ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Parallel Wireless บริษัท 5G จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นเครือข่ายการสื่อสารครบวงจรในรูปแบบซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมเครือข่าย ALL G (2G, 3G, 4G, 5G) รายแรกและรายเดียวของโลก ประกาศว่า บริษัทได้รับรางวัล Most Innovative Product Award จากงานประกาศรางวัล Leading Lights Awards ในสัปดาห์นี้

รางวัลนี้มอบให้แก่บริษัทที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าของตลาด หรือพัฒนากลยุทธ์ที่สนับสนุนให้เกิดการใช้บริการการสื่อสารเคลื่อนที่และไร้สายที่ก้าวล้ำและสร้างผลกำไร

ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Network Operator - MNO) ก็คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับโครงข่ายการเข้าถึงผ่านการรับส่งทางคลื่นวิทยุ (Radio Access Network - RAN) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของ CAPEX และ 65% ของ OPEX ด้วยการอัพเกรดจาก 2G เป็น 3G ก่อนจะเป็น 4G และ 5G ในปัจจุบัน จึงทำให้ที่ผ่านมามีความจำเป็นที่ผู้ให้บริการเครือข่ายจะต้องเปลี่ยนเครือข่าย RAN แต่ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องจำเป็นอีกต่อไปแล้ว

Parallel Wireless ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานแบบ open compute มาต่อยอดพัฒนาโซลูชั่นเครือข่ายการสื่อสารครบวงจรในรูปแบบซอฟต์แวร์สำหรับเครือข่าย 2G และ 3G ตลอดจนเครือข่ายใหม่กว่าอย่าง 4G และ 5G แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ 2G/3G/4G/5G ของ Parallel Wireless ทำให้สามารถใช้ Open vRan ผ่านการแยกระบบการทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ซึ่งจะเอื้อให้เกิดแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่รองรับการแยกโปรโตคอลระหว่าง DU และ CU โดยขึ้นอยู่กับตัวเลือกเครือข่ายแบบ backhaul หรือ fronthaul ที่สามารถใช้ได้ นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยี Massive MIMO, edge microservice และเครือข่ายแยกส่วนสำหรับเครือข่าย ALL G

โซลูชั่นดังกล่าวช่วยให้เกิดความรวดเร็วทั้งเครือข่ายทางกายภาพและเครือข่ายเสมือน แบบ COTS (commercial off-the-shelf) ด้วยการรวมเครือข่าย ALL G ผสมผสาน abstraction กับ real time orchestration เข้ากับระบบอัตโนมัติของเครือข่าย เพื่อทำให้ผู้ให้บริการทั่วโลกสร้างผลกำไรแม้ว่าจะมีแรงกดดันด้านมาร์จิ้น นอกจากนี้ระบบคลาวด์ยังจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการและบำรุงรักษาได้อย่างน้อย 30% ด้วยอินเทอร์เฟซแบบเปิดที่ได้มาตรฐาน 3GPP โซลูชั่นนี้มีความยืดหยุ่นในการรองรับการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ บริษัท Parallel Wireless ใช้สถาปัตยกรรมของระบบเครือข่ายในการพัฒนาประสิทธิภาพของเครือข่าย ALL G เพื่อให้ผู้ใช้งานปลายทางได้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุดในแง่ของความครอบคลุมและขีดความสามารถของสัญญาณทั้งในอาคารและนอกอาคาร

ผลลัพธ์ก็คือ เครือข่ายคลาวด์เนทีฟในรูปแบบซอฟต์แวร์ของบริษัท Parallel Wireless ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเปลี่ยนไปสู่เครือข่าย 5G ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการอัพเกรดซอฟต์แวร์ โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีราคาแพง ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของโลก

ที่มา : www.parallelwireless.com วันที่ : 10 พฤษภาคม 2562

อ่านเพิ่มเติม

520อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ