ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

เปิดตัวมากันสดๆ ร้อนๆ กับหูฟัง True Wireless รุ่นล่าสุดจากทาง Huawei นั่นก็คือ Huawei FreeBuds 3 ที่รอบนี้มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ทั้งตัวกล่อง+ตัวหูฟัง และชิปเซ็ต Kirin A1 ที่เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อให้กับหูฟัง ลดอาการหน่วงของเสียงได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบ Active Noise Cancelling ที่ตัดเสียงรบกวนได้ง่ายดายเพียงแตะนิ้วลงบนตัวหูฟังเท่านั้น

ดีไซน์ตัวเครื่อง

ตัวกล่องหูฟังมาในรูปของทรงกลม จับได้ถนัดมือ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.4 นิ้ว และน้ำหนักประมาณ 48 กรัม

ตัวหูฟังเป็นรูปแบบ Earbuds รูปทรงโค้ง มีขนาดอยู่ที่ 41.5 x 20.4 x 17.8 มม. (ต่อข้าง) และน้ำหนักประมาณ 4.5 กรัม (ต่อข้าง)

ตัวเคสเมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับช่องสำหรับเก็บ+ชาร์จหูฟัง และไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่+เคสชาร์จหูฟัง

ด้านขวาของเคสมีปุ่มสำหรับกดเพื่อเชื่อมต่อตัวหูฟังกับสมาร์ทโฟน

ด้านหลังเคสชาร์จบริเวณบานพับเป็นแถบสี่เหลี่ยมสีเงินสะท้อนแสง ด้านในสกรีนโลโก้ Huawei

ด้านล่างของเคสชาร์จเป็นช่อง USB Type-C สำหรับชาร์จ และไฟแสดงสถานะการชาร์จเคส

การเชื่อมต่อ Huawei FreeBuds 3 กับ Smart Phone

สามารถเชื่อมต่อได้ 2 วิธี คือ

  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth มีขั้นตอนดังนี้
    • เปิดฝาเคสชาร์จ และกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนไฟสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีขาวกะพริบ
    • เปิด Bluetooth ในโทรศัพท์ กดค้นหาอุปกรณ์ และเลือกเชื่อมกับอุปกรณ์ชื่อ “FreeBuds 3”
    • เมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้ว นำหูฟังไปใส่จะมีสัญญาณเตือนให้ทราบว่าเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว

  • เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่น “Huawei AI Life” (แนะนำ***) วิธีนี้ทำได้เฉพาะระบบปฏิบัติการ Android เท่านั้น โดยขั้นตอนมีดังนี้
    • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Huawei AI Life จาก Play Store หรือสแกน QR Code ที่อยู่ในแพคเกจหูฟัง
    • เปิดแอปฯ Huawei AI Life แล้วทำการตั้งค่าต่างๆ จนมาถึงหน้าเพิ่มอุปกรณ์
    • เปิดฝาเคสชาร์จ และกดปุ่มด้านข้างค้างไว้จนไฟสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีขาวกะพริบ
    • กดเครื่องหมายบวก แอปฯ จะขอสิทธิ์ในการเปิดใช้งาน Wi-Fi ให้เราอนุญาต และรอสักครู่
    • เมื่อ FreeBuds ปรากฏขึ้นในแอปฯ ให้เรากด “เชื่อมต่อ” หรือ “Connect”
    • เชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ สามารถตั้งค่าอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในแอปฯ

Huawei FreeBuds 3 บนแอปพลิเคชั่น Huawei AI Life

แอปพลิเคชั่น Huawei AI Life จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับ Huawei FreeBuds 3 ได้แก่

  • การเชื่อมต่อ
  • แบตเตอรี่ (หูฟังข้างซ้าย, ข้างขวา, เคสชาร์จ)
  • การตั้งค่าปุ่มลัด (แตะ 2 ครั้ง ใช้งานได้ทั้ง 2 ข้าง)
    • เล่นเพลง, เปลี่ยนเพลงถัดไป
    • เล่นเพลง, หยุดเพลง
    • ปลุกคำสั่งเสียง
    • ปิด/เปิด Active Noise Calcelling
    • ไม่ทำงาน
  • การตั้งค่า Noise Cancelling
    • ปิด/เปิด
    • ปรับค่า Noise Cancelling
  • การค้นหาการอัพเดท

แอปพลิเคชั่นนี้จะใช้ได้เฉพาะระบบปฏิบัติการ Android เท่านั้น

จุดเด่นของ Huawei FreeBuds 3

Active Noise Canceling เปิดง่ายเพียงแตะ แถมปรับได้ตามใจชอบ

จุดเด่นที่สุดของ Huawei FreeBuds 3 คือการที่มาพร้อมกับ Active Noise Cancellation ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้โดยการแตะที่ตัวหูฟังข้างซ้าย 2 ครั้ง ระบบก็จะทำการตัดเสียงรบกวนทันที โดยทำได้ดีในระดับหนึ่ง สามารถดูดเสียงรอบข้างให้หายไปได้พอสมควร หรือถ้ายังตัดเสียงรบกวนได้ไม่ถูกใจเรา ก็สามารถปรับตามใจชอบในแอปฯ Huawei AI Life ได้เลย

ชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin A1

Huawei FreeBuds 3 มาพร้อมกับชิปเซ็ตอัจฉริยะ Kirin A1 ที่เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระหว่างตัวหูฟังกับโทรศัพท์ ทำให้เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วและมีความเสถียรสูง นอกจากนั้นยังช่วยลดค่าความดีเลย์ของเสียงให้น้อยลง ทำให้เวลาเล่นเกมนั้นเสียงตรงกับภาพมากยิ่งขึ้น

คุยโทรศัพท์ได้ ไม่ต้องกลัวคุยไม่รู้เรื่อง

Huawei FreeBuds 3 สามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้ดีในทุกสถานการณ์ ไม่ต้องกังวล เป็นผลพวงมาจากชิปเซ็ต Kirin A1 ที่ช่วยขจัดเสียงรบกวนระหว่างการโทร และเพิ่มเสียงสนทนาให้กับคุณ นอกจากนั้นไมโครโฟนยังรองรับ Aerodynamic Mic Dust ที่จะช่วยตัดเสียงลมที่พัดผ่านหูฟังของคุณ ทำให้เสียงสนทนามีแต่เสียงสนทนาของคุณเท่านั้น แม้จะปั่นจักรยานไปคุยโทรศัพท์ไปก็ไม่มีปัญหา

คุณภาพเสียงระดับโปร

Huawei FreeBuds 3 มาพร้อมกับไดร์เวอร์ไดนามิกขนาด 14 มิลลิเมตร และหลอดเสียงเบสที่จัดวางอยู่ในหูฟังทั้งสองข้าง ทำให้ไม่ต้องกังวลเลยว่าเสียงที่ได้จากหูฟังนั้นจะอู้อี้ เสียงนั้นอยู่ในระดับดี ฟังเพลงได้สบาย รายละเอียดเสียงโดยรวมนั้นดี ซื้อมาฟังเพลงได้ดีหายห่วง แถมยังมี Active Noise Cancellation ด้วย ฟังเพลงนอกสถานที่ได้สบายๆ

จุดเด่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • ใช้งานได้สูงสุด 4 ชั่วโมง (ต่อการใช้งาน 1 ครั้ง) และ 20 ชั่วโมง (ใช้ร่วมกับเคสชาร์จ)
  • ดีไซน์หูฟังแบบ Dolphin Bionic ใส่สบาย ไม่ปวด ไม่หลุดง่าย
  • เชื่อมต่อได้ง่ายดาย เพียงเปิดเคสมา หน้าต่าง Pop-up จะเด้งขึ้นมาทันที (เฉพาะสมาร์ทโฟนที่ใช้ EMUI 10 ขึ้นไปเท่านั้น)
  • สั่งงานง่ายดายด้วยการแตะเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
  • มาพร้อมระบบ Wearing Detection ถอดปุ๊บ เพลงหยุดปั๊บ และใส่แล้ว เพลงจะเล่นต่อทันที (เฉพาะสมาร์ทโฟนที่ใช้ EMUI 10 ขึ้นไปเท่านั้น)
  • เคสชาร์จ ชาร์จได้ทั้งแบบมีสายและไร้สาย และชาร์จแบบมีสายได้อย่างรวดเร็ว

โดยรวมนั้นก็ถือว่า Huawei FreeBuds 3 มีความน่าใช้งานมากเลยทีเดียว และราคานั้นก็ถือว่าพอรับได้ โดยราคาตัวเครื่อง Huawei FreeBuds 3 อยู่ที่ 4,990 บาท โดยในขณะนี้เปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ โดยผู้ที่จองในรอบ Pre-order นี้จะได้รับของแถมเป็นแท่นชาร์จไร้สาย Huawei Wireless Charger 15W มูลค่าถึง 1,490 บาทเลยทีเดียว คุ้มค่ามากๆ และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 5 ธันวาคมเป็นต้นไป ใครที่สนใจก็สามารถไปจับจองกันได้ที่ Huawei Experience Store และร้านค้าชั้นนำทั่วไป

วันที่ : 6 ธันวาคม 2562

อ่านเพิ่มเติม

4,005อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ