ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

เรียกได้ว่าสนามสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ก็เดือดไม่แพ้รุ่นเรือธงเลยก็ว่าได้ ด้วยการอัดสเปคที่เกิดคาด ฟาดด้วยราคาเบาๆ แบบไม่เกิน 5,000 บาท และในตอนนี้ก็มีอยู่ 3 รุ่น 3 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น realme C12, Vivo Y11 และ Samsung Galaxy A11 ที่พร้อมเข้ามาชิงชัยในตลาดรุ่นเล็ก โดยเน้นจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานทั่วไป จอใหญ่ แบตอึด ที่สำคัญราคาไม่แพงมาก มาดูกันเลยว่าระหว่าง realme C12, Vivo Y11 และ Samsung Galaxy A11 แต่ละรุ่นจะมีอะไรที่น่าสนใจ เทียบสเปคให้ดูกันแบบชัดๆ ไปเลย

ในเรื่องของดีไซน์ ทั้ง 3 รุ่นทำออกมาได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ ตัวเครื่องเลือกใช้วัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด แตกต่างกันตรงที่ผิวสัมผัส เริ่มที่ realme C12 ออกแบบฝาหลังให้มีพื้นผวแบบด้าน เล่นลวดลายรูปทรงเรขาคณิต สีสันสวยงามน่าสัมผัส ป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือและการขีดข่วน น้ำหนักอยู่ที่ 209 กรัม ซึ่งหนักที่สุด เพราะมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh นั่นเอง ส่วน Vivo Y11 มีฝาหลังที่ครอบทับด้วยกระจกให้ความรู้สึกหรูหรา ฝาหลังมีการไล่เฉดเมื่อกระทบกับแสงในทิศทางต่างๆ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสีของอัญมณีที่สวยงาม และสำหรับ Samsung Galaxy A11 ออกแบบมาให้ดูเรียบๆ วัสดุมีความมันเงา ตัวเครื่องโค้งมนมีน้ำหนักเบาที่สุด และตัวเครื่องมีความเบาที่สุด

มาต่อกันในเรื่องของหน้าจอ realme มาพร้อมหน้าจอความกว้าง 6.5 นิ้ว ซึ่งใหญ่ที่สุดใน 3 รุ่นนี้ ความคมชัดระดับ HD+ มีรอยแหว่งทรงหยดน้ำขนาดเล็ก กระจกเป็น Corning Gorilla Glass 3 ซึ่งมีความแข็งแรงทนทานกว่า สำหรับทาง Vivo Y11 มาพร้อมรอยแหว่งทรงหยดน้ำเช่นกัน หน้าจอ LCD ขนาด 6.35 นิ้ว HD+ ดีไซน์ขอบหน้าจอให้แคบลง ทำให้พื้นที่ของจอมีเพิ่มขึ้น ส่วน Samsung Galaxy A11 มีดีไซน์หน้าจอที่ดูทันสมัยกว่าเพื่อน ด้วยหน้าจอรอยเจาะแบบ Infinity-O แต่ใช้พาแนลจอ TFT LCD กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด HD+ การแสดงผลจึงอาจดรอปกว่าทั้งสองรุ่นข้างต้น

สำหรับหน่วยประมวลผลของทั้ง 3 รุ่นนั้น เลือกใช้ชิปเซ็ตที่ต่างกัน เริ่มที่ realme C12 มาพร้อมขุมพลัง MediaTek Helio G35 แบบ Octa Core ความเร็ว 2.3GHz สถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร ซึ่งค่อนข้างเร็วและแรงกว่า เมื่อเทียบกับซีพียูที่อยู่ในระดับราคาเดียวกัน ในขณะที่ Vivo และ Samsung เลือกเป็นชิป Snapdragon ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก โดย Vivo Y11 มาพร้อม Snapdragon 439 Octa Core ความเร็ว 2.0GHz และ Samsung Galaxy A11 ใช้เป็น Snapdragon 450 ผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 14 นาโนเมตร ทำความเร็วได้มากกว่า Snapdragon 435 ได้มากขึ้น 25% นั่นเอง

ส่วนทางด้านหน่วยความจำนั้นทั้ง 3 รุ่นใช้งานแบบเดียวกันหมด นั่นคือ RAM 3GB + RAM 32GB ต่างกันในเรื่องของการเพิ่มหน่วยความจำซึ่ง realme และ Vivo เพิ่ม MicroSD Card ได้สูงสุด 256GB ในขณะที่ Samsung Galaxy A11 เพิ่มได้สูงสุดที่ 512GB โดยรวมแล้วในเรื่องของการประมวลผลรวมถึงการทำความเร็ว realme C12 จะทำได้ดีกว่า อ้างอิงผลคะแนน Antutu Benmark ที่ทำได้ทะลุหนึ่งแสนคะแนน ซึ่งอีก 2 รุ่นทำคะแนนได้ไม่ถึงนั่นเอง

ระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กสเปคไม่ธรรมดาทั้ง 3 ตัว ต่างก็มีเป็นของตัวเอง ทำให้หน้าตา UI แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดและคุ้นตากันดี ซึ่ง Samsung Galaxy A11 มาพร้อม Samsung Galaxy A11 มาพร้อม One UI Core 2.0 บนพื้นฐาน Android 10 เน้นความเรียบง่าย จัดหมวดหมู่การใช้งานชัดเจน ฟีเจอร์การใช้งานพื้นฐานครบครัน

ทางฝั่ง realme ใช้เป็นระบบปฏิบัติการ realme UI บนพื้นฐาน Android 10 เช่นเดียวกัน มีฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Dark mode การใช้งานโหมดมืด, Dual Mode Music Share เชื่อมต่อหูฟ้งไร้สายได้พร้อมกัน 2 เครื่อง, Focus Mode เป็นโหมดที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากโลกภายนอก เปิดเพลงสบายๆ ให้ผ่อนคลาย พร้อมตัดการแจ้งเตือนต่างๆ ให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และยังมีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ ทั้งการประมวลผล การประหยัดพลังงาน ลดความดีเลย์ของระบบสัมผัส 35% เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมขึ้น 20%

ส่วน  Vivo Y11 อาจมีความเก่ากว่าเล็กน้อย เพราะมาพร้อมระบบปฏิบิติการ Funtouch OS 9.1 พื้นฐาน Android 9 แต่ก็มีหน้าตา UI ที่สวยงาม ใช้งานง่าย ให้ความรู้สึกสบายตา พร้อมใส่ฟีเจอร์การใช้งานที่จำเป็นมาอย่้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Dark Mode หรือเพิ่มประสิทธิภาพดารเล่นเกมด้วย Gaming Mode ทั้งยังมีผู้ช่วยอัจริยะอย่าง Jovi มาเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วย

กล้องหลังกลายเป็นหนึ่งจุดไฮไลท์ ที่ไม่ว่าสมาร์ทโฟนระดับไหนก็ต้องให้ความสำคัญ สำหรับ realme C12 มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ ประกอบด้วย กล้องหลัก ความละเอียด 13MP รูรับแสง f/2.2 ถ่ายภาพได้ค่อนข้างคมชัด รองรับระบบ PDAF ทีช่วยให้โฟกัสรวดเร็วและแม่นยำขึ้น ซูมได้ 4 เท่า ถ่ายภาพระยะไกลได้มากกว่าเดิม, เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP สามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้ในระยะ 4 ซม. และเลนส์ B&W Portrait ความละเอียด 2MP ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอได้สวยงาม เบลอเนียนขึ้น เพิ่มความเด่นให้จุดโฟกัส และยังมาพร้อม Nightscape Mode สำหรับถ่ายภาพแสงน้อยในยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม

และใน Samsung Galaxy A11 ก็มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย กล้องหลัก ความละเอียด 13MP ค่ารูรับแสง f/1.8 ถ่ายภาพได้สวยคมชัด แต่หากเจอสภาพฟ้าบดแสงจะมืดเล็กน้อย, เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 5MP ถ่ายภาพมุมกว้างเก็บวิวได้ครบด้วยมุมมอง 115 องศา และเลนส์ Depth ความละเอียด 2MP สำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลาย

                   realme C12                            Samsung A11                               Vivo Y11

  

  

ส่วน Vivo Y11 มาพร้อมกล้องหลังเลนส์คู่ กล้องหลัก ความละเอียด 13MP และเลนส์ Depth ความละเอียด 2MP รองรับ PDAF เช่นกันกับ realme มีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย สามารถถ่ายภาพบุคคล Portrait Bokeh หน้าชัดหลังเบลอ ภาพมุมกว้างแบบพาโนรามา หรือปรับใบหน้าสวยอย่างเป็นธรรมชาติได้ด้วย AI Face Beauty

realme C12                            Samsung A11                               Vivo Y11

  

  

จุดสังเกตในเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ที่เห็นได้ชัดคือจำนวนและชนิดของเลนส์ โดย realme C12 และ Samsung Galaxy A11 มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ แตกต่างกันที่ realme C12 ไม่มีเลนส์ Ultra-Wide ส่วน Samsung Galaxy A11 ไม่มีเลนส์ Macro อีกทั้งใน realme C12 ยังรองรับ Nightscape Mode หรือโหมดถ่ายภาพกลางคืนอีกด้วย

realme C12                            Samsung A11                               Vivo Y11

  

สำหรับกล้องหน้า นอกจากตำแหน่งและรูปแบบของการวางที่ realme C12 และ Vivo Y11 จะมาในรูปแบบทรงหยดน้ำกลางหน้าจอ แต่ Samsung Galaxy A11 จะอยู่ตรงมุมบนด้านซ้าย ความละเอียดก็มีความต่างกัน ดังนี้ เริ่มกันที่ realme C12 มาพร้อมกล้องหน้า ความละเอียด 5MP ค่ารูรับแสง f/2.4 ซึ่งความละเอียดอาจน้อยกว่าทั้ง 2 รุ่น แต่ก็ยังรองรับ AI Face Beauty ที่ช่วยปรับใบหน้าให้เนียนสวย ต่อมา Vivo Y11 มาพร้อมกล้องเซลฟี่ 8MP ค่ารูรับแสง f/1.8 รองรับ AI Face Beauty ปรับใบหน้าสวยเช่นเดียวกัน และใน Samsung Galaxy A11 มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8MP ค่ารูรับแสง f/2.0 พร้อมระบบ Selfie Focus ที่ช่วยให้การโฟกัสเร็วและคมชัดขึ้น

แม้ว่าสเปคจะเด่น ความเร็วจะแรง หรือกล้องถ่ายสวยแค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้มากับแบตเตอรี่อึดๆ ที่ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวันแบบไม่มีสะดุด ซึ่ง realme C12 ก็จัดเต็มมาให้ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 10 วัตต์ และจากการทดสอบ realme Lab พบว่า realme C12 สามารถสแตนด์บายได้นานสูงสุดถึง 57 วันเลยทีเดียว และยังถ่ายโอนแบตเตอรี่ผ่านสายชาร์จให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วย และใน Vivo Y11 มาพร้อมแบต 5,000 mAh มี AI ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรเพื่อประหยัดพลังงาน รองรับชาร์จเร็วที่ 10 วัตต์เช่นกัน ส่วนใน Samsung Galaxy A11 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh ซึ่งน้อยสุดเมื่อเทียบกับทั้ง 2 รุ่น แต่ก็ให้ชาร์จเร็วที่ 15 วัตต์ ซึ่งให้ความเร็วที่มากกว่า

สำหรับราคาก็เปิดตัวมาด้วยราคาที่คุ้มค่าเช่นเดียวกัน โดยทั้ง realme C12, Vivo Y11 และ Samsung Galaxy A11 มีราคาวางเปิดตัวที่ 3,999 บาท และพิเศษกว่านั้น realme มีโปรโมชั่นสุดคุ้มร่วมกับ AIS ให้คุณเป็นเจ้าของ realme C12 ได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 889 บาท เมื่อซื้อเครื่องผ่าน AIS Shop พร้อมสมัครแพ็กเกจตามที่กำหนด

Tags :

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ