ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

iOS 13 ที่ทาง Apple เคลมว่าทำงานได้เร็วกว่า iOS 12 เสียอีก วันนี้ขอยกมา 10 ฟีเจอร์หลักเด่นๆ ที่ได้ชูธงมา ไม่ว่าจะในส่วนของระบบไปจนถึงระดับแอพฯ ที่มาพร้อมเครื่อง ลองมาดูกันว่ามีอะไรใหม่บ้าง!!!

1.โหมดมืด (Dark Mode) 

มาแล้ว!!! สมกับที่ตั้งตารอคอยกับโหมดโทนสีมืด เป็นการปรับให้หน้าจอแสดงผลเป็นโทนสีมืด รู้สึกสบายตาและถนอมสายตาขณะใช้งาน และไม่สว่างจ้าในที่ที่มีแสงน้อยทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น โหมดนี้จะปรับทั่วทั้งระบบตั้งแต่แอพฯ ที่มาพร้อมเครื่องอย่าง Today View , Apple Music , Photo , Note , Calendar และ Messages รวมถึงการตั้งค่าต่างๆ 

ทั้งนี้สามารถควบคุมเวลาการเปิดปิดได้ตามต้องการ โดยจะทำจากศูนย์ควบคุมหรือจะตั้งให้เปิดปิดอัตโนมัติก็ทำได้ แถมโหมดนี้ยังประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย

2.รูปภาพ (Photo)

  • รูปภาพมุมมองใหม่

แอพฯ จะเลือกรูปภาพที่ซ้ำออกเพื่อให้เห็นเฉพาะรูปภาพที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าจะไฮไลท์รูปภาพเหตุการณ์สำคัญ หรือ รูปภาพย้อนความทรงจำของเรา และสามารถเลือกได้ว่าจะดูรูปภาพในแบบ "วัน" หรือช่วงเวลาสำคัญในแบบ "เดือน" หรือย้อนความทรงจำสุดประทับใจในแบบ "ปี"

  • ฟีเจอร์โหมดวันเกิดที่เพียงแค่บันทึกวันเกิดลงในอัลบั้มของ "ผู้คน" เมื่อถึงวันเกิดของพวกเขาก็มีการแจ้งเตือนเป็นไฮไลท์รูปภาพขึ้นมา

  • ฟีเจอร์เก็บภาพอัลบั้มกิจกรรมสำคัญ โดยแอพฯ จะตั้งชื่อกิจกรรมรวมถึงระบุสถานที่ หรือเทศกาลให้เราเสร็จสรรพ พร้อมทั้งสามารถแชร์รูปภาพ และวิดีโอได้อย่างง่าย นอกจากนี้ยังสามารถนำดนตรีจากแอพฯ มิวสิคมาประกอบในวิดีโอได้อีกด้วย

3.ปรับแต่งแก้ไขในวิดีโอ (Video Editor)

การเพิ่มฟิลเตอร์ทำได้แล้ว ทั้งยังรองรับการหนีบนิ้วเพื่อซูมดูขณะแก้ไขได้ การแก้วิดีโอจะไม่ทำลายต้นฉบับจึงสามารถนำเอฟเฟ็กต์ที่ปรับแต่งใหม่ออกได้ง่าย หรือจะยกเลิกการตัดต่อทั้งหมด เพื่อย้อนกลับไปเป็นวิดีโอต้นฉบับก็ทำได้เช่นกัน โดยสามารถรองรับความละเอียดสูงสุดระดับ 4K ที่ 60 fps และวิดีโอสโลว์โมชั่นคุณภาพระดับ 1080p ที่ 240 fps

4.กล้องที่ปรับลูกเล่นใหม่ (Camera)

ในโหมดถ่ายภาพบุคคล มีเพิ่มการจัดแสงแบบสตูดิโอเสมือนจริง สามารถเลื่อนแสงให้เข้าใกล้ตัวแบบมากขึ้น หรือ เลื่อนแสงให้ห่างออกไปก็ได้ ทำให้ดวงตาและใบหน้าคมชัดขึ้น ดูสว่างเรียบเนียน และ เพิ่มเอฟเฟ็กต์ใหม่ที่ชื่อว่า "High-Key Mono" ในโหมดภาพถ่ายบุคคล ด้วยการจัดแสงในเฉดสีโมโนแบบคลาสสิก

5.Sign in with Apple เร็วขึ้นและเป็นส่วนตัว

Sign in with Apple คือ การลงชื่อเข้าใช้ในแอพฯ หรือ เว็บไซต์ โดย Apple จะเป็นผู้ช่วยในการเข้าใช้งาน ทำให้ Log-in ทุกอย่างได้โดยง่าย ไม่ต้องพิมพ์ Username หรือ Password ทุกครั้ง ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและเป็นส่วนตัวต่อผู้ใช้งานตามแบบฉบับของ Apple เพียงแค่แตะ "ลงชื่อเข้าด้วย Apple" จะเลือกใช้ Face ID หรือ Touch ID ก็ได้

ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ให้เลือกสร้างและซ่อนอีเมลจริงได้ ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าอยากจะให้ที่อยู่อีเมลจริงหรือไม่ ทั้งนี้ Apple จะเป็นผู้สร้างบัญชีอีเมลใหม่แบบสุ่ม เพื่อใช้เฉพาะในการเข้าใช้งานเท่านั้น และจะส่งต่ออีเมลนั้นไปยังที่อยู่อีเมลจริงของเราอีกด้วย

ซึ่งฟีเจอร์นี้ออกมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลและตัวตนจริงให้กับแอพฯ หรือเว็บไซต์ ในส่วนการใช้งาน "Sign in with Apple" ต้องใช้กับ Apple ID ที่เปิดการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัยเท่านั้น 

6.แผนที่ (Map)

แอพฯ แผนที่มีการปรับปรุงใหม่ ให้แสดงภาพแบบละเอียด ในรูปแบบ 3 มิติ และเพิ่มคุณสมบัติใหม่อย่าง สร้างลิสต์จุดท่องเที่ยวหรือสถานที่ให้ได้ไปเชคอิน และยังแชร์ให้กับเพื่อนๆได้ทันที

และยังมีฟีเจอร์ "รายการโปรด" สำหรับให้นำทางไปยังสถานที่ที่เดินทางไปบ่อย เช่น บ้านหรือที่ทำงาน ได้ทันที

7.Siri

Siri ปรับคำแนะนำให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละคนพร้อมกับเสียงที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น อีกทั้งแอพฯ คำสั่งลัดที่มาพร้อมเครื่องจะช่วยให้สามารถแนะนำกิจวัตรประจำวันที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Siri ยังจับข้อความในแอพฯ เตือนความจำ หรือ To do list รวมถึงแอพฯ กิจกรรมอื่น ๆ เพื่อแจ้งเตือนได้อีกด้วย

8.Keyboard

ช่วยให้การพิมพ์สไลด์แบบมือเดียวเป็นเรื่องที่ง่าย ด้วยการปัดนิ้วผ่านตัวอักษรของคำที่ต้องการพิมพ์ จะใช้วิธีจับจากภาษาที่เปิดใช้งาน ซึ่งได้มากสูงสุดถึงสี่ภาษา

9.เตือนความจำ (To do List)

การสร้าง จัดระเบียบ และติดตามรายการ ได้มีแถบเครื่องมือใหม่ที่จะแสดงอยู่เหนือคีย์บอร์ด สำหรับให้เพิ่มเวลา วันที่ สถานที่ หรือแม้แต่เอกสารไฟล์แนบได้ทันที

ทั้งยังสามารถปรับแต่งใส่สีสันได้ถึง 12 สี และสัญลักษณ์ได้ถึงอีก 60 แบบ สามารถเพิ่มรูปภาพ หรือแม้แต่ลิงก์ของเว็บไซต์อื่น ทั้งยังจัดกลุ่มหลายรายการเข้าด้วยกันได้ และ เพิ่มฟีเจอร์การแท็กเพื่อนในการเตือนครั้งนี้ด้วย

10.Memoji และข้อความ

ฟังก์ชั่นใหม่ที่เลือกเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ได้แล้ว จะตั้งเป็นรูป Animoji , Memoji , รูปถ่ายหรือชื่อย่อก็ทำได้ และยังสามารถควบคุมได้ เมื่อเริ่มมีการสนทนาใหม่หรือมีการตอบกลับข้อความว่าจะแชร์โปรไฟล์กับทุกคน หรือเฉพาะรายชื่อในสมุดโทรศัพท์เท่านั้น หรือจะไม่แชร์ก็ได้ 

  • เมื่อมีการเริ่มสนทนา เพื่อให้รู้ได้ทันทีว่าใครอยู่ในบทสนทนาบ้าง Memoji จะถูกเปลี่ยนให้เป็นชุดสติ๊กเกอร์มาในคีย์บอร์ดอัตโนมัติซึ่งคล้ายกับคีย์บอร์ดอีโมจิ ให้เลือกตอบกลับได้เร็วขึ้น 

  • ปรับการค้นหาให้สะดวก เมื่อต้องการค้นหาข้อความเก่า สามารถระบุคำค้นลงในช่องค้นหาได้เลย จากนั้นแอพฯ จะแสดงผลให้ตรงกับคำที่ค้น พร้อมทั้งจัดระเบียบลิงก์​และไฟล์แนบที่ถูกแชร์มาให้ตรงกับประเภทมากที่สุด

  • ชุดสติ๊กเกอร์ Memoji สามารถสร้างให้เป็นเอกลักษณ์และอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว มีการเพิ่มเครื่องมือเข้ามาใหม่ เช่น โทนสีของเมคอัพใหม่ , ทรงผมใหม่ และเครื่องประดับอีกมากมาย

  • ชุดสติ๊กเกอร์ Animoji ได้เพิ่มตัวคาแรคเตอร์ใหม่อีก 3 แบบ ได้แก่ หนู ปลาหมึก และวัว ให้เลือกเปลี่ยนตามอารมณ์ของตัวเองได้เลย

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือฟีเจอร์เบื้องต้นใน iOS 13 รองรับตั้งแต่ iPhone 6s ขึ้นไป 

วันที่ : 19 กันยายน 2562

อ่านเพิ่มเติม

7,552อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ