ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

Apple Watch Seires 4, Seires 5 และ Seires 6 หลังจากปล่อยอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ WatchOS 7.3 ได้ถูกเพิ่มเติมฟีเจอร์ใหม่เข้ามาคือการ “ วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ” ที่ช่วยในการตรวจสอบความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมสามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้ในรูปแบบ PDF เพื่อสามารถส่งต่อให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วและนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์แรกสำหรับวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ถูกจำหน่ายโดยตรงให้กับผู้ใช้งานทั่วไป

รู้จักกับฟีเจอร์ ECG

ECG (Electrocardiogram) คือ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ทั่วไปในท้องตลาดเป็นการตรวจวัดแบบจุดเดียว (จากมือขาวไปมือซ้าย) และจะแสดงผลในรูปแบบกราฟคลื่นไฟฟ้าเพื่อบอกถึงการทำงานของหัวใจ

วิธีการใช้งาน ECG บน Applewatch

  • เปิดแอพสุขภาพบน iPhone จากนั้นทำตามขั้นตอนบนหน้าจอเพื่อตั้งค่า ECG
  • เปิดแอพ ECG บน Apple Watch วางแขนไว้บนโต๊ะ บนตัก หรือพื้นราบ
  •  ใช้มือข้างที่ไม่ได้สวมนาฬิกา แตะลงบริเวณ Digital Crown ค้างไว้ขณะที่ Apple Watch บันทึก ECG (ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที)

ผลการตรวจวัดทั้ง 4 รูปแบบ

  • การเต้นของหัวใจจังหวะไซนัส (Sinus)

สำหรับผลการเต้นของหัวใจแบบไซนัส เป็นการแจ้งเตือนว่าผู้ใช้งานมี “อัตราการเต้นของหัวใจในสภาวะปกติ” โดยค่าที่วัดได้จะอยู่ที่ (50-100BPM)

  • ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation : AFib)

สำหรับผลการเต้นของหัวใจในรูปแบบนี้เรียกว่า AFib ซึ่งมีความหมายคือ “อัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ” เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอ โดยค่าที่วัดได้จะอยู่ที่ (50-120BPM) ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ

  • อัตราหัวใจเต้นต่ำหรือสูงเกินไป (Low or High heart rate)

สำหรับการอัตราการเต้นของหัวใจในลักษณะนี้มีค่าที่วัดได้อยู่ที่ (ต่ำกว่า50 หรือสูงกว่า 120 BPM) ซึ่งอาจส่งผลมาจากกิจกรรมที่ทำอยู่ขณะนั้น หรือการตรวจวัดที่ไม่ถูกต้อง ควรตรวจสอบและทำการวัดค่าใหม่อีกครั้ง

  • ไม่สามารถสรุปผลได้ (Inconclusive)

สำหรับผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในลักษณะนี้ อาจะเกิดการการตรวจวัดที่ไม่ถูกต้องตามวิธีการ เช่น แขนไม่ได้วางอยู่บนโต๊ะ หรือการสวมใส่ Apple Watch ที่แน่นหรือหลวมเกินไป ควรปรับการวางแขน ปรับสายรัดให้พอดีและทำการวัดค่าใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวเป็นเพียงการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ยังมีโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจอีกหลายรูปแบบที่ตัวเครื่องไม่สามารถตรวจวัดได้ หากเริ่มมีอาการผิดปกติขอแนะนำให้ไปตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวจะต้องทำการอัพเดท AppleWatch Series 4, Series 5 หรือ Seires 6 เป็น WatchOS 7.3 และอัพเดทเวอร์ชั่น iPhone เป็น IOS 14.4 จึงจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้

ข้อมูลจาก: Apple (1), (2)

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ