ข่าวเทคโนโลยี » องค์กร

ZTE Corporation ผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลกด้านโซลูชั่นโทรคมนาคมและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมือถือสำหรับองค์กรและผู้บริโภค ได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์ 5G เพื่อการพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในมหกรรม World Congress 2019 ณ บาร์เซโลนา โดยผลิตภัณฑ์ 5G ของ ZTE ซึ่งออกแบบโดยยึดชิปเซ็ตเบสแบนด์และชิปอาร์เอฟ เจเนอเรชันที่ 3 นั้น ผลิตขึ้นเพื่อตอบรับความต้องการการใช้งานแบบฟูลแบนด์ ครอบคลุมทุกสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมสามารถสร้างเครือข่าย 5G ประสิทธิภาพสูงที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายอีกด้วย

BBU แบบมัลติโหมดเพื่อการสร้างเครือข่ายทรงประสิทธิภาพ

BBU พันธุ์ใหม่ซึ่งมาพร้อมกับแพลตฟอร์ม virtualization ซึ่งผ่านการทดสอบในศูนย์วิจัยและพัฒนาของทางบริษัทมาเป็นเวลาหลายปีนั้น เป็น 2U NG BBU ที่ครบเครื่องที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งมาพร้อมกับความจุปริมาณมหาศาล และสามารถใช้งานได้ทั้งในระบบ 2G, 3G, 4G และ 5G นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังสามารถประมวลผล NR cell per rack ที่ระดับ 30 x 100MHz พร้อมสมรรถภาพในการประมวลผลที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ด้วยการผสานประโยชน์ของเทคโนโลยี virtualization และแพลตฟอร์มไอทีเข้าด้วยกัน BBU ของ ZTE จึงมีความยืดหยุ่นทั้งในด้านของเครือข่ายไร้สายและอินเทอร์เฟซแบบเปิด ส่งผลให้สามารถปรับการใช้งานให้เข้ากับธุรกิจท้องถิ่นได้ อีกทั้งยังรองรับ C-RAN, D-RAN และการวางเครือข่ายได้อย่างยืดหยุ่น

AAU แบบอนุกรมเพื่อความครอบคลุมในวงกว้าง

ตระกูลผลิตภัณฑ์ 5G AAU ของ ZTE ซึ่งรองรับหลายช่องสัญญาณ ตั้งแต่ 64TR, 32TR, 16TR ไปจนถึง 4TR สามารถตอบโจทย์ด้านความครอบคลุมและความจุของเครือข่ายในเขตชุมชนเมืองที่มีความหนาแน่น ไปจนถึงเขตเมืองทั่วไป ชานเมือง หมู่บ้าน และอื่น ๆ โดยคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของเงื่อนไขในพื้นต่างๆ เพื่อมอบผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น 64TR-200M AAU นั้น เหมาะกับเขตเมืองที่มีความหนาแน่นและเขตเมืองทั่วไป โดยในปัจจุบันได้มีการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปทดลองใช้ในเชิงพาณิชย์หลายแห่ง เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นการใช้เทคโนโลยี 5G ในช่วงเฟสแรก

สำหรับในเขตชานเมืองและพื้นที่ชนบท โซลูชันที่เหมาะสมที่สุดนั้นจะเป็นรุ่น 32TR และ 16TR ที่ประหยัดกว่า โดยผลิตภัณฑ์รุ่น 32TR แบบ dual-band รองรับความถี่ที่ระดับ 2.6GHz และ 3.5GHz นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ 64TR-400m AAU ซึ่งใช้สำหรับจุดความถี่ที่แยกกันอย่างสิ้นเชิงที่ N78 band จึงสามารถรองรับแบนด์วิธมากที่สุดในอุตสาหกรรม

5G Pad เพื่อการเข้าถึงจุดบอดหรือจุดที่มีสัญญาณอย่างทั่วถึง

ผลิตภัณฑ์ในไลน์ PAD ของ ZTE ประกอบด้วย Pad RRUs, Pad BBU, Pad power และเหมาะกับการใช้งานทั้งในจุดบอดและสถานที่อย่างเช่น ตรอกซอกซอยแคบๆ อุโมงใต้สะพาน พื้นที่เล็กๆ ไปถึงจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและมีสายอากาศติดตั้งมาพร้อม ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม 5G Pad จึงสามารถตรวจหาพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและสามารถติดตั้งได้ง่าย

5G Qcell เพื่อการยกระดับความครอบคลุมของเครือข่ายภายในอาคาร

สำหรับการใช้งานภายในอาคาร ZTE ได้ออกผลิตภัณฑ์ในไลน์ Qcell แบบมัลติโหมดทั้งในระบบ 4G และ 5G ที่มาพร้อมกับความจุมหาศาล ซึ่งสามารถติดตั้งภายในอาคารที่มีความหนาแน่นสูงได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อาทิ ศูนย์การค้า ฟิตเนส อาคารสำนักงาน และท่าอากาศยาน อีกทั้งยังสามารถดูแลด้านการดำเนินงานและการซ่อมบำรุงได้อย่างสะดวกสบาย

ด้วยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร ZTE มุ่งมั่นสรรสร้างเครือข่ายไร้สายที่พร้อมมอบที่สุดของประสบการณ์ ตลอดจนที่สุดของความเป็นอัจฉริยะแต่เรียบง่ายให้แก่บรรดาผู้ประกอบการโทรคมนาคมในยุค 5G โดย ณ ปัจจุบัน ZTE ได้ร่วมมือด้าน 5G กับผู้ประกอบการกว่า 30 รายทั่วโลก และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5G เชิงพาณิชย์แบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการการติดตั้งใช้งานเครือข่าย 5G คลื่นแรกอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับในอนาคต ZTE จะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรต่อไป เพื่อส่งเสริมการทดสอบ 5G และเร่งผลักดันการใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์ เพื่อที่จะมอบประสบการณ์ 5G ที่แตกต่างและหลากหลายให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลก