ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

Apple Watch Series 4, 5 และ 6 ในประเทศไทยจะสามารถใช้งานแอปฯ ECG ได้ เมื่ออัพเดทเป็น iOS 14.4 และ watchOS 7.3 โดยคุณสมบัติดังกล่าวถือเป็นผลิตภัณฑ์แบบจำหน่ายโดยตรงถึงผู้ใช้งานชิ้นแรกที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจจากข้อมือของตนเองได้ รวมถึงบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจเมื่อผู้ใช้งานมีอาการ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นข้ามจังหวะ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแพทย์

นอกจากนี้คุณสมบัติแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอบน Apple Watch Series 3 และใหม่กว่ายังคอยตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจอยู่ในเบื้องหลังเป็นระยะๆ และแจ้งเตือนหากตรวจพบว่าจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอนั้นอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ในวันนี้แอปฯ ECG และคุณสมบัติแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทยแล้วโดยจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ประเภท Class I

แอปฯ ECG และคุณสมบัติแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ จะช่วยผู้ใช้สามารถระบุสัญญาณของภาวะ AFib ซึ่งเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอที่พบได้บ่อยที่สุด และหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะ AFib อาจนำไปสู่อาการเส้นโลหิตในสมองแตก ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับสองของโลก



แอปฯ ECG

ขั้วไฟฟ้าในผลึกบนฝาหลังรวมถึงใน Digital Crown ของ Apple Watch Series 4, 5 และ 6 จะทำงานร่วมกับแอปฯ ECG เพื่อให้ผู้ใช้งานวัด ECG ได้คล้ายกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบจุดเดียว โดยที่ผู้ใช้สามารถวัด ECG ได้ทุกเมื่อ เพียงแค่เปิดแอปฯ ECG บน Apple Watch Series 4, 5 และ 6 แล้วใช้นิ้วแตะบน Digital Crown ค้างไว้ และเมื่อผู้ใช้แตะ Digital Crown จะทำให้ระบบครบวงจรและมีการวัดสัญญาณไฟฟ้าจากหัวใจ จากนั้นเมื่อครบ 30 วินาที จะมีการจัดประเภทจังหวะการเต้นของหัวใจเป็นภาวะ AFib, จังหวะไซนัส, อัตราการเต้นของหัวใจช้าหรือเร็ว หรือไม่สามารถสรุปผลได้ นอกจากนี้ค่าทั้งหมดที่บันทึกไว้ รวมถึงการจัดประเภทที่เกี่ยวข้อง และอาการที่ระบุไว้จะได้รับการจัดเก็บอยู่ในแอปฯ สุขภาพบน iPhone อย่างปลอดภัยโดยที่ผู้ใช้สามารถแชร์ผลลัพธ์ในรูปแบบ PDF กับแพทย์ได้

การแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอ

คุณสมบัติแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอใช้เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคอลบน Apple Watch Series 3 และใหม่กว่าเพื่อตรวจสอบจังหวะการเต้นของหัวใจของผู้ใช้อยู่ในเบื้องหลังเป็นระยะๆ เพื่อหาสัญญาณของภาวะ AFib และแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพบจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอจากการตรวจสอบจังหวะการเต้น 5 ครั้งภายในระยะเวลา 65 นาทีเป็นอย่างต่ำ

ความสามารถของแอปฯ ECG ในการจัดประเภทค่า ECG เป็นภาวะ AFib และจังหวะไซนัสอย่างแม่นยำได้รับการตรวจสอบยืนยันในการทดลองทางคลินิกกับผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน โดยมีการเปรียบเทียบการจัดประเภทจังหวะการเต้นจากการวัด ECG แบบมาตรฐาน 12 จุดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ กับการจัดประเภทจังหวะการเต้นจากค่าที่วัดด้วยแอปฯ ECG ในเวลาเดียวกัน และจากการศึกษาพบว่าแอปฯ ECG บน Apple Watch มีความไวในการจัดประเภทภาวะ AFib อยู่ที่ 98.3% และมีความจำเพาะในการจัดประเภทจังหวะไซนัสอยู่ที่ 99.6% สำหรับค่าบันทึกที่สามารถจัดประเภทได้ โดยในการศึกษาดังกล่าวมีค่าบันทึกที่สามารถจัดประเภทโดยแอปฯ ECG ได้ 87.8%

มีการศึกษาคุณสมบัติแจ้งเตือนจังหวะการเต้นที่ไม่สม่ำเสมอใน Apple Heart Study ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 400,000 ราย จึงทำให้ Apple Heart Study เป็นการศึกษาเพื่อคัดกรองเกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังเป็นการทดลองด้านหัวใจและหลอดเลือดที่ใหญ่ที่สุดจนถึงปัจจุบันอีกด้วย

ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้คุณสมบัติด้านหัวใจเหล่านี้ได้โดยทำตามขั้นตอนในหน้าจอ ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่สามารถใช้คุณสมบัติเหล่านี้ได้ 

วันที่ : 24 มกราคม 2564

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ