ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลคลื่นความถี่ 5G ในประเทศไทย หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยหรือเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G อยู่บ้าง ไม่ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ดีกว่า 4G อย่างไร วันนี้จะมาไขข้อสงสัยเหล่านั้นกัน

1. มือถือ 5G เล่นอินเทอร์เน็ตได้เร็วกว่ามือถือ 4G?

หลายคนมองว่า 5G คือ 4G เวอร์ชันอัพเกรด หรือมองว่า 4G ปัจจุบันก็เล่นอินเทอร์เน็ตได้ลื่นแล้ว 5G คงไม่ได้เร็วไปกว่ากันสักเท่าไรนัก? ซึ่งความจริงคือ นอกจากจะเร็วขึ้นแล้ว มือถือ 5G ยังสามารถรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ได้อีกในอนาคต ซึ่งความเร็วของ 4G ไม่สามารถทำได้ เช่น บริการเกมผ่านคลาวด์ (Cloud gaming) หรือการนำ 5G ไปประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี VR และ 3D

อย่างเช่น การใช้บริการเกมผ่านคลาวด์ เมื่อก่อนหากจะเล่นเกมเราจำเป็นต้องดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดลงมาก่อน แต่การใช้งานบริการเกมผ่านคลาวด์ในยุคของ 5G จะไม่ต้องดาวน์โหลดข้อมูลใดๆ เพราะว่าภาพทั้งหมดของเกมจะอยู่บนระบบ Cloud Computing และ Cloud Rendering เมื่อส่งผ่านมายังมือถือด้วยสัญญาณ 5G ที่เร็วและค่าหน่วงเวลาต่ำ จะทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหมือนอยู่ในเกมจริงๆ

2. รีบซื้อมือถือ 5G ตอนนี้ ระวังจะต้องซื้อใหม่อีก ตอนระบบเสถียรกว่านี้

แม้จะมีสัญญาณ 5G แล้ว แต่การใช้งานยังคงไม่ค่อยเสถียรนัก ถ้าซื้อมือถือ 5G ตอนนี้ อาจจะตกเป็นหนูทดลองหรือเปล่า? ความจริงแล้ว 5G มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ NSA (Non-standalone) และ SA (Standalone)

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับ NSA แล้ว SA จะทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสิทธิภาพที่สูงในระดับไม่แพ้กับอินเทอร์เน็ตแบบ ADSL และยังใช้แบตเตอรี่น้อยลง มีความหน่วงในการรับส่งข้อมูลที่ลดลง จึงทำให้เครือข่ายตอบสนองเร็วขึ้นไปด้วย หรือจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นคือ NSA เปรียบได้กับรถไฟธรรมดาที่วิ่งบนรางเหล็ก ไม่สามารถยกระดับความเร็วสูงสุดได้อีกต่อไป แต่ SA เปรียบเสมือนรถไฟความเร็วสูงที่ใช้มาตรฐานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวรางและขบวนรถไฟ

ดังนั้นการเลือกซื้อมือถือ 5G ตอนนี้สามารถทำได้และที่สำคัญต้องเลือกมือถือที่รองรับ 5G ทั้งสองแบบ อย่างเช่น Huawei Mate 30 Pro 5G ที่เพิ่งวางขาย รองรับทั้งแบบ NSA และ SA 

3. มือถือ 5G ทำให้แบตเตอรี่หมดไวแน่เลย

หลายคนอาจเข้าใจไปว่า มือถือ 5G ที่ผลิตออกสำหรับการใช้งานเครือข่าย 5G เพื่อใช้งานต่อเนื่องและยาวนาน จะทำให้เครื่องทำงานหนักและแบตฯ หมดไว? ความเป็นจริงคือ มีโทรศัพท์มือถือที่ชิปเซ็ตทำงานร่วมกับโมเด็ม อย่าง Huawei Mate 30 Pro 5G ที่มากับชิปเซ็ต Kirin 990 5G ซึ่งบรรจุโมเด็ม Balong 5000 ไว้ในตัว ช่วยยืดระยะเวลาการทำงานให้ยาวนานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

เปรียบได้กับว่ามีพนักงานหลายคนทำงานอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน ต่างคนต่างเชี่ยวชาญงานของตนเอง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

วันที่ : 18 มีนาคม 2563

2,183อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ