ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Vivo Watch มีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาดคือ 42 มม. และ 46 มม. โดยทั้งสองโมเดลใช้หน้าจอประเภท AMOLED เหมือนกัน รุ่น 42 มม. มีหน้าจอขนาด 1.19 นิ้ว ความละเอียด 390 x 390 พิกเซล ขณะที่รุ่น 46 มม. ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล ตัวเรือนใช้วัสดุโลหะ 316L ที่มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน และป้องกันกันรอยขีดข่วนได้มากกว่าอะลูมิเนียมทั่วไป กรอบหน้าปัดใช้วัสดุเป็นเซรามิก และมีปุ่มกดที่ตัวเรือนแตกต่างกันโดยรุ่น 46 มม. เป็นปุ่มแบน ส่วนรุ่น 42 มม. ปุ่มแบบกลม ส่วนการเชื่อมต่อรองรับสมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ iOS และ Android เชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธกับแอปพลิเคชั่นเพื่อควบคุม หรือเข้าถึงฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติม นอกจากนี้มีผู้ช่วยดิจิทัล Jovi และมาตรฐานป้องกันป้องกันฝุ่นมาตรฐาน 5ATM สามารถใช้งานในน้ำลึก 50 เมตรได้นาน 10 นาที ดังนั้นคุณจึงใช้งานได้ทุกสถานการณ์

ทั้ง 2 รุ่นมีหน่วยประมวลผลชิปเซ็ตแบบคู่ ชิปเซ็ตหลัก ST พร้อมชิปเซ็ตประหยัดพลังงาน Apollo มีหน่วยความจำภายในขนาด 2GB ส่วนแบตเตอรี่รุ่น 42 มม. ความจุ 226mAh สามารใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 9 วัน ส่วนรุ่น 46 มม. มาพร้อแบตเตอรี่ความจุ 478mAh สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องสูงสุด 18 วัน นอกจากนี้มาพร้อมเซนเซอร์ทั้ง Heart Rate Sensor แบบ 6-Core รองรับการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การวัดออกซิเจนในเลือด, GPS และเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวสำหรับการออกกำลังกาย ทั้งรองรับโหมดกีฬายอดนิยมต่างๆ กว่า 11 โหมด ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในร่มหรือกลางแจ้ง การเดิน การขี่จักรยาน การปีนเขา การว่ายน้ำ และอื่นๆ

Vivo Watch รุ่น 42 มม. ตัวเรือนสีเทาเข้มพร้อมสายหนังสีส้ม และตัวเรือนสีน้ำตาลพร้อมสายหนังสีน้ำตาลอ่อน ขณะที่รุ่น 46 มม. มีตัวเรือนสีเทาอ่อนพร้อมสายหนังสีน้ำตาลเข้ม และตัวเรือนสีดำพร้อมสายยางสีดำ โดยมีราคาวางจำหน่ายเท่ากันที่ 1,299 หยวน หรือประมาณ 6,000 บาท เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน เป็นต้นไป

วันที่ : 25 กันยายน 2563

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ