ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

เรียกได้ว่าแบรนด์ Xiaomi ทิ้งทวนท้ายปีได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว กับสองสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดสุด Hot Hit ได้แก่ Redmi Note 8 vs Redmi Note 8 Pro ที่เราจะหยิบคู่หูนี้มาอธิบายความแตกต่างทางด้านสเปกและจุดเด่น เผื่อว่าใครอยากจับจองเป็นเจ้าของ หรือซื้อฝากคนใกล้ตัวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ดังนั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักกันได้เลย

สำหรับจุดเด่นของ Redmi Note 8 Series เป็นอย่างไร

เริ่มจากดีไซน์ของสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็มีการออกแบบตามสมัยนิยม รวมถึงเฉดสีที่มีความสวยงาม โดยครอบทับกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และมีการเคลือบสารพิเศษ ช่วยป้องกันละอองน้ำ ส่วนขอบเครื่องและทั้งสี่มุมมีความโค้งมนทำให้จับถือสะดวกยิ่งขึ้น ช่องซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ใส่ได้สองซิมการ์ด หรือหนึ่งซิมการ์ด+MicroSD Card ได้พร้อมกัน หน้าจอแสดงผลใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Dot Drop Full Screen Display พร้อมฟีเจอร์โหมดถนอมสายตาผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland พร้อมฟีเจอร์ชาร์จเร็ว 18W ด้วยอะแดปเตอร์ที่แถมมาให้ในกล่อง

ส่วนข้อแตกต่างด้านจุดเด่นระหว่าง Redmi Note 8 vs Redmi Note 8 Pro ในรุ่น Pro ก็มีไฮไลท์ที่น่าสนใจคือระบบระบายความร้อน LiquidCool technology ช่วยลดอุณหภูมิลง 4-6 องศาเซลเซียส ทั้งชิปเซ็ตและการชาร์จแบตเตอรี่ นอกจากนี้มีการออกแบบเสาสัญญาณแบบ Wi-Fi X antenna ช่วยให้การใช้งานโหมด landscape ไม่บดบังสัญญาณ หน้าจอแสดงผลยังรองรับเทคโนโลยี HDR ด้วย นอกจากนี้พื้นที่เก็บข้อมูลภายในของรุ่น Pro เป็นเทคโนโลยี UFS 2.1 เพื่ออัตราการอ่าน/เขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

เทียบสเปกของ Redmi Note 8 vs Redmi Note 8 Pro

  Redmi Note 8 Redmi Note 8 Pro
หน้าจอ อัตราส่วน 19.5:9 ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ (2340 x 1080 พิกเซล)
หน่วยประมวลผล Snapdragon 665 MediaTek Helio G90T
GPU Adreno 610 Mali-G76
RAM 4GB LPDDR4x 2133MHz 6GB LPDDR4x 2133MHz
พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 32GB/64GB/128GB 64GB/128GB
MicroSD Card รองรับ รองรับ
ระบบเชื่อมต่อ 4G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz+5GHz, Bluetooth 4.2, GPS + GLONASS 4G, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac 2.4GHz+5GHz, Bluetooth 5.0, GPS + GLONASS, NFC
พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C USB Type-C
ช่องเสียบหูฟัง รองรับ รองรับ
แบตเตอรี่ 4,000mAh 4,500mAh

ส่วนกล้องดิจิตอลต้องบอกว่ามีความแตกต่างกันแค่เลนส์หลักเท่านั้น โดยยังเป็นกล้องแบบสี่เลนส์ทั้งสองรุ่น ซึ่งในรุ่น Redmi Note 8 จะมีความละเอียดเพียง 48 ล้านพิกเซล เทคโนโลยีแบบ 4-in-1 Super Pixel (12 ล้านพิกเซล, 1.6μm) จุดพิกเซลขนาด 0.8μm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2 นิ้ว มุมมอง 79.4 องศา ประกอบด้วยชุดเลนส์ 6 ชิ้น มีรูรับแสง f/1.75 การจับโฟกัสแบบออโต้โฟกัส ส่วนเลนส์ ultra wide-angle มุมมอง 120 องศา จุดพิกเซลขนาด 1.12μm และรูรับแสง f/2.2 ส่วนอีกสองเลนส์เป็นเลนส์จับภาพเชิงลึกความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กับเลนส์จับภาพ Marco ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีจุดพิกเซลขนาด 1.75μm และรูรับแสง f/2.4 ที่เท่ากัน ส่วนฟีเจอร์การบันทึกวิดีโอ ดังนี้ | ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล จุดพิกเซลขนาด 1.12μm และรูรับแสง f/2.0

  • การบันทึกวิดีโอแบบ Ultra-wide angle | การบันทึกวิดีโอแบบ Macro | Short video mode | การถ่ายวิดีโอแบบ 4K
    • ความละเอียด 4K แบบ 30fps
    • ความละเอียด 1080p แบบ 30fps / 60fps
    • ความละเอียด 720p แบบ 30fps
    • โหมด slow motion ความละเอียด 1080p แบบ 120fps
    • โหมด slow motion ความละเอียด 720p แบบ 120fps / 240fps

ต่อด้วยรุ่น Redmi Note 8 Pro มีความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung GW1 ขนาด 1/1.7 นิ้ว ซึ่งสามารถรับแสงได้มากขึ้น 15% รูรับแสง f/1.89 มุมมองการถ่ายภาพ 89 องศา ส่วนเลนส์ ultra wide-angle มุมมอง 120 องศา จุดพิกเซลขนาด 1.12μm และมีรูรับแสง f/2.2 ส่วนอีกสองเลนส์เป็นเลนส์จับภาพเชิงลึกความละเอียด 2 ล้านพิกเซล กับเลนส์จับภาพ Marco ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มีจุดพิกเซลขนาด 1.75μm และรูรับแสง f/2.4 ที่เท่ากัน ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ AI scene detection 5.0 ขนาดภาพมีความละเอียดมากถึง 9248 x 6936 พิกเซล มีโหมดการถ่ายภาพน่าสนใจ ดังนี้ โหมด Ultra nightscape | โหมด Smart ultra-wide angle | โหมด Ultra wide-angle edge distortion correction | AI Beautify | โหมด Burst | Tilt-shift | Level display | Custom watermark | โหมด Pro | โหมด Portrait | โหมดเบลอภาพ | 3D Lighting | โหมด Panorama เป็นต้น | ขณะที่กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล จุดพิกเซลขนาด 0.9μm และรูรับแสง f/2.0

  • การบันทึกวิดีโอแบบ Ultra-wide angle | การบันทึกวิดีโอแบบ Macro | Short video mode | การถ่ายวิดีโอแบบ 4K
    • ความละเอียด 4K แบบ 30fps
    • ความละเอียด 1080p แบบ 30fps / 60fps
    • ความละเอียด 720p แบบ 30fps
    • โหมด slow motion ความละเอียด 1080p แบบ 120fps
    • โหมด slow motion ความละเอียด 720p แบบ 120fps / 240fps / 960fps

สำหรับสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และร้าน Mi Store ทุกสาขา ส่วนราคามีดังต่อไปนี้

  • Redmi Note 8
    • รุ่น RAM 3GB+ ROM 32GB ราคา 4,999 บาท
    • รุ่น RAM 4GB+ ROM 64GB ราคา 5,999 บาท
    • รุ่น RAM 4GB+ ROM 128GB ราคา 6,999 บาท

วันที่ : 19 ตุลาคม 2562

อ่านเพิ่มเติม

7,678อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่