ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Sony WF-1000XM3 หูฟังไร้สาย Truly Wireless ที่เรียกว่ามาแรงมากในช่วงนี้ ด้วยการออกแบบที่สวยงาม ผสานกับความพรีเมี่ยม รวมถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยมและเป็นเอกลักษณ์ของ Sony รวมถึงคุณสมบัติที่ได้ลองแล้วต้องบอกว่าดีมากสำหรับการตัดเสียงรบกวน Noise Cancelling ที่ทำให้ได้ยินเพลงหรือสิ่งที่กำลังฟังอย่างคมชัด นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ เพื่อปรับการใช้งานให้เหมาะสม และที่สำคัญคือใช้งานได้ยาวนานทั้งวันกว่า 24 ชม. ไม่ว่าจะเดินทางไกลๆ เป็นระยะเวลานานๆ ก็ไม่ต้องกังวล ต้องมานั่งชาร์จแบตฯ และรองรับการใช้งาน Google Assistance ได้อีกด้วย

Sony WF-1000XM3 มาพร้อมกับกล่องเก็บหรือเคสที่ใช้ชาร์จแบตฯ หูฟังทั้ง 2 ข้างอย่างสวยงาม มีลักษณะโค้งมน ทรงลึก ออกแบบฝาและตัวเครื่องมีสีตัดกัน พร้อมกับมีฝาเปิด-ปิด แบบแม่เหล็กที่มีความหนึบแน่น ไม่เปิดออกเองง่ายๆ แต่จุดที่น่าสังเกตคือฐานจะมีความโค้ง ทำให้ไม่สามารถตั้งวางในแนวตั้งได้ แต่วางในแนวนอน หรือเอาด้านที่เป็นฝาปิดลงได้ ซึ่งถ้าหากไม่ระวังอาจเกิดรอยที่ฝาได้ นอกจากนี้ ที่ด้านหลังจะมีพอร์ตสำหรับชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB Type-C

เมื่อเปิดออกด้านในจะมีหูฟัง 2 ข้าง วางในแนวนอน โดยที่มีแม่เหล็กยึดไว้เหนียวแน่น ขนาดที่คว่ำลงยังไม่ล่วงหรือหลุดออกมา

สำหรับตัวหูฟังทั้งสองข้างจะมีขนาดกะทัดรัด เป็นหูฟังชนิด In Ear น้ำหนักเบาเพียงข้างละ 8.5 กรัม ส่วมใสสบาย ซึ่งได้รับการออกแบบ Tri-hold ตามหลักสรีรศาสตร์ เหมาะสมกับสรีระของหูในขณะที่ส่วมใส่ โดยจะมี 3 จุดที่สัมผัสกับหูของเรา ทำให้ส่วมใสสบาย ไม่เจ็บหู

ด้านบนฝั่งที่เป็นโลโก้ Sony จะมีแป้นกลมๆ สำหรับการใช้งานสั่งงานด้วยระบบสัมผัส พร้อมกับรูไมโครโฟน

ส่วนบริเวณด้านบนของหูฟัง จะมีตัวหนังสือบอกชัดเจนว่า R คือใส่ทางขวา และ L คือใส่ด้านซ้าย

ด้านในฝั่งที่ใช้สวมกับหู จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับที่ด้านบน ถัดลงมาเป็นจุกหูฟัง และด้านล่างมีแถบแม่เหล็ก 3 จุด สำหรับยึดติดกับตัวเคสเมื่อชาร์จแบตฯ

การใช้งานหูฟัง Sony WF-1000XM3

การส่วมใส่หูฟัง Sony WF-1000XM3 เรียกว่ามีการคิดค้นมาแล้วว่าไม่ใช่แค่ใส่แล้วจบ เมื่อใส่หูฟังแล้วจะต้องบิดลงมาด้านล่างเล็กน้อย ให้รู้สึกว่ามันกระชับ โดยที่ฐานด้านล่างจะเข้ากับหูของเราพอดี

นอกจากนี้ ใครที่คิดว่าเมื่อใส่แล้วจะหลุดง่าย ไม่กระชับ โฟมรองหูฟังใหญ่ไป ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย เพราะ Sony ให้ยางและโฟมรองหูฟังมาอย่างละ 3 คู่ รวมกันเป็น 6 คู่ สามารถเลือกใส่ให้เหมาะกับหูของเรา หากใครที่ต้องการกระชับแน่ๆ ก็ใส่แบบยางได้ หรือใส่ที่ต้องการส่วมใส่สบายก็เลือกแบบที่เป็นโฟม

การเชื่อมต่อหูฟัง Sony WF-1000XM3

การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับหูฟังเรียกว่าทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยการรองรับ Bluetooth 5.0 และ NFC เพียงขั้นตอนแรกต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Headphones Connect ของ Sony จะทำให้การใช้งานและตั้งค่าง่ายขึ้น

การเชื่อมต่อที่ง่ายที่สุดก็เห็นจะเป็นการเชื่อมด้วย NFC เพียงเปิดฟังก์ชั่นนี้ที่สมาร์ทโฟน แล้วนำเอาหูฟังมาใส่หู 1 ข้าง จากนั้นนำสมาร์ทโฟนไปวางไว้ใกล้ๆ กับเคส สังเกตได้บริเวณที่มีโลโก้ NFC ติดอยู่ เพียงเท่านั้นก็ทำการเชื่อมต่อและเข้าไปปรับตั้งค่าในแอพพลิเคชั่นได้ทันที

ใส่ส่วนของแอพพลิเชั่น Headphones Connect ก็จะมีข้อมูลรุ่นของหูฟังและสถานะแบตเตอรี่คงเหลืออยู่ทั้ง 2 ข้าง และสามารถตั้งค่าการใช้งานได้จากหน้าต่างนี้ ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้

Adaptive Sound Control ช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อปรับตั้งค่ากาตัดเสียงรบกวน การรับเสียงจากภายนอกให้เหมาะสมกับสถาณการณ์นั่นๆ แบบอัตโนมัติ

 

Ambient Sound ฟังก์ชั่นสำหรับตั้งค่าลดเสียงรบกวน Noise Cancelling โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่การเคลื่อนไหว หรือพฤติกรรมการใช้งานในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็น Staying (นั่งอยูู่เฉย), Walking (เดิน), Running (วิ่ง) และ Transport (กำลังเดินทางด้วยยานพาหนะ) พร้อมกับมีแถบด้านล่าง สำหรับการปรับลดเสียงรบกวนจากระดับ 0-20 ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่นขณะที่อยู่เฉยๆ ก็ไม่ต้องเปิด จะทำให้เราได้ยินเสียงเพลงที่ฟังอย่างมีอรรถรส หรือเมื่อเรากำลังเดินทางก็อาจจะเปิดในระดับ 8 และยังมีให้เลือกติ๊กที่ Focus On Voice เพื่อโฟกัสเฉพาะเสียงพูดก็ทำได้เช่นกัน

 

ถัดลงมาอีกเมนูก็จะเป็นการปรับ Equalizer (อีควอไลเซอร์)

สำหรับการรับฟังเสียงที่ให้ได้อรรถรสที่แตกต่างกันไป หรือเรียกว่าแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ก็สามารถมาปรับตั้งค่าอีควอไลเซอร์ได้เองนอกจากนี้ ยังมีลักษณะการใช้แบบจำเพาะ เมื่อปรับไว้แล้วก็จะบันทึกไว้ในประเภทที่เราตั้งค่า ครั้งต่อไปเข้ามาก็ไม่ต้องมาปรับใหม่ เพียงเลือกลักษณะเสียงเพลงที่ต้องการฟัง ก็จะได้ค่าเดิมที่ตั้งไว้

 

  

Now Playing (กำลังเล่น)

แถบนี้ก็จะแสดงสิ่งที่เรากำลังฟังอยู่ สามารถใช้ควบคุมระดับเสียง กดเล่น-หยุด เล่นเพลงก่อนหน้า-ถัดไป ได้

นอกจากนี้ ก็จะเป็นการตั้งค่าอื่นๆ แต่อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ หูฟัง Sony WF-1000XM3 สามารถตั้งค่าการทำงานซ้าย-ขวา ต่างกันได้ จากการสัมผัสที่แป้นกลมๆ บนหูฟัง โดยจะมีฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้

  • Playback Control กดใช้งาน 1 ครั้งเพื่อเล่น หรือหยุดเพลง, กด 2 ครั้งติดกัน เพื่อเล่นเพลงถัดไป หรือขณะที่มีสายเรียกเข้า สามารถกด 2 ครั้งติดกัน เพื่อรับสาย
  • Ambient Sound Control กด 1 ครั้ง เพื่อควบคุมการใช้งานลดเสียงรบกวน Noise Cancelling เปิด, Ambient Sound และปิด Ambient Sound
  • Google Assistance กดค้างเพื่อใช้งานสั่งการด้วยเสียง หรือกด 2 ครั้งติดกัน เพื่ออ่านการแจ้งเตือน
  • None Assigned ไม่ตั้งค่าการใช้งานใดๆ

 

จุดเด่นหลักๆ ของหูฟัง Sony WF-1000XM3 คือการตัดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยมด้วยเซนเซอร์เสียงรบกวนแบบคู่ โดยเป็นการใช้โปรเซสเซอร์ป้องกันเสียงรบกวนความละเอียดสูง QN1e ที่เคยใช้ในหูฟังลักษณะครอบหู แต่ครั้งนี้ทาง Sony ได้นำมาใส่ไว้ในหูฟังแบบ Truly Wireless ทำให้การใช้งานหูฟังมีอรรถรสมากขึ้น ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานขณะเดินทางบนเครื่องบิน การเดินทางด้วยรถสาธารณะในแต่ละวัน หรือแม้กระทั้งในออฟฟิต ก็ทำให้ได้ยินเสียงที่ฟังอย่างชัดเจน

ส่วนเรื่องของคุณภาพเสียง เรียกว่าเป็นตามแบบฉบับของโซนี่ ด้วยการนำไดรเวอร์ยูนิตเล็กขนาด 6 มม. มาใส่ไว้บนหูฟัง ทำให้ได้เสียงที่คุณภาพ ทรงพลังในระยะที่กว้าง ไม่แสบหู และมีการใช้ชิปใหม่ของ Bluetooth ทำให้สามารถส่งเสียงไปยังหูซ้ายและขวาได้พร้อมกัน แต่ทั้งนี้เรื่องของเทสการฟังเสียงเรียกว่าขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ถ้าพูดถึงหูฟัง Truly Wireless กับราคาที่ไม่สูงมาก เรียกว่าเหมาะสมเลยทีเดียว

ส่วนของการสนทนาเรียกว่าสามารถรับสายได้ได้จากหูฟังทั้งสองข้าง การสนทนากับฝั่งตรงข้ามได้เสียงที่ชัดเจน ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีพอสมควรในขณะที่สนทนา

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำได้ดีก็เห็นจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ ที่สามารถใช้งานได้นานทั้งวัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทางข้ามประเทศเป็นระยะเวลานานๆ ได้จริงๆ เพราะตัวหูฟังหากชาร์จเต็ม สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 ชม. เมื่อเปิด Noise Cancelling และตัวเคสที่ใส่หูฟัง ยังชาร์จได้อีก 3 รอบ รวมๆ แล้วใช้ได้นาน 24 ชม. และตัวเคสก็สะดวก มีระบบ Quick Charge ด้วยพอร์ต USB Type-C

สำหรับหูฟัง Sony WF-1000XM3 เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจกับหูฟังไร้สาย Truly Wirelessที่มีราคาเหมาะสมกับคุณภาพที่ไม่น่าเสียดายเงินในกระเป๋าอย่างแน่นอน โดยมีวางจำหน่ายแล้วทั้ง 2 สี ได้แก่ สี Blackและ Silver ในราคา 8,990

สามารถหาซื้อได้ที่ : 

  • Siam Discovery
  • Jaymart สาขา Central World, Paragon, ลาดพร้าว, Fashion
  • Lazada , Shopee , WeMalll , Mercular , 425 Degree

วันที่ : 11 สิงหาคม 2562

อ่านเพิ่มเติม

2,130อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ