ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ต้องบอกว่าด้วยยุคสมัย และสถานการณ์บางอย่าง รวมถึงบางอาชีพก็สามารถทำงานแบบ Work From Home ได้เหมือนกัน ด้วยคุณประโยชน์หลายอย่าง เช่น ลดการจราจรและการสัญจรที่หนาแน่นของรถยนต์กับประชากร ทั้งคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น ด้วยนาฬิกาชีวิตที่มีความยืดหยุ่นสามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง ซึ่งก็มีผลวิจัยออกมารองรับแล้วเช่นกัน ส่งผลให้ระดับคุณภาพการปฏิบัติงานดีมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำไป แต่คุณก็ต้องมีวินัยในตนเอง รับผิดชอบซื่อสัตย์ส่งมอบงานได้ตรงตามเวลา ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนจึงถือเป็นกฏเหล็กในการปฏิบัติงานที่บ้านเลยทีเดียว สังเกตได้จากต่างประเทศก็เริ่มใช้วิธีนี้กับบางสายงานบางสายอาชีพแล้วเช่นกัน คาดว่าในประเทศไทยก็มี แต่อาจเป็นส่วนน้อย ดังนั้นหากวิธีนี้เริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เราลองมาดูกันหน่อยว่า วิธีที่จะทำงานที่บ้านให้มีสุขภาพที่ดีทำได้อย่างไร

โดยจะขอเรียงลำดับว่าหนึ่งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นนั้น เราควรทำอย่างไรดี

1. กิจวัตรยามเช้าที่ดีอยู่เสมอ : เช้าวันใหม่เพื่อให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าพร้อมต่อการทำงานนั้นอาจเริ่มด้วยการสูดอากาศให้เต็มปอด แล้วตามด้วยการออกกำลังกายเบาๆ จากนั้นก็อาบน้ำให้สดชื่น เพราะคุณรู้หรือไม่ว่ากิจวัตรเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ในสภาวะปกติแน่นอน เนื่องจากเราต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนซะส่วนใหญ่ ดังนั้น ณ ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสเติมพลังให้ชีวิต หรือว่าถ้าใคร WFH เป็นปกติอยู่แล้ว การเริ่มต้นวันใหม่คือสิ่งสำคัญ

2. เปลี่ยนจากอาหารเร่งรีบ เป็นอาหารสุขภาพ : คุณรู้หรือไม่ว่าชีวิตมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่นั้นมื้อเช้าคือ หมูปิ้ง หรือน้ำชงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟ, ชาไทย, ขาเขียว หรือชาดำเย็น ซึ่งล้วนแต่ไม่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย หากเปลี่ยนมาเป็นอาหารจำพวก ผักผลไม้, ธัญพืช หรือเครื่องดื่มที่มีสารอาหารจำเป็น ก็เป็นทางเลือกสุขภาพที่ดีไม่น้อยเลย

3. การจัด Zone พื้นที่ทำงาน : ประเด็นสำคัญเลยคือ การนั่งอย่างถูกต้อง เพื่อลดอาการปวดเมื่อยล้าตามร่างกาย รวมถึงคุณต้องเรียนรู้ว่า การขยับร่างกายบ่อยครั้งนั้นจะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ตรึง ไม่รู้สึกเจ็บ ลดอาการเคล็ดได้ดี ที่สำคัญยังได้พักสายตาด้วย ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกาย นอกจากนี้การจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ มีอุปกรณ์การทำงานที่ครบครัน ก็จะช่วยเพิ่มพลังในการทำงานได้ดีเลยล่ะ

4. เหงาไหม คุยกับเพื่อนร่วมงานบ้าง : แน่ละว่าหากเราทำงานแบบปกติ ต้องมีสักช่วงเวลานิดๆ คุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างเมามันเลยล่ะ ซึ่งก็ถือเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดในการทำงานได้มากเลย ดังนั้นเราอาจจะหาเพื่อนแชทสักคน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง WFH ก็ Work ดีนะ

5. ตารางชีวิตต้องให้ลงตัวเหมือนเดิม

ตอนนั่งทำงานที่ออฟฟิศ แม้งานจะหนัก หรืออยากทำต่อสักแค่ไหน เมื่อเที่ยงก็ต้องวางมือแล้วเดินไปรับประทานอาหารทันที แต่เมื่อนั่งทำงานที่บ้านอาจทำให้หลายคนทำงานเพลินจนลืมเวลา เที่ยงคืนบ้าง หรือล่วงเลยไปจนถึงบ่ายโมง บ่ายสอง ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน ทางที่ดี ควรทานอาหารเที่ยงตรงเวลาเหมือนเดิมดีกว่า แล้วหาเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับการทำงานช่วงบ่าย

6. มืออาชีพ ไม่ใช่มือสมัครเล่น

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงบ่ายมนุษย์เงินเดือนต้องมีง่วงกันบ้างล่ะ อาจแอบหนีไปหงีบหลับ หรือใช้ช่วงเวลางานไปทำอย่างอื่นได้ เมื่อเราได้รับความไว้วางใจแล้วก็ต้องรับผิดชอบอย่างเป็นมืออาชีพ เพราะเรานั้นไม่ใช่มือสมัครเล่นแล้ว เพื่อให้งานสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าง่วง หรือเบื่อ ก็ลองเปิดเพลงฟังเคล้าคลอเบาๆ ไปด้วยก็ได้นะ เปลี่ยนบรรยากาศ หรือใครชอบความมันก็จัด EDM ไปเลย อาจจะ CREATIVE มากยิ่งขึ้นก็เป็นได้

7. อยู่กับตัวเองและครอบครัวบ้าง

เมื่อคุณใช้ชีวิตทำงานอย่างปกติ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนเย็นนั้นคืออยู่บนท้องถนนเพื่อกลับบ้าน กว่าจะถึงก็มืดค่ำ เหนื่อยล้ากันไปเลย แต่ด้วยช่วงนี้การได้อยู่กับตัวเองหลังเลิกงานนั้นเปรียบดังกับช่วงเวลาที่ล้ำค่าเลย แค่ได้อยู่กับครอบครัว หรือได้ใช้เวลาสงบๆ กับตัวเองก็อาจได้ทั้งคำถาม คำตอบมาหลายอย่าง ทำให้เราเรียนรู้และฝ่าฟันไปได้อย่างรอบคอบ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 7 ทริคสุขภาพดีที่หยิบมาแนะนำกัน ก็สามารถเพิ่มพลังให้ชีวิตได้เหมือนกันสำหรับช่วงเวลานี้ นอกจากจะสุขกายแล้วก็ยังได้สุขหัวใจด้วย ถ้าหากเราจัดการชีวิตได้ดีให้ช่วงนี้หยุดนิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ ได้งานได้การนะ!--!

วันที่ : 23 เมษายน 2563

ไฮไลท์ข่าวเด่น

3,745อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ