ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

อีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่มาได้ไกลมาก และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว ต้องบอกว่ารุ่นใหม่ อัพเกรดสเปก ดีไซน์ทันสมัยเข้ากับได้ทุกแฟชั่นมากยิ่งขึ้นด้วย โดยตรงกับที่ได้ระบุในจุดขายว่านี่คือเป็นมากกว่านาฬิกา กับคำโปรยๆ ง่ายๆ แต่ตรงจุด คุณคงไม่เคยเห็น นาฬิกาแบบนี้แน่! ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกันหน่อย เผื่อใครกำลังอยากเล็งเป็นเจ้าของ..

ด้านดีไซน์ของนาฬิกา Apple Watch Series 5

สำหรับนาฬิการุ่นใหม่นี้ก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แฟชั่นมากยิ่งขึ้น พร้อมให้ความอิสระกับผู้ใช้งานในการเลือกสายนาฬิกา, ตัวเรือน หรือแม้แต่ไอคอนภายในหน้าปัดนาฬิกา เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นคุณนั่นเอง ขณะที่วัสดุตัวเรือนมีให้เลือกทั้งแบบ อะลูมิเนียม สแตนเลสสตีล ไทเทเนียม หรือเซรามิก โดยขนาดตัวเรือน 40 มม. และ 44 มม. มีน้ำหนักดังต่อไปนี้

  • ตัวเรือนอะลูมิเนียม : 30.8 กรัม / 36.5 กรัม
  • ตัวเรือนไทเทเนียม : 35.1 กรัม / 41.7 กรัม
  • ตัวเรือนเซรามิค : 39.7 กรัม / 46.7 กรัม
  • ตัวเรือนสแตนเลสสตีล : 40.6 กรัม / 47.8 กรัม

อย่างไรก็ดีบางคนอาจกำลังสงสัยว่า แล้วแบบนี้เราจะเลือกใช้ Apple Watch Series 5 แบบไหนดี คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ถ้ามองหาความแข็งแรง และไม่เป็นรอยนิ้วมือ ไม่หลอกเกิดคราบสีเหลือง หรือกัดกร่อนจากความชื้นและสารเคมีต่าง ๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันต้องใช้วัสดุตัวเรือนไทเทเนียมเท่านั้น

 

ด้านจุดเด่นของนาฬิกา มีอะไรบ้าง

1. นาฬิกาจอภาพที่ไม่เคยหลับ : เดิมทีหากเราจะดูการแจ้งเตือนต่าง ๆ ต้องกดที่หน้าปัดก่อนเพื่อดู หรือใช้ท่าทางด้วยการยกมือขึ้นมา แต่หน้าจอรุ่นใหม่มาพร้อมจอภาพใหม่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นเวลาและข้อมูลสำคัญบนหน้าจอตลอดเวลา หน้าปัดนาฬิกาแต่ละแบบได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับจอภาพใหม่ และประหยัดแบตเตอรี่ หน้าจอสามารถลดความสว่างลงเองได้เวลาที่คุณลดข้อมือลง และกลับมาสว่างเมื่อยกข้อมือขึ้น หรือแตะที่หน้าจอ โดยการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้นาน 18 ชม.

2. ดูแลสุขภาพของคุณเสมอ : โดยจะตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจเสมอ หากมีอัตราที่สูง หรือต่ำจนเกินมาตรฐานสากลนาฬิกามีการแจ้งเตือนทันที, ตรวจสอบรอบเดือนว่ามาตรงตามช่วงเวลาหรือไม่, การแจ้งเตือนเมื่อเสียงดังเกินไปจนทำให้เกิดผลกระทบต่อการได้ยิน รวมถึงฟีเจอร์การนำทางที่มีเข็มทิศ พร้อมระบุรายละเอียดชัดเจน ความชัน ละติดจูด ลองจิจูด และระดับความสูง และการบอกคุณว่าควรเคลื่อนไหวบ้าง ไม่ให้นั่ง หรืออยู่ที่เดิมจนนานเกินไป เป็นต้น

3. การโทรฉุกเฉนทั่วโลก : เฉพาะรุ่นเซลลูลาร์เท่านั้นโดยสามารถโทรติดต่อบริการฉุกเฉินทั่วโลกได้แล้วใน 150 ประเทศ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้ในระหว่างการเดินทางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การโทรฉุกเฉินทั่วโลกจะทำงานร่วมกับการตรวจจับการล้ม เมื่อคุณเปิดการใช้งานตั้งค่านี้ หาก Apple Watch ตรวจจับได้ว่าผู้ใช้ล้มรุนแรง ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลาประมาณหนึ่งนาที

4. การค้นหาข้อมูลเรียลไทม์ : โดยเรือนนาฬิการองรับการใช้งาน SIRI เต็มรูปแบบ หากคุณอยากรู้อะไรก็สามารถค้นหาได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เพลง, รูปภาพ, สถานที่, ตำแหน่งต่าง ๆ เป็นต้น

 

สำหรับนาฬิกาดังกล่าวมีข้อมูลที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ Apple เผยโฉม Apple Watch Series 5 พร้อมจอภาพ Retina และฟีเจอร์ใหม่โทรฉุกเฉินได้ทั่วโลก

วันที่ : 17 กันยายน 2562

อ่านเพิ่มเติม

2,491อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ