ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

iPhone 11 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มาพร้อมกับสีสันที่หลากหลาย ทั้งสีขาว สีดำ สีแดง (Product)Red® ที่เป็นสีพื้นฐานของ iPhone ในยุคหลังไปแล้ว  และสีสันใหม่ที่ทุกคนร้องว้าว ไม่ว่าจะเป็น สีม่วง สีเหลือง และสีเขียว ที่มาในโทนสีที่หวานและน่าจะถูกใจสาวๆ รวมทั้งหนุ่มๆ หลายคน แถมถ้าคุณใช้ iPhone 11 สามสีนี้ ทุกคนก็จะรู้ว่าคุณใช้ iPhone รุ่นใหม่แน่ๆ  แต่สีเดิมๆ ก็สวยแบบคลาสสิคเหมือนกันนะ อย่างนี้เราควรจะเลือกสีไหนดีล่ะ????

เลือกสี iPhone อย่างไรดี???

ในกรณีที่คุณต้องการจะซื้อ iPhone 11 และมีสีที่ชอบในใจอยู่แล้ว ก็อาจจะไปลองจับเครื่องจริงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เราแน่ใจว่าเราอยากได้เครื่องนี้สีนี้แน่ๆ แล้วจึงค่อยซื้อ  หรือถ้าไม่ได้เป็นคนที่คิดมากอยู่แล้ว พอ iPhone 11 เริ่มวางขายก็เดินเข้าไปซื้อเลย สีไหนก็ไม่เป็นปัญหา  ถือคติว่า "ซื้อก่อนใช้ก่อน" รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขกับการใช้ iPhone 11 อย่างแน่นอน

หรือถ้าคุณเป็นคนที่ลังเล ยังไม่รู้ว่าจะซื้อสีไหนดี สีม่วงก็สวยดีนะ สีเหลืองก็สวยแบบพาสเทลหวานๆ สีแดงก็ดูร้อนแรงดี สีขาวก็ดูเรียบร้อย สีไหนๆ ก็ดีไปหมดเลย เลือกไม่ถูกสักที  ถ้าคุณประสบปัญหาแบบนี้ คุณอาจจะลองใช้ “จิตวิทยาสี” ในการเป็นตัวช่วยเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกสีไอโฟนเครื่องใหม่ของคุณได้

“จิตวิทยาสี” กับการเลือก iPhone 11

"สี" ในทางจิตวิทยาถือว่าสีมีผลกับอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์  เพราะไม่ว่ามนุษย์จะเลือกสรรสิ่งใด ก็จะใช้ “สี” เป็น 1 ในปัจจัยหลักของการเลือก เช่น เวลาเราจะเลือกซื้อเสื้อผ้าสักชิ้น เราก็มักจะคำนึงถึงสีและขนาดเป็นหลัก  หรือแม้แต่สมาร์ทโฟนที่เรากำลังจะซื้อ ก็จะคำนึงถึงเรื่องสีของตัวเครื่องเป็นลำดับต้นๆ  และ "สี" ยังเป็นตัวบ่งบอกสภาพทางธรรมชาติในหลายๆอย่าง เช่น สีของท้องฟ้าที่แตกต่างกัน เป็นตัวบ่งบอกสภาพอากาศว่าเป็นอย่างไร  สีเป็นตัวบ่งบอกสิ่งของแต่ละสิ่งว่าเก่าหรือใหม่  นอกจากนั้น ในวงการธุรกิจมักจะใช้ "สี" ในการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ต่างๆ ของบริษัท  ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า “สี” นั้นมีความสำคัญกับชีวิตของมนุษย์มากเลยทีเดียว

สำหรับสีของ iPhone 11 ที่เปิดตัวมาพร้อมกับตัวเครื่องถึง 6 สี  เมื่อเรามองว่าสีแต่ละสีมีผลต่อความรู้สึก หรือแสดงออกถึงอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเรา  แต่นอกจากสีแล้ว เราก็ต้องดูว่าเมื่อใช้งานจริงแล้วตัวเครื่องจะเป็นอย่างไร ดังนั้น เราลองมาดูกันว่า iPhone 11 แต่ละสีสะท้อนความรู้สึกหรือให้ความรู้สึกแบบใด และเมื่อจับถือในมือจะเป็นอย่างไร 

iPhone 11 สีม่วง – เป็น 1 ในสีที่ได้รับความสนใจมาก  เป็น 1 สีของ iPhone 11 ที่น่าจะขายดี เพราะว่า iPhone เพิ่งจะมีสีม่วงเป็นครั้งแรก และ Apple ใช้โทนสีม่วงที่หลายๆ คนพูดกันว่า "สวยมาก" และถ้าใช้แล้วคนอื่นก็จะรู้ทันทีว่าเราใช้ iPhone 11

สำหรับสีม่วงนั้นให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด และลึกลับ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่หรูหราและน่าค้นหา ถ้าถืออยู่ในมือก็คงจะหรูหราไม่น้อย และด้วยความที่สีของตัวเครื่องเป็นสีม่วงโทนสว่าง ทำให้รูปลักษณ์ดูสดใส  และโทนสีที่มีความอ่อนหวาน อาจเหมาะกับคุณผู้หญิงหรือวัยรุ่นที่แต่งตัวในโทนสีแบบหวานหรือสีพาสเทล ใช้งานแล้วน่าจะเข้ากันได้ดี  อย่างไรก็ตาม สีม่วงก็เหมาะกับคุณผู้ชายที่ต้องการจะเติมความหวานให้กับชีวิตด้วยเช่นกัน

iPhone 11 สีเหลือง - เป็นอีก 1 สีที่มีความสวยงามของ iPhone 11  และเป็นสีเหลืองที่อ่อนลงจากสีเหลืองใน iPhone XR เล็กน้อย  สีสันแบบนี้คงจะเหมาะกับสาวๆอยู่ไม่ใช่น้อย

สีเหลืองเป็นสีโทนสว่าง ดังนั้นจึงให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ร่าเริง และมีชีวิตชีวา  แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรง  และเป็นสีที่ถ้าวัยรุ่นใช้ก็คงจะเหมาะมากๆ เพราะสะท้อนถึงความสดใส ขี้เล่น และดูมีชีวิตชีวาในแบบของวัยรุ่น

iPhone 11 สีเขียว - สีเขียวของ iPhone 11 ก็เป็นอีก 1 สีใหม่ของ iPhone และเป็นสีที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยความสวยงาม และสีสันสดใสที่เหมาะกับทุกเพศและทุกวัย  ผู้เขียนเองก็ชื่นชอบ iPhone 11 สีเขียวนี้เช่นกัน

สำหรับสีเขียวถ้ามองกันในทางจิตวิทยานั้น เป็นสีตัวแทนของธรรมชาติ  เป็นสีโทนเย็นที่ให้ความรู้สึกสงบ รู้สึกได้ถึงความโชคดี สุขภาพที่ดี และทำให้จิตใจสงบ  แต่ก็สามารถแสดงได้ถึงความรู้สึกอิจฉาได้ด้วย

ในส่วนของการจับถือในมือนั้น  สีนี้ก็เหมือนกับสีม่วงและสีเหลือง โดยมาในโทนสว่างเหมือนกัน  เมื่อใช้งานในมือคงจะสวยมากๆ ดูสดใส และมีชีวิตชีวาเช่นเดียวกับสีเหลืองและสีม่วง  อาจเหมาะกับวัยรุ่นเช่นเดียวกับสองสีด้านบน แต่ผู้ใหญ่ก็ใช้ได้หากคุณเป็นผู้ที่ต้องการเติมความสดใสให้กับชีวิต  หรือหากต้องการความผ่อนคลาย เพียงคว่ำตัวเครื่องลงและมองเป็นระยะๆ ระหว่างทำงาน ก็อาจช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ชั่วครู่  แถมสีเขียวนี้ยังน่ารับประทานเพราะสีเหมือนกับไอศกรีมรสมิ้นต์มากๆ อีกด้วย

iPhone 11 สีแดง - สีแดงของ iPhone 11 เป็นสินค้าภายใต้โปรเจ็กต์ (Product)Red® ของทาง Apple ที่รายได้ส่วนหนึ่งจากการขายผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะสมทบทุนกองทุนป้องกันโรคเอดส์ในหลายภูมิภาค (อ่านเพิ่มเติม ที่นี่)  นั่นหมายความว่าเมื่อคุณเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นี้ คุณจะได้ร่วมบริจาคไปด้วยในตัว

สีแดงเป็นสีที่ให้ความอบอุ่น แสดงถึงความสดใส  เป็นตัวแทนของความรักและความหลงไหล  แต่ในขณะเดียวกันสีแดงก็หมายถึงอารมณ์ที่รุนแรงและแสดงถึงอำนาจด้วยเช่นกัน

เมื่อจับถือใช้งาน สีแดงนั้นก็คงจะให้ความรู้สึกที่ดูเท่ห์และโฉบเฉี่ยว  อาจเหมาะกับคนสายแฟชั่น หรือหนุ่มนักธุรกิจที่ต้องการความโฉบเฉี่ยวหรือแสดงถึงความสมาร์ท  ก็อาจเลือกใช้ iPhone 11 Product(RED) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้

iPhone 11 สีขาว – สีขาวของ iPhone 11 สีพื้นฐานของ iPhone ที่ขาดไม่ได้ในทุกๆ รุ่น เป็นสีที่เหมาะและเข้ากับทุกเพศทุกวัย ดูสะอาดตาและสวยในแบบของ iPhone

สำหรับสีขาว เป็นสีที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความสะอาดสะอ้าน ความปลอดภัย และความบริสุทธิ์ แต่ก็แฝงไปด้วยความว่างเปล่าด้วย  แต่ในความว่างเปล่าของสีขาวนั้น ก็ทำให้เราตกแต่งอะไรเพิ่มเติมได้ง่ายเช่นกัน

ในส่วนของการจับถือ เรียกได้ว่าเหมาะกับทุกเพศและทุกวัย  นอกจากนั้นยังหาเคสที่ใส่แล้วเข้ากับสีขาวได้ไม่ยาก เพราะสีขาวเป็นสีที่เข้ากับอะไรได้ง่าย  หรือแม้แต่จะตกแต่งอะไรเพิ่มก็ดูสวยไปหมด  ส่วนเรื่องของลายนิ้วมือที่จะเห็นบนตัวเครื่องนั้นก็หายห่วงไปได้เลย มองเห็นยากแน่นอน  แต่สีขาวก็อาจจะสกปรกและมองเห็นความเลอะเทอะได้ง่ายกว่าสีอื่นๆ เป็นพิเศษ

iPhone 11 สีดำ – สีดำของ iPhone 11 ก็เป็นอีกหนึ่งสีพื้นฐานของ iPhone มาตั้งแต่รุ่นแรก และเหมาะกับทุกเพศทุกวัยเช่นเดียวกับสีขาว  นอกจากนั้นยังเป็นสีที่ขายดีมาตลอด ทำให้ Apple ก็ยังคงใช้สีดำเป็นหลักในการออกแบบตัวเครื่อง

สีดำนั้นสะท้อนถึงความชัดเจน ความมีอำนาจ แต่ก็แสดงถึงความพิศวง ถ้าเป็นในด้านธุรกิจ สีดำบ่งบอกถึงความเป็นทางการ ความหรูหรา และความจริงจัง

ในส่วนของการจับถือ บอกได้เลยว่าน่าจะเห็นรอยนิ้วมือจากการใช้งานพอสมควร แต่เราก็ป้องกันได้ด้วยการใส่เคส  ตัวเครื่องสีดำก็เป็นอีกสีที่หาเคสใส่แล้วเข้ากันได้ง่ายพอๆ กับสีขาว  นอกจากนั้นตัวเครื่องยังดูสุภาพและเหมาะกับการใช้ในทุกสถานการณ์ และยังทำให้ผู้ใช้งานดูเป็นคนเรียบร้อยอีกด้วย

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือก iPhone 11 สีไหน ด้วยเหตุผลใดก็ตาม  สุดท้ายคุณก็จะยังได้รับประสบการณ์อันสุดยอดของ iPhone 11 ที่ไม่แตกต่างกัน ทั้ง CPU Apple A13 Bionic ที่ Apple เคลมว่าเร็วและแรงที่สุดในโลก, Dual Camera ที่มาพร้อมกับ Night Mode และ Ultra-wide Lens, จอ Liquid Retina HD Display ขนาด 6.1 นิ้วที่มาพร้อมกับ Haptic Touch, การกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68, Face ID, Slofie ที่กล้องหน้า และ iOS 13 ตัวใหม่ล่าสุดจากทาง Apple

วันที่ : 19 กันยายน 2562

อ่านเพิ่มเติม

16,699อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่