผิดพลาดได้เพียง 1 ในล้านเท่านั้น

ต่อเนื่องมาถึงช่วงปลายปีกับเทคโนโลยี TOF (Time Of Flight) ที่นำมาใช้บนสมาร์ทโฟน OPPO R17 Pro กับกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 เลนส์ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้วัดระยะห่างของเซ็นเซอร์และวัตถุ โดยการกระจายแสงจากเซ็นเซอร์ไปยังวัตถุในลักษณะเรียบแล้วสะท้อนกลับมา ช่วยในการตรวจจับวัตถุระยะไกล ระยะกว้างและมีความแม่นยำสูง นำมาใช้ในรูปแบบของ AR, การถ่ายภาพ 3 มิติ และฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง AR Ruler หรือ AR Measurement เปรียบเสมือนมีไม้บรรทัดบนสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานวัดสิ่งของ วัตถุต่างๆ ได้ถึง 4 แบบ เช่น การวัดระยะห่างของคนถ่ายรูปกับวัตถุ หรือใช้วัดความยาวและความกว้างของวัตถุ ทั้งยัง สามารถใช้วัดองศา หรือมุมของวัตถุว่ามีขนาดเท่าใด และสุดท้าย สามารถวัดพื้นที่ของวัตถุที่มีหน่วยเป็นตารางเมตรได้อีกด้วย เรียกว่าสะดวกสบายมาก เพียงเพียงใช้ฟังก์ชั่น AR Ruler ของ OPPO R17 Pro

ทั้งยังมีเทคโนโลยที่เข้ามาช่วยให้การใช้งานสมาร์ทโฟนสะดวกสบายยิ่งขึ้น กับการชาร์จเร็วที่สุดในโลกอย่าง SuperVOOC Flash Charge เพียง 10 นาที แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นถึง 40% ก็ถูกนำมาใส่ไว้บน OPPO R17 Pro เช่นกัน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้กระแสสูงสุดถึง 10V 5A เน้นการทำงานแบบรวดเร็วและปลอดภัย นอกจากจะทำให้ชาร์จเร็วและมีไฟฟ้าแรงดันต่ำ ยังชาร์จได้ต่อเนื่องตลอดแม้ขณะที่ใช้งานอยู่ ไม่มีปัญหาตัวเครื่องร้อน คำนึงถึงความปลอดภัยถึง 5 ขั้นตอน ตั้งแต่สายชาร์จ อแดปเตอร์ และแบตเตอรี่ที่ใส่มาในสมาร์ทโฟน การันตีได้จากการทดสอบร่วมกับ German Rhine ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยในการชาร์จไวที่มีประสบการณ์มากกว่า 146 ปี โดยทำการทดลองรอบวงจรกว่า 1,000 ครั้ง

จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ของทาง OPPO มีมาต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ส่งตรงถึงผู้บริโภคอย่างปลอดภัย จากการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เนื่องจากทาง OPPO นั้นมีระบบการผลิตและโรงงานเป็นของตัวเอง มีการใช้ทั้งแรงงานคนและเครื่องจักรเพื่อประกอบสมาร์ทโฟน โดยที่มีขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียด ตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ต่อเนื่องถึงการทดสอบจากล็อตการผลิตจำนวน 4,000 เครื่อง เลือกมา 100 เครื่อง เพื่อทดสอบปุ่มใช้งาน การขีดข่วน Drop Test และอื่นๆ ให้ได้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด

นอกจากเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง อีกเรื่องนึงที่เป็นปัจจัยความสำเร็จของ OPPO นั้น ก็เห็นจะเป็นเรื่องของบริการหลังการขาย และ Service center ที่มีการขยายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีทั้งหมด 48 สาขาทั่วประเทศไทย ภายใต้การให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ แนะนำการแก้ไขปัญหาต่างๆ เน้นความพึงพอใจกับ 3 การบริการหลัก

1. ซ่อมด่วนภายใน 1 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ไปใช้บริการที่ Service center
2. บริการตรวจเช็คสภาพเครื่องและอัพเกรดซอฟต์แวร์ฟรี ตลอดอายุการใช้งาน
3. บริการรับ-ส่ง เครื่องซ่อมถึงมือลูกค้า ภายใน 7 วัน

จะเห็นได้ว่าจากการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ และให้บริการของ OPPO สามารถครองใจผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัย มีสมาร์ทโฟนที่สวยงามทั้งดีไซน์ คุณภาพคับคลั่ง กับเทคโนโลยีที่พัฒนาให้ได้ใช้ก่อนใคร จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ก้าวจากอันดับ 2 ขึ้นแท่นเป็นที่ 1 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าจะเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดของแบรนด์ OPPO อย่างแน่นอน

**บทความเพื่อการโฆษณา**