ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ในยุคที่เทรนด์ Intenet of Things หรือ IoT ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้น เพื่อไลฟ์สไตล์สุดล้ำ ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ถูกยกระดับไปอีกขั้น แตกต่างจากอะไรเดิมๆ ที่เคยมีอยู่ โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei นั้นต้องการจะมุ่งเน้นสร้างผลิตภัณฑ์หลากหลายครอบคลุม ด้วยแนวคิด ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ หรือ SEAMLESS AI LIFE ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, นาฬิกาอัจฉริยะ, สมาร์ทดีไวซ์, อุปกรณ์ดิจิทัลภายในบ้าน รวมถึงบริการคลาวด์ ที่พวกเราได้ตั้งใจพัฒนาเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้ใช้อย่างเรามากที่สุด และให้ทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกันได้ เกิดเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างทันสมัย

ความแข็งแกร่งของ Huawei ที่เป็นแบรนด์ระดับโลก

หากย้อนกลับไปในอดีตในวงการเทคโนโลยีและนวัตกรรม แบรนด์ที่เติบโตได้รวดเร็วและยั่งยื่นมากที่สุด คงต้องนึกถึงหัวเว่ยเท่านั้นด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของเครือข่ายความเร็วสูง 5G, การเชื่อมต่อไร้สาย Internet of Things, Network, Smart City ที่ได้ร่วมมือกับนานาประเทศ และสมาร์ทดีไวซ์ สมาร์ทโฟนกับรุ่นเรือธงอย่าง P Series, Mate Series, รุ่นกลางสเปกจัดหนัก Nova Series และรุ่นประหยัดงบให้ประสบการณ์ใช้งานครบถ้วนกับ Y Series หรือเหล่า GADGET ต่างๆ

วิสัยทัศน์ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ คืออะไร

จากที่ได้เกริ่นขึ้นมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าทุกอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน พร้อมข้อมูลที่แบ่งปันได้ และเป็นหนึ่งเดียว สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่หัวเว่ยนำมาประยุกต์ต่อยอด คือ 1+8+N คืออะไร เรามาเข้าใจความหมายกัน

  • 1 หมายถึง สมาร์ทโฟน โดยจะเป็นอุปกรณ์หลัก ที่ใช้ในการเชื่อมต่อและควบคุมการทำงานของสมาร์ทดีไวซ์อื่น ๆ
  • 8 หมายถึง สมาร์ทดีไวซ์อีก 8 อย่าง อาทิ แล็ปท็อป, แท็บเล็ต, สมาร์ทวอทช์, หูฟังไร้สาย (EarBuds), แว่นตา, ทีวีหรือหน้าจอ, ลำโพง และรถยนต์ที่จะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อยกระดับการใช้งานดีไวซ์ต่างๆ ให้มีความคล่องตัว ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในชีวิตประจำวันของคุณ
  • N หมายถึง อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (IoT) โดยการที่อุปกรณ์เชื่อมต่อ สร้างเครือข่าย ในระบบอีโคซิสเต็มที่สมบูรณ์นั้น สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ดี มีความลื่นไหล ด้วยชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ อันเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

รู้หรือไม่! Huawei มีจุดเด่นการเชื่อมต่อที่ไหลลื่นอย่างไร

สำหรับอุปกรณ์ทั้งหมดของ Huawei จะขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Huawei Mobile Service หรือ HMS โดยทางหัวเว่ยได้เปิดฟังก์ชั่นการทำงานที่สามารถอนุญาตให้ผู้ใช้นั้นสามารถเชื่อมต่อและใช้งานหลายอุปกรณ์ภายในเวลาเดียวกันได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีเครือข่ายเชื่อมต่อความเร็วสูง 5G รวมถึงยังได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ EMUI กับ Huawei Assistant เข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้นฟังก์ชั่นการทำงานแบบเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์จึงเกิดเป็นหลากหลายฟีเจอร์ใหม่ คือ Huawei Share สามารถเชื่อมต่อและแบ่งปันข้อมูล รวมถึงศักยภาพการทำงานระหว่างอุปกรณ์ เพียงแค่แตะอุปกรณ์เข้าด้วยกัน เพียงสัมผัสเดียว! (One Tap)

นั่นหมายความว่าด้วยความเป็น Eco System ระบบอันหนึ่งอันเดียวกัน และซอฟต์แวร์ที่ถูกเขียนไว้เฉพาะจึงทำให้เกิดการเชื่อมต่อทำงานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างไหลลื่น ไร้รอยต่อ แม้ว่าจะอุปกรณ์แตกต่างกัน ขณะเดียวกันอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ Huawei อาจเกิดความไม่เข้ากันได้ของระบบเกิดขึ้น เกิดความไม่สะดวก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดหนึ่ง ขณะที่หัวเว่ยได้ทลายข้อจำกัดนั้นไปแล้ว!

โปรโมชั่นเด็ด ตอบโจทย์ชีวิตเอไอ ไร้รอยต่อ (1+8+N)

สำหรับใครอยากสัมผัสประสบการณ์ทันสมัย รวดเร็ว ไร้สาย ควบคุมแค่ One Tap ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างหลายอุปกรณ์ โปรโมชั่นจัดหนักทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทุกระดับราคา พร้อมของสมนาคุณ และส่วนลดสูงสุด 20% เพื่อใช้ซื้ออุปกรณ์เสริมของหัวเว่ย หรือแก็ดเจ็ต นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษ อาทิ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือน (บัตรเครดิตและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ ณ Huawei Experience Store ที่ร่วมรายการ) โดยโปรโมชั่นสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค. ศกนี้ 

ต้องบอกว่า Huawei ได้จัดหนักจัดเต็ม โดยพวกเขาพร้อมแล้วในการมอบสัมผัสที่สุดรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีระดับ 5G ที่ให้คุณโลดแล่นบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร้พรมแดน ไร้รอยต่อ ง่ายๆ แค่การควบคุม One Tap เท่านั้น

วันที่ : 15 กรกฎาคม 2563

788อ่าน

แบ่งปันบทความ

วิดีโอ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ