ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ในที่สุดก็มาถึงเวลาที่หลายคนรอคอยกันกับรีวิวหูฟังที่เรียกได้ว่าเป็น 1 ในกระแสหลักของปีนี้เลยสำหรับ AirPods Pro หูฟัง True Wireless แบบ In-ear ตัวล่าสุดจากทาง Apple ที่มาพร้อมกับสเปกว้าวๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องที่มาพร้อมกับเคสชาร์จไร้สาย และระบบตัดเสียงขั้นเทพ Noise Cancellation ที่แค่บีบตรงก้านหูฟังก็ตัดเสียงรบกวนทั้งหมดออกไปทันที นอกจากนั้นยังมีสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาอีกพอสมควรสำหรับ AirPods Pro เรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง

จับเทียบ Airpods Pro กับ Airpods 2
เรื่องเล่ามือถือ EP.3 #AirpodsPro #Airpods

รอบตัวเครื่อง

ตัวหูฟัง AirPods Pro จะเป็นหูฟังแบบ In-ear ก้านหูฟังมีความยาว 30.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 5.4 กรัม และตัวเคสชาร์จแบบไร้สายนั้นมีขนาดอยู่ที่ 45.2 x 60.6 x 21.7 มิลลิเมตร และน้ำหนักที่ 45.6 กรัม

เคสชาร์จไร้สายนั้นเป็นวัสดุแบบมันวาว และมีสีขาวมุก ตรงกลางด้านหน้าเคสชาร์จไร้สายจะมีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่และการชาร์จ

ด้านล่างของเคสชาร์จ เป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Lightning

ด้านหลังของเคสชาร์จ เป็นบานพับสีเทาพื้นผิวด้าน ถัดลงมาเป็นสกรีนข้อมูล และปุ่มสำหรับกดเพื่อเชื่อมต่อ Airpods Pro กับอุปกรณ์

เมื่อเปิดฝาออกมาก็จะพบกับช่องสำหรับเก็บตัวหูฟังและชาร์จแบตเตอรี่

ภายในกล่องของ AirPods Pro จะมาพร้อมกับ

  • ตัวหูฟังและเคสชาร์จไร้สาย AirPods Pro
  • สายชาร์จแบบ Lightning
  • จุกซิลิโคนขนาดเล็กและใหญ่
  • คู่มือการใช้งาน
  • บัตรข้อมูลการรับประกัน

วิธีการเชื่อมต่อ AirPods Pro กับสมาร์ทโฟน

  • อุปกรณ์ iOS วิธีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS นั้นง่ายมาก เพียงแค่เปิดฝาตัวเคส AirPods Pro ก็จะมีป๊อบอัพเด้งขึ้นมา พร้อมให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์ iOS กับ Airpods Pro ทันที

  • อุปกรณ์อื่นๆ สำหรับอุปกรณ์อื่นนั้นให้คุณเปิด Bluetooth ที่ตัวอุปกรณ์เสียก่อน หลังจากนั้นเปิดฝาตัวเคส AirPods Pro และกดปุ่มด้านหลังเคสค้างไว้จนไฟแสดงสถานะด้านหน้าเป็นไฟกระพริบสีขาว แล้วจึงกดค้นหาอุปกรณ์ Bluetooth บนอุปกรณ์ของคุณ กดเชื่อมต่อ และใช้งานได้ทันที

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Airpods Pro

คุณภาพเสียงระดับโปรตามชื่อ

แน่นอนว่าเมื่อชื่อลงท้ายด้วยคำว่า Pro นั้น AirPods Pro ก็ต้องมากับคุณภาพเสียงระดับโปร โดย Airpods Pro มาพร้อมกับชิป Apple H1, ไดรเวอร์ลำโพงแบบ High-excursion และ EQ แบบปรับได้เอง ที่จะช่วยปรับแต่งเสียงเพลงให้เหมาะสมกับรูปทรงภายในหูโดยอัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือคุณภาพเสียงที่ดี เบสในระดับดี โดยภาพรวมคุณภาพเสียงนั้นถือว่าดีกว่า AirPods รุ่นที่ 2 เล็กน้อย ถ้าใครที่ชื่นชอบหูฟังแบบ In-ear อยู่แล้ว AirPods Pro น่าจะเป็น 1 ในตัวเลือกของคุณได้อย่างแน่นอน

สั่งการแบบใหม่ ใช้แค่นิ้วบีบ

ปกติการสั่งงานต่างๆ ใน AirPods รุ่นก่อนๆ จะเป็นการใช้นิ้วเคาะไปที่ตัวหูฟัง และแยกการทำงานของทั้งสองข้าง แต่ใน AirPods Pro การสั่งการทำงานต่างๆ จะใช้การบีบบริเวณก้านของหูฟังแทน และไม่แยกการทำงานทั้งสองข้าง สั่งงานข้างไหนก็ได้ โดยการทำงานหลักๆ นั้นมีดังนี้

  • บีบสั้น (คือ บีบแล้วปล่อย) 1 ครั้ง เพื่อเล่น/หยุดเพลง
  • บีบสั้น 2 ครั้ง เพื่อเปลี่ยนไปเพลงถัดไป
  • บีบสั้น 3 ครั้ง เพื่อย้อนกลับไปเพลงก่อนหน้า
  • บีบค้าง (ประมาณ 2 วินาที) เพื่อสลับระหว่างโหมด Noise Cancellation (NC) และ Transparency Mode

เมื่อบีบสั่งการในแต่ละครั้ง (เฉพาะการบีบสั้น) ก็จะมีเอฟเฟกต์เสียงแก๊กๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกับเราบีบไปที่ตัวก้านหูฟังจริงๆ แต่สำหรับการบีบค้างนั้น เมื่อสั่งการสำเร็จจะมีเสียงเตือนดังขึ้น และสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ในแต่ละครั้งและแต่ละข้างนั้นทำงานแบบ ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบหลักคือ

  • เรียก Siri (บีบค้างแล้ว Siri จะทำงาน)
  • Noise Control (บีบค้างแล้วจะสลับระหว่างโหมด)
    • Noise Cancellation
    • Off (โหมดกึ่งกลางระหว่าง NC และ Transparency Mode เสียงที่ได้จากโหมดนี้จะเหมือนกับการใส่หูฟัง In-ear ทั่วไป คือจะได้ยินเสียงด้านนอกน้อยลง แต่ไม่ถึงระดับที่เปิด NC)
    • Transparency Mode

โดยส่วนของ Noise Control นี้ เราสามารถตั้งค่าให้เปลี่ยนระหว่างสองโหมด หรือจะเลือกให้สลับกันสามโหมดเลยก็ได้เช่นกัน

Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนในพริบตา

Airpods Pro มาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่โดดเด่นคือ Noise Cancellation (NC) หรือการตัดเสียงรบกวนออกไป ทำให้เมื่อนำ Airpods Pro ไปใช้ฟังเพลงในที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะได้ดียิ่งขึ้น การเปิดใช้งั้นนั้นเพียงแค่บีบตรงก้านหูฟังค้างไว้ประมาณ 2 วินาทีจนกระทั่งได้ยินเสียงเตือน เสียงรบกวนรอบๆ ก็จะหายไป ได้ยินแต่เสียงเพลงที่มาจากหูฟังเท่านั้น (หากใช้งานครั้งแรกโหมดนี้จะเปิดมาอัตโนมัติ โดยเมื่อใส่หูฟังทั้งสองข้างแล้ว NC จะทำงานทันที) ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มาก โดยการตัดเสียงนั้นสามารถตัดเสียงรบกวนออกไปได้ราวๆ 80% เลยทีเดียว จากที่ทดลองใช้งานทั้งการเดินทางโดยรถเมล์ และใช้ภายในห้อง ถ้าเป็นเสียงที่ได้ยินผ่านทางหูนั้นหายไปแทบทั้งหมดเลย แต่ถ้าเป็นเสียงที่มาจากการสั่นสะเทือนที่ร่างกายเรารู้สึกได้นั้น เช่น เสียงรถเมล์สั่นเวลาวิ่ง เสียงรถไฟเวลาวิ่งบนราง แม้จะเปิดโหมดนี้ก็ยังได้ยินอยู่แต่ไม่ดังเท่าที่ได้ยินจากหูปกติ

ไม่ได้ทำแค่ตัดเสียง แต่ดึงเสียงจากภายนอกก็ทำได้

หลายๆ คนอาจจะรู้สึกว่าถ้าตัดเสียงรบกวนไปอย่างนี้เวลาใช้ AirPods Pro ก็จะไม่ได้ยินเสียงพูดของใครรอบตัวเลยน่ะสิ แล้วเราจะต้องถอดหูฟังออกมาคุยกับคนอื่นเวลาใช้ AirPods Pro หรือเปล่า? ปัญหานี้ถือว่า Apple คิดมาดี จึงใส่โหมดที่เรียกว่า Transparency Mode เข้ามา เพื่อทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัดเสียง คือดึงเสียงจากรอบข้างเข้ามาในหูฟัง ทำให้เราได้ยินเสียงในระดับที่แทบจะเทียบเท่ากับการใช้หูฟังแบบ Earbuds เลย แต่โหมดนี้นั้นจะมีข้อสังเกตนิดหน่อยคือ เวลามีอะไรก็ตามมาสัมผัสผ่านบริเวณไมโครโฟนดูดเสียงระหว่างใช้งานโหมดนี้ เราจะได้ยินเสียงเหมือนกระดาษหยาบๆ 2 แผ่นถูกันเข้ามาในหูฟังของเรา ซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้เราได้เล็กน้อย 

ขนาดที่แนบสนิทกับหูของทุกคน

AirPods Pro มาพร้อมกับจุกหูฟังถึง 3 ขนาด (ขนาดที่ใส่มากับตัวหูฟังคือขนาดกลาง) แต่ละขนาดนั้นก็จะมีขนาดที่พอดีกับช่องภายในหูของหลายๆ คน ทำให้มั่นใจได้ว่า AirPods Pro จะแนบสนิทซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพเสียงดีเต็มที่ และเมื่อใส่แล้วก็จะไม่หลุดง่ายอย่างแน่นอน หรือหากไม่มั่นใจว่า AirPods Pro แน่นช่องหูพอหรือยัง ในการตั้งค่า AirPods Pro ก็จะมีให้ทดสอบ Ear Tip Fit ด้วย ซึ่งก็จะใช้เวลาสักครู่ ถ้าผลออกมาว่า Good Seal นั่นแสดงว่า AirPods Pro แน่นพอดีช่องหูของคุณ

จุดเด่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • เคสชาร์จรองรับการชาร์จไร้สายในตัว ไม่ต้องหาซื้อแยกหรือจ่ายเงินเพิ่ม
  • ไมโครโฟนขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความชัดเจนของเสียง
  • ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 24 ชั่วโมง (เคสชาร์จ) ใช้ได้ 4.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และชาร์จ 5 นาที ฟังได้ 1 ชั่วโมง
  • สั่งงานด้วยเสียงได้ด้วยการเรียก “หวัดดี Siri”
  • ใช้ร่วมกับ AirPods รุ่นอื่นพร้อมกันได้ด้วยคุณสมบัติ “การแชร์เสียง”

ก็ถือว่า AirPods Pro นั้นทำออกมาได้น่าใช้งานมากเลยทีเดียว สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ในระบบ iOS ที่ยังไม่มี AirPods ใช้งานและมองหาหูฟังตัวใหม่มาใช้คู่กับอุปกรณ์ของคุณ ก็ขอแนะนำให้คุณลองนำ AirPods Pro ไปเป็นตัวเลือกหนึ่งของคุณด้วย แต่ถ้ามี AirPods รุ่นที่ 2 อยู่แล้ว ทั้งแบบเคสชาร์จปกติและเคสชาร์จไร้สาย แนะนำว่าให้ใช้อันเดิมไปก่อน เนื่องจากคุณภาพเสียงที่ไม่ได้ต่างกันมาก หรือถ้าอยากได้ NC ที่เพิ่มเข้ามา ก็สามารถหาซื้อได้เลย โดย AirPods Pro นั้นวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 9,490 บาท สามารถหาซื้อได้จาก Apple Online Store, Apple Store ไอคอนสยาม และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

วันที่ : 1 มกราคม 2563

อ่านเพิ่มเติม

2,454อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ