ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Advertorial : หลังจากเปิดตัว iPhone 12 หลายคนอาจลังเลที่จะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ เพราะถ้าได้ลองคิดเปรียบเทียบ iPhone 12 กับ Samsung Galaxy S20 FE สมาร์ทโฟนระดับบนของฝั่งแอนดรอยด์ ดูมีหลายอย่างที่ Samsung Galaxy S20 FE 5G ก็สามารถทำได้เท่ากันหรือดีกว่า ในราคาที่ถูกกว่า ลองมาเทียบจุดดีชี้จุดต่างเรื่องของการใช้งานโดยรวม ระหว่าง Samsung Galaxy S20 FE 5G กับ iPhone 12 ดูว่ามีประเด็นไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

ระบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ที่หลากหลาย

เหตุผลที่ทำให้หลายคนยังไม่กล้าเปลี่ยนจาก Apple มาเป็น Android นั่นเพราะความกังวลในเรื่องของ Ecosystems หรือระบบการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถซิงค์กันได้ โดยทางแอปเปิ้ลได้วางเอาไว้ให้อุปกรณ์ของแอปเปิ้ลด้วยกัน สามารถใช้งานระหว่างกันได้อย่างสเถียร แต่ก็แลกกับการที่ต้องเสียเงินไปจำนวนหนึ่งก่อนหน้านี้

แต่ใน Samsung Galaxy S20 FE 5G ที่มาพร้อมกับ Galaxy Account จะช่วยซิงค์ทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันเป็น Ecosystem เดียว สามารถย้ายข้อมูลทุกอย่างจากแอปเปิ้ลดีไวซ์มาไว้ใน Samsung Galaxy S20 FE 5G อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมี Samsung Cloud ที่จัดเก็บและแบ็คอัพทุกอย่าง รวมไปจนถึงการตั้งค่าต่างๆ ของอุปกรณ์มา ด้วยการเชื่อมต่อทางฮาร์ดแวร์ทั้งแบบ Bluetooth หรือ WiFi หรือการเชื่อมต่อระดับซอฟท์แวร์ด้วย Google Account หรือ Microsoft Account ที่รองรับข้ามระบบปฏิบัติการทั้ง iOS และ Android การใช้งาน Galaxy Ecosystems ใน Galaxy S20FE 5G จึงทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ไม่ต่างไปจาก Apple Ecosystem แม้แต่น้อย

การโอนถ่ายไฟล์ที่ง่าย และไร้รอยต่อ

เมื่อก่อนนั้น AirDrop เป็นจุดเด่นที่แอปเปิ้ลดีไวซ์มีข้อได้เปรียบมากกว่าแอนดรอยด์ ด้วยการถ่ายโอนไฟล์ที่ง่ายและรวดเร็ว สามารถส่งไฟล์ใหญ่ๆ ได้ในเวลาอันสั้น แต่ปัจจุบันก็มีนวัตกรรมที่เรียกว่า Nearby Share ที่รองรับแอนดรอยด์ดีไวซ์ตั้งแต่ Android 6.0 เป็นต้นไป ส่งข้อมูลได้ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านหลายโปรโตคอลทั้ง Bluetooth, Bluetooth LE, WebRTC, รวมถึง P2P WiFi เพื่อให้ได้การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและมีความเสถียร ไม่เพียงแค่นั้น Google ยังเตรียมเปิดมาตรฐาน Nearby Share ให้กับระบบอื่นๆ ได้แก่ Chrome OS, Windows, Mac OS รวมไปถึง Linux ทำให้ในอนาคตอันใกล้นี้ แอนดรอยด์ดีไวซ์จะสามารถส่งไฟล์ด่วนให้กับใครก็ได้ แม้กระทั่งแอปเปิ้ลดีไวซ์เอง ในขณะที่แอปเปิ้ลดีไวซ์จะส่งได้เฉพาะพวกเดียวกันเท่านั้น เรียกได้ว่าทางฝั่งของแอนดรอย์จะช่วงชิงความได้เปรียบนี้มาได้นั่นเอง

ผู้ช่วยอัจฉริยะ

หลายคนคงรู้จัก Siri ผู้ช่วยสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้ใช้แอปเปิ้ลดีไวซ์และ iPhone 12 มีชีวิตสะดวกมากขึ้น ด้วยการใช้คำสั่งเสียงเพื่อทำงานต่างๆ ไม่ว่าการโทรเข้าโทรออก ส่งข้อความ ตั้งนาฬิกาปลุก เล่นเพลง และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่สำหรับ Samsung Galaxy S20 FE 5G นั้น ผู้ช่วยอัจฉริยะจะมีหลากหลายยิ่งขึ้น สามารถเลือกใช้ได้เองตามความสะดวก ม่ว่าจะเป็น Google Assistant ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงมากกว่า 30 ภาษา ผสานการทำงานเข้ากับ Google พร้อมหาทุกคำตอบให้กับคำถามของคุณ หรือจะเลือกใช้ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะประจำ Galaxy Devices ซึ่งสามารถขยายขอบเขตการใช้งานได้มากกว่าอุปกรณ์ด้วยกันเอง โดยสั่งงานไปยังอุปกรณ์ Smart Home ของซัมซุงได้อีกด้วย

บริการหลังการขายที่เหนือระดับ

AppleCare บริการหลังการขายที่เหนือระดับ ซึ่งในอดีตนั้นมีเพียงแอปเปิ้ลดีไวซ์เท่านั้น ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับการรับประกันของอุปกรณ์ รวมไปถึงการคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุและการซัพพอร์ตทางเทคนิคอื่นๆ จากทางแอปเปิ้ลโดยตรง

แต่ในวันนี้ ซัมซุง ได้เปิด Samsung Care+ บริการหลังการขายที่เหนือระดับเทียบเท่า AppleCare ทั้งยังบริการให้สุดยิ่งกว่า ด้วยการส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการไปซ่อมให้คุณถึงที่บ้าน ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ, หน้าจอแตก และความเสียหายที่เกิดจากของเหลว เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Samsung Care+ สามารถดูได้ที่ https://www.samsung.com/th/offer/samsung-care-plus/ 

ตารางเทียบสเปคพื้นฐาน Samsung S20 FE | iPhone 11 | iPhone 12

เมื่อการใช้งานพื้นฐาน การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ รวมไปถึงการให้บริการของ Samsung S20 FE และ iPhone 12 ก็ดูคู่คี่สูสี มีสิ่งที่คล้ายคลึงกันแทบทุกอย่าง แล้วมีอะไรที่ต่างกัน??

สิ่งที่ Samsung Galaxy S20 FE 5G มี แต่ iPhone 12 ไม่มี

Multi-apps Multitasking : สำหรับ Samsung Galaxy S20 FE 5G สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นหลายอย่างพร้อมกันได้ในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นโหมด Split-Screen ที่แบ่งหน้าจอสมาร์ทโฟนออกเป็น 2 จอ แล้วใช้ไปพร้อมกันสองแอป หรือโหมด Floating Apps ที่ซ้อนแอปหนึ่งบนอีกแอปหนึ่ง และเลือกวางตำแหน่งได้อย่างอิสระพร้อมกันสูงสุดถึง 5 แอปพลิเคชั่น

MTP Transfer ผ่าน USB : ด้วย Media Transfer Protocol (MTP) ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ มองเห็น Samsung Galaxy S20 FE 5G เป็นเหมือน External Storage สามารถโอนย้ายไฟล์ทุกชนิดได้อย่างไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม รวมไปถึงการย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่ามาเครื่องใหม่ เพียงเสียบสายแล้วกดเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเอง

Wireless DeX : มอบประสบการณ์แบบเดสก์ท็อปบนจอภาพทุกประเภท เพียงต่อ Samsung Galaxy S20 FE 5G เข้ากับทีวีหรือโปรเจคเตอร์ผ่าน Miracast พรีเซนท์งานผ่าน PowerPoint บนโปรเจคเตอร์หรือดู Netflix บนทีวีที่บ้านโดยไม่ต้องเสียบสายมากมายให้เกะกะ เป็นความสามารถที่เทียบเท่ากับรุ่นท๊อปอย่าง Galaxy Note 20 และ Note 20 Ultra ที่ยกมาใช้ใน Samsung Galaxy S20 FE 5G

Link-to-Windows : สำหรับการเชื่อมต่อระหว่าง Samsung Galaxy S20 FE 5G กับ Windows PC สามารถทำได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วย Link-to-Windows สามารถดึงทุกอย่างใน Samsung Galaxy S20 FE 5G มาไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะการโทรศัพท์ ข้อความ หรือแม้แต่การใช้แอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนมาไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยตรง

Xbox Game Pass : ให้ความมันส์ขั้นสุดกับ Xbox Game Pass จากไมโครซอฟท์ ด้วยเทคโนโลยี xCloud ที่มอบประสบการณ์การเล่มเกมต่อเนื่องแบบออนไลน์พร้อมกันทั้งพีซี คอนโซล และโมบายดีไวซ์ ทำให้คุณสามารถเล่นเกมมากกว่า 150 เกมด้วยคุณภาพแบบเดียวกับบนคอนโซลได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย Galaxy S20 FE 5G 

Wireless PowerShare : แบ่งปันพลังงานแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์อื่นๆ ทั้ง Watch 3, Buds Live สมาร์ทโฟนเครื่องอื่น หรือแม้แต่แอปเปิลดีไวซ์ ด้วยการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi Wireless Charging ผ่าน Samsung Galaxy S20 FE 5G เหมือนมี Wireless Powerbank พกติดตัวตลอดเวลา

พอร์ต USB-C : Samsung Galaxy S20 FE 5G มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB-C สามารถใช้ที่ชาร์จรวมกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแลปทอปทั่วไปได้ รวมไปถึงที่ชาร์จของแอปเปิลแบบ Thunderbolt 3 รองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังดิจิตอล แฟลชไดรฟ์ เอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสก์ ไวร์เลสรีซีฟเวอร์สำหรับเมาส์ และคีย์บอร์ดไร้สาย หรือแม้แต่เอ็กซ์เทอร์นอลด็อก ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในเรื่องของสเปคตัวเครื่อง พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐาน เมื่อเปรียบเทียบ Samsung Galaxy S20 FE 5G กับ iPhone 12 ค่อนข้างที่จะมีจุดเด่นที่กินกันไม่ลง แต่เมื่อมองลงลึกถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ Samsung Galaxy S20 FE 5G จะมีลูกเกล่นอื่นๆ ที่หลากหลาย และมีความง่ายต่อการใช้งานมากกว่า แต่ทั้งนี้คุณจะเลือกใช้หรือเลือกซื้อรุ่นไหน ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละท่านเอง

**บทความเพื่อการโฆษณา**

วันที่ : 15 ตุลาคม 2563

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

เรื่องราวน่าสนใจ