ข่าวเทคโนโลยี » สมาร์ทโฟน

Advertorial : Huawei Nova ซีรี่ย์ ได้ฉายแววครั้งแรกในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2016 ที่งาน IFA 2016 ซึ่งทาง Huawei หมายมั่นปั้นมือเตรียมให้ Huawei Nova ซีรี่ย์ เป็นสมาร์ทโฟนในระดับกลาง แต่มีฟีเจอร์ที่คุ้มค่าเกินกว่านั้น พร้อมแรงพลักดันจากเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้มแบบเกินขีดจำกัด จนหลายคนต้องยกให้ Huawei Nova ซีรี่ย์เป็น "Shinning New Star" หรือ "ดาวดวงใหม่ที่สว่างสดใส" ซึ่งมาดูกันดีกว่าว่า กว่าความสว่างจะฉายแววขนาดนี้ พวกเขามีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร

1. Huawei Nova

Huawei Nova เปิดตัวครั้งแรกในงาน IFA 2016 ซึ่งมาถึงเรียกเสียงฮือฮาได้ทันที ด้วยการฉายแววความสว่าง จากความโดดเด่นของสเปคกล้องหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งหน้าสวย เพิ่มขีดความสามารถของการเซลฟี่ไปอีกขั้น ไม่เพียงแค่นั้น Huawei ยังมองไกลใส่แกน Tri-axial Gyroscope เพื่อการเล่นเกมแบบ AR ให้สมจริงมากขึ้น

2. Huawei Nova Plus

ได้เสียงฮือฮาจากงาน IFA 2016 ไปเหมือนกัน สำหรับ Huawei Nova Plus ที่มีสเปคทั้งหมดเหมือนกับ Huawei Nova แต่เพิ่มกล้องหลังให้มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และยังเพิ่มฟีเจอร์ระดับท็อปอย่างระบบกันสั่น OIS มาให้ด้วย ทำให้เป็นก้าวแรกของสมาร์ทโฟนระดับกลาง ที่มีโดดเด่นเกินขีดจำกัด

3. Huawei Nova 2

นี่คือสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Huawei ที่มีความละเอียดกล้องหน้าถึง 20 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์กว้าง 85 องศา ซึ่งเหล่ารุ่นท็อปของค่ายก็ยังไม่มีให้ใช้ด้วยซ้ำ ด้านกล้องหลังก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยกล้องหลังคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล ถ่ายรูปแบบ Bokeh ได้เนียนๆ และยังมีระบบซูมแบบ Optical ได้ถึง 2 เท่า ก็ถือว่านี้คืออีกหนึ่งหลักฐานว่า Nova ซีรี่ย์เกิดมาเพื่อสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

4. Huawei Nova 2i

ความคุ้มค่าเกินกว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ยังมีให้เห็นในซีรี่ย์ Nova อย่างต่อเนื่อง โดย Huawei Nova 2i ชูจุดเด่นสำคัญด้วยกล้องรวมกัน 4 เลนส์ คือกล้องหน้า 2 เลนส์ ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบ Optical ได้ถึง 2 เท่า เรียกว่าการทำงานของกล้องจัดเต็มสุดๆ สามารถถ่ายภาพแนว Bokeh ได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังแบบสวยๆ

5. Huawei Nova 3

Huawei Nova 3 คือ Nova ซีรี่ย์ที่ฉายแสงโดดเด่นมากทีเดียว ซึ่งยังจัดเต็มในเรื่องของกล้องถ่ายรูป 4 เลนส์เช่นเคย แต่ความละเอียดอัดแน่นเต็มสูบกว่าเดิม โดยกล้องหน้าคู่ มีความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล และกล้องหลังคู่ ความละเอียด 24+16 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ RGB + Monochome นอกจากนี้ยังมีลูกเล่น 3D Qmoji เปลี่ยนใบหน้าของผู้ใช้ให้เป็นกาตูน พร้อมขยับท่าทางได้อิสระ นำไปแชร์บนโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

เท่านั้นยังไม่พอ สเปคภายในก็ให้มาเกินกว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง ด้วยขุมพลัง Kirin 970 ชิปเซ็ตระดับท็อป ที่มีการทำงานร่วมกับ AI และยังรองรับเทคโนโลยี GPU Turbo เพื่อการเล่นเกมได้แบบลื่นๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

6. Huawei Nova 3i

หากมองว่า Huawei Nova 3 แรงเกินไปใช้งานไม่หมด ทาง Huawei ก็มีรุ่นเล็กตัดสเปคอย่าง Huawei Nova 3i มาให้อีก 1 ตัวเลือก ซึ่งเห็นได้ชัดว่า Nova ซีรี่ย์ พร้อมเกิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลงเพื่อผู้ใช้งานอยู่เสมอ และแม้ว่าจะเป็นรุ่นตัดสเปค แต่เอาจริงๆ ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ

ด้วยกล้องรวม 4 เลนส์เหมือนเดิม กล้องหน้าคู่ ความละเอียด 24+2 ล้านพิกเซล กับกล้องหลังคู่ ความละเอียด 16+2 ล้านพิกเซล พร้อมกับรองรับการทำงาน 3D Qmoji และ GPU Turbo ที่สำคัญมีหน่วยความจำภายใน 128GB ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ ในสมาร์ทโฟนช่วงราคาระดับนี้

7. Huawei Nova 4

Huawei Nova 4 ตอกย้ำความก้าวหน้า และอัดแน่นเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้มากกว่าความเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางได้อย่างดี สำหรับ Huawei Nova 4 ที่เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอเจาะรู หรือ Punch Display เจ้าแรกในประเทศไทย มีกล้องหน้า ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล และยังเป็นกล้องเซลฟี่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในขณะนี้อีกด้วย

ส่วนกล้องหลังก็เป็นแบบ 3 เลนส์ ความละเอียด 20+16+2 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์แบบ Ultra wide Angle ซึ่งถือว่าเป็นการนำฟีเจอร์เด่นระดับท็อป มาใช้กับสมาร์ทโฟนระดับกลาง เพื่อเพิ่มขีดจำกัดตามแนวทางของ Nova ซีรี่ย์ นอกจากนี้การทำงานด้านอื่นๆ ก็มีประสิทธิภาพแบบสุดๆ ทั้งการปรับสัญญาณ Wi-Fi กับ 4G เพื่อให้เล่นเกมได้อย่างราบลื่น

เห็นได้ชัดว่า Huawei Nova ซีรี่ย์ ฉายแววเด่น เพิ่มระดับความสว่างให้สวยงามอยู่ตลอด แม้ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลาง แต่หลายๆ รุ่นก็ถูกพลักดัน ใส่ฟีเจอร์ระดับท็อปเข้ามามากมาย เพื่อยกระดับให้มีประสิทธิภาพเกินขีดจำกัด สุดท้ายก็เหมาะสมแล้วกับคำที่ว่า Huawei Nova ซีรี่ย์ คือ "ดาวดวงใหม่ที่พร้อมฉายแววตลอดเวลา"

**บทความเพื่อการโฆษณา**

    หน้านี้แสดงผลจากการแคช (Cache) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ Fri, 22 Mar 2019 00:38:22 +0700 (แคชมีอายุ 86400 วินาที)