ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่าปี 2020 จะยุคของสมาร์ทโฟน 5G โดย Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตประมวลผลชื่อดังได้เปิดตัวสองชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ใช้ชื่อเรียกว่า Snapdragon 865 ที่สานต่อความสำเร็จจาก Snapdragon 855 และรุ่นกลางอย่าง Snapdragon 765/765G ซึ่งทุกชิปเซ็ตข้างต้นจะรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G นั่นหมายความว่าโลกที่ไร้พรมแดนใกล้เกิดขึ้นจริงแล้ว : 5G คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร เรื่องใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คิด

เริ่มจากชิปเซ็ตรุ่นท็อปกันก่อน Snapdragon 865 มีจุดเด่นอย่างไร

อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่าเป็นรุ่นสานต่อความสำเร็จของ Snapdragon 855 ทว่าในรุ่นใหม่นี้ จุดเด่นได้ทิ้งไปไกลจนถึงโลกอนาคตเลย ซึ่งไฮไลท์อันโดดเด่นคือ สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที นั่นหมายความว่าการถ่ายภาพของสมาร์ทโฟนจะถูกยกระดับมากขึ้น ส่วนประสิทธิภาพการประมวลผล ระบุว่าในภาพรวมดีกว่าเดิมทั้ง CPU/GPU อีก 25% โดยการเชื่อมต่อ 5G ได้ใช้โมเด็ม Snapdragon X55 5G Modem-RF System ซึ่งจะเป็นโมเด็มเชิงพาณิชย์รุ่นแรกที่วางจำหน่ายทั่วไปด้วยเช่นกัน โดยทำความเร็วได้สูงสุด 7.5 Gbps.

อย่างไรก็ตามด้านการเชื่อมต่อก็เข้าสู่ยุค WiFi 6 แล้ว ส่วน Bluetooth ได้มีการพัฒนาเสียงให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ด้วยชิปเซ็ตเฉพาะ Qualcomm FastConnect 6800 นอกจากนี้ชิปเซ็ต Snapdragon 865 มีศูนย์กลางบริหารที่เรียกว่า AI Engine เปรียบเหมือนหัวใจของชิปเซ็ต ทำหน้าที่ควบคุมทรัพยากรภายในเครื่องอย่างแม่นยำ เสถียร ส่วนเทคโนโลยีการผลิตจะอยู่ที่ 7 นาโนเมตร รองรับการแสดงผลของภาพแบบ Dolby Vision, H.265 (HEVC), HDR10+, HLG, HDR10, H.264 (AVC), VP8, VP9 ขณะที่หน้าจอแสดงผลได้สูงสุดความละเอียด 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ให้ช่วงสีกว้าง 2020 color gamut พร้อมเทคโนโลยี HDR10 และ HDR10+

ทั้งนี้ Snapdragon 865 จะมีอยู่ในสมาร์ทโฟนปีหน้าอย่างแน่นอน โดยแบรนด์ชั้นนำได้คอนเฟิร์มมาแล้ว อาทิ Xiaomi, OPPO, ZTE, Motorola เป็นต้น

นอกจากเปิดตัวรุ่นท็อปก็ยังเผยโฉม Snapdragon 765/765G โดยเป็นชิปเซ็ตรุ่นกลางรุ่นแรกของโลกที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G โดยจะมีโมเด็มเฉพาะเช่นกัน มีชื่อเรียกว่า Snapdragon X52 Modem-RF System ทำความเร็วในการดาวน์โหลดได้สูงสุด 3.7 Gbps. และอัพโหลด 1.6 Gbps. ซึ่งผลิตที่ระดับเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร สำหรับภาพรวมของประสิทธิภาพระบุว่าหน่วยประมวลผลดีขึ้น 20% ด้านกราฟิก Adreno 620 ให้การประมวลผลภาพดีขึ้น 20% นอกจากนี้ยังได้อัพเกรดศูนย์กลางบริหารของชิปเซ็ต AI Engine มาเป็นยุคที่ 5 แล้ว ภาพรวมคือดีขึ้นอีกสองเท่า โดยข้อแตกต่างระหว่าง 765/765G คือ ความเร็วในการประมวลผลของ CPU และ GPU ที่แตกต่างกัน

สำหรับสองชิปเซ็ตข้างต้นจะเห็นในสมาร์ทโฟนช่วงไตรมาสที่ 1 หรืออย่างช้าก็ไตรมาสที่สองในปี 2020 ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เราผู้ใช้งานจะอยู่ในยุค 5G โดยที่ไม่ต้องจ่ายราคาแพงแล้ว เพราะช่วงเวลาของการแข่งขันก็เริ่มด้วยเช่นกัน...

ที่มา : www.fonearena.com วันที่ : 6 ธันวาคม 2562

อ่านเพิ่มเติม

3,074อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ