ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ไม่มีใครไม่รู้จักเขา Google Maps ที่ได้ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 15 ปีแล้ว บริการแผนที่ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย ทั้งเรื่องการนำทาง กำหนดที่ตั้งของธุรกิจ รายละเอียดการติดต่อและเส้นทางการขับขี่ ครอบคลุมพื้นผิวโลกในมาตราส่วนต่างๆ ตามความเหมาะสม 

ในขณะที่ทุกวัน โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สร้างถนนและอาคารเพิ่มขึ้น ซึ่งบทบาทของ Google Maps คือการสร้างแบบจำลองที่ถูกต้องลงในแผนที่ รวมไปถึงการผสมผสานที่ลงตัวของภาพถ่ายจริงและเทคโนโลยี

ในปี 2007 Google ได้เปิดตัว Street View เพื่อช่วยให้ผู้คนสำรวจสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกในโลกเสมือนจริง ตั้งแต่ส่วนลึกของทวีปแอนตาร์กติกาไปจนถึงยอดเขาคิลิมันจาโร

ภาพถ่ายจากดาวเทียมเป็นส่วนสำคัญในการระบุสถานที่ต่างๆ โดยแสดงให้เห็นถึงถนน อาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่ และธุรกิจที่ตั้งอยู่ในแต่ละภูมิภาค นอกเหนือจากรายละเอียดที่สำคัญอื่นๆ

ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา รถ Street View Trekker ได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง มีรูรับแสงที่กว้างขึ้น ทำให้ภาพถ่ายมีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้รวบรวมภาพมากกว่า 170 พันล้านภาพจาก 87 ประเทศทั่วโลก 

แผนที่มาได้อย่างไร?

ขั้นต้นเริ่มด้วยภาพมาถึงการใส่ข้อมูลและข้อมูลที่เชื่อถือได้ทำให้แผนที่มีชีวิตชีวามาขึ้น ข้อมูลของ Google Maps มาจากแหล่งบุคคลที่สามมากกว่า 1,000 รายจากทั่วทุกมุมโลก แหล่งข้อมูลบางรายเช่น สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ (USGS) และสถาบันสถิติและภูมิศาสตร์แห่งชาติของเม็กซิโก (INEGI) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับทั้งประเทศ ในขณะที่รายอื่นๆ ให้ข้อมูลเฉพาะสำหรับภูมิภาคเล็กๆ เช่น ข้อมูลจากเทศบาลท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน หรือผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นต้น ทั้งนี้ทางทีมงานของ Google Maps ได้ตรวจสอบทุกแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด

ส่วนสำคัญส่วนที่สาม

ผู้คนที่ช่วยรวบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน Google Maps มีทีมงานด้านข้อมูลอยู่ทั่วโลก มีบทบาทในการทำแผนที่ทุกด้าน ตั้งแต่การรวบรวมภาพ การตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ไปจนถึงการแก้ไขแผนที่ที่ไม่ถูกต้อง และ ยังมีชุมชน Local Guides, ผู้ใช้ Google Maps ที่คอยช่วยเหลือในการแก้ไขแผนที่ผ่านการส่งความคิดเห็น จากนั้นทีมงาน Google Maps จะตรวจสอบข้อมูลและเผยแพร่ หากมีความมั่นใจในระดับสูงว่าข้อมูลที่ได้รับตรงกับถนน ธุรกิจ และที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง 

แมชชีน เลิร์นนิง โดย แมชชีน เลิร์นนิง

เพื่อให้ข้อมูลแผนที่มีประโยชน์กับผู้คนจำนวนมากขึ้นได้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยแมชชีน เลิร์นนิงทำให้ทีม Google Maps สามารถสร้างแผนที่ได้โดยอัตโนมัติ ในขณะที่ยังคงมีความแม่นยำในระดับสูง

อัลกอริทึมที่พยายามคาดเดาว่าส่วนหนึ่งของรูปภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า "สิ่งปลูกสร้างที่คลุมเครือ" ซึ่งเป็นรูปสันนิษฐานที่ไม่เหมือนสิ่งปลูกสร้างจริง เมื่อถูกนำไปใส่ในแผนที่ หลังจากนั้นทีมงานด้านข้อมูลจะติดตามโครงร่างสิ่งปลูกสร้างทั่วไปด้วยตนเอง และใช้ข้อมูลนี้เพื่อพัฒนาอัลกอริทึมของแมชชีน เลิร์นนิง โดยภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี Google Maps สามารถทำแผนที่สิ่งปลูกสร้างได้มากเท่ากับที่ทำใน 10 ปีที่ผ่านมา

เห็นได้ชัดว่า Google Maps มีความสำคัญต่อการเติบโตของชุมชน โดยช่วยเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันให้กลายเป็นโลกที่ไร้พรหมแดน ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นมาก แม้ปัจจุบันแผนที่จะครอบคลุมกว่า 220 ประเทศและดินแดนต่างๆ ทั่วโลกแล้ว แต่ Google Maps ยังคงการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จึงทำให้ยังเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้

ความสามารถของ Google Maps

- ใช้วางแผนการเดินทาง
- ตรวจสอบระยะทางถนนได้
- ตรวจสอบความกว้างยาว ของพื้นที่ ต่างๆ ได้
- ตรวจสอบเนื้อที่ของพื้นที่ ที่เราต้องการได้
- นำแผนที่ไปใช้งานได้ในเว็บของเราเอง เช่นกำหนดที่ตั้งของ อบต.
- การประยุกต์สร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเช่น ระบบแผนที่ภาษีได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : www.siamphone.com วันที่ : 20 กุมภาพันธ์ 2563

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ