ข่าวไอที » เทคโนโลยี

ในระหว่างการแถลงข่าว +Intelligence, Taking Computing to New Levels ในวันนี้ ทางแผนกธุรกิจการประมวลผลอัจฉริยะของหัวเว่ยได้ประกาศเปิดตัว FusionServer Pro เซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะแบบ x86 สุดล้ำที่จะช่วยเร่งความเร็วในการพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลสู่ระบบอัจฉริยะ ด้วยเอนจิ้นเร่งความเร็วอัจฉริยะ เอนจิ้นบริหารจัดการอัจฉริยะ และโซลูชั่นศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะที่รองรับการใช้งานหลากหลาย

ปัจจุบัน การพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลกำลังเปลี่ยนจากการพลิกโฉมสู่ระบบดิจิทัลเป็นระบบอัจฉริยะ อุตสาหกรรมการประมวลผลที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงเผชิญกับความท้าทายทั้งในส่วนของสมรรถนะการประมวลผลและการจัดการ FusionServer Pro จากหัวเว่ยที่มาพร้อมสมรรถนะการประมวลผลอัจฉริยะอันเหนือชั้น จะเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการประมวลผลและผลักดันการพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลไปสู่โลกอัจฉริยะ

โลกอัจฉริยะจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ การเชื่อมต่อ การประมวลผล และคลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อและการประมวลผลจะทำให้คลาวด์มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีศูนย์ข้อมูลทำหน้าที่ประมวลผลเกือบทั้งหมด วิสัยทัศน์ Global Industry Vision (GIV) 2025 ของหัวเว่ยระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีอัตราการเข้าถึงองค์กรต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็น 86% ภายในปี 2025 และด้วยการพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลสู่ระบบอัจฉริยะที่เพิ่มมากขึ้นในอุตสาหกรรม ในอนาคตจะมีการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ศูนย์ข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมจะต้องได้รับการอัปเกรดเพื่อจัดการกับความท้าทายดังต่อไปนี้

  • เซิร์ฟเวอร์แบบเดิมมีต้นทุนสูง: ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีบริการใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา การใช้ CPU เพียงอย่างเดียวแบบเดิมจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับบริการบางประเภท
  • ศูนย์ข้อมูลมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง: การใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากในศูนย์ข้อมูลแบบเดิมมีค่าใช้จ่ายสูง
  • ขาดการเชื่อมต่อ L1-L2: ในเซิร์ฟเวอร์แบบเดิม ระบบปรับอากาศที่ L1 และเซิร์ฟเวอร์ที่ L2 ไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ค่าไฟของระบบปรับอากาศคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30% ของค่าไฟทั้งหมดของศูนย์ข้อมูล

เพื่อตอบโจทย์การพลิกโฉมศูนย์ข้อมูลสู่ระบบอัจฉริยะ หัวเว่ยได้อัปเกรดเซิร์ฟเวอร์ FusionServer เป็นเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ FusionServer Pro พร้อมโซลูชั่นแบบลำดับขั้นที่ครอบคลุมการใช้งานแบบ single-node, large-scale และ ultra-large-scale

  • การใช้งานแบบ single-node: เอนจิ้นเร่งความเร็วอัจฉริยะใช้ระบบออฟโหลดอัจฉริยะในการประมวลผล จัดเก็บข้อมูล และกำหนดโปรโตคอลของเครือข่าย เพื่อเพิ่มความเร็วในการใช้งานและยกระดับการให้บริการ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน
  • การใช้งานแบบ large-scale: เอนจิ้นเร่งความเร็วอัจฉริยะและเอนจิ้นบริหารจัดการอัจฉริยะใช้อุปกรณ์ ระบบพลังงาน การใช้งาน และการบริหารจัดการข้อผิดพลาดอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบำรุงรักษา รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง 15%
  • การใช้งานแบบ ultra-large-scale: นอกจากเอนจิ้นเร่งความเร็วอัจฉริยะและเอนจิ้นบริหารจัดการอัจฉริยะในระดับอุปกรณ์แล้ว ยังมีสามโซลูชั่นสำหรับศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ ได้แก่
  • โซลูชั่นเชื่อมต่อ L1-L2 อัจฉริยะ: เชื่อมต่อระบบปรับอากาศที่ L1 กับเซิร์ฟเวอร์ที่ L2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของศูนย์ข้อมูล
  • โซลูชั่นทำความเย็นด้วยของเหลวเต็มรูปแบบ: ช่วยลดค่า PUE ของศูนย์ข้อมูลได้ถึง 30% ทั้งยังประหยัดตู้เก็บเซิร์ฟเวอร์ได้ 76% และประหยัดพื้นที่ห้องจัดเก็บอุปกรณ์ได้ 68% รวมถึงลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวมได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับระบบทำความเย็นด้วยลม
  • โซลูชั่นตู้เก็บเซิร์ฟเวอร์ครบวงจร: เอื้อต่อการใช้งานระดับใหญ่อย่างรวดเร็ว การเชื่อมต่อแบบ node blind-mate รวมถึงการดำเนินงานและการบำรุงรักษาอัจฉริยะ ทำให้ศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะแบบไม่ต้องมีผู้ดูแลเป็นไปได้จริง

คุณจาง เสี่ยวหัว ประธาน FusionServer กล่าวว่า “ด้วยเอนจิ้นเร่งความเร็วอัจฉริยะและเอนจิ้นบริหารจัดการอัจฉริยะ หัวเว่ยได้อัปเกรดเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมให้เป็นเซิร์ฟเวอร์อัจฉริยะ เพื่อช่วยเหลือองค์กรต่างๆ ในการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะที่มีสมรรถนะการประมวลผลแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของแผนกธุรกิจการประมวลผลอัจฉริยะของหัวเว่ยได้ที่ https://e.huawei.com/cn/solutions/hic