ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

Redmi ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Redmi K40 Series ออกมาถึง 3 รุ่นในประเทศจีน โดยทั้งหมดมีความคุ้มค่าระดับสูง ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 800 Series ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเคียงระดับเรือธงเลยทีเดียว ยังไม่พอแค่นั้นเพราะหน้าจอแสดงผลยังเป็นพาแนล AMOLED พร้อมอัตรา Refresh Rate ที่ 120Hz อัตราตอบสนองการสัมผัสถึง 360Hz และรุ่นท็อปสุดติดตั้งกล้องหลังมาถึง 4 เลนส์ ความละเอียด 108MP ถือว่าเป็นอีกสมาร์ทโฟนซีรี่ย์คุ้มๆ ที่น่าสนใจ แถมทาง Poco อาจจะทำการรีแบรนด์ และนำมาวางขายแบบ Global อีกด้วย

Redmi K40 Pro+
Redmi K40 Pro+ ใช้หน้าจอแสดงผล E4 AMOLED กว้าง 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080 พิกเซล) สนับสนุนสี DCI-P3 รองรับคอนเทนด์ HDR10+ เพิ่มความสว่างได้สูงสุด 1,300nits เคลือบด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และได้คะแนนตัดเกรดจาก DiaplayMate ระดับ A+

กล้องหลังถูกติดตั้งมาถึง 3 เลนส์ ประกอบไปด้วยเลนส์หลัก Samsung ISOCELL HM2 ความละเอียด 108MP ขนาดเซนเซอร์ 1/1.52 นิ้ว สนับสนุน 9 in 1 binning ได้ขนาดพิกเซลที่ 2.1um นอกจากนี้ยังสนับสนุน Dual Native ISO และการถ่ายภาพตอนกลางคืนอย่าง Super Night Scene 2.0 ต่อมาเป็นเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8MP ถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา และอีกเลนส์เป็น Telephoto Macro ความละเอียด 5MP โดยกล้องหลังสามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุด 8K ที่ 30fps ในขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 20MP

สเปคภายใน Redmi K40 Pro+ จะได้ชิปเซ็ต Snapdragon 888 5G ขนาด 5 นาโนเมตรในการขับเคลื่อนให้กับความแรง มีการประมวลกราฟฟิกดีกว่า Snapdragon 865 ถึง 35% และความฉลาดของ AI ที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังใช้ RAM แบบ LPDDR5 และ UFS 3.1 อีกด้วย ส่วนการเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 6E รับความเร็วได้ถึง 3.5Gbps และสนับสนุน Bluetooth 5.2 มีลำโพงคู่ในตัวปรับแต่งเสียงด้วย Dolby Atmos และ Hi-Res Audio ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 4,520mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W ผ่านพอร์ต USB Type-C

สำหรับ Redmi K40 Pro+ จะมีให้เลือกเพียงตัวเลือกเดียวคือ RAM 12GB + ROM 256GB พร้อมกับราคา 3,700 หยวน หรือประมาณ 17,400 บาทเท่านั้น

Redmi K40 Pro
นี้คือรุ่นรองลงมาในซีรี่ย์นี้ โดย Redmi K40 Pro จะมีสเปคหลักที่เหมือนกับ Redmi K40 Pro+ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ E4 AMOLED อัตรา Refresh Rate 120Hz  ชิปเซ็ต Snapdragon 888 5G และแบตเตอรี่ 4,520mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W ผ่านพอร์ต USB Type-C ส่วนสิ่งที่แตกต่างจะเป็นกล้องถ่ายรูปเลนส์หลักเท่านั้น

ซึ่ง Redmi K40 Pro ติดตั้งกล้องหลังมา 3 เลนส์เหมือนกัน แต่เลนส์หลัก มีความละเอียดที่ 64MP สนับสนุน 4 in 1 binning ให้พิกเซล 1.6um ส่วนเลนส์ Ultrawide กับเลนส์ Telephoto Macro ยังมีความละเอียด 8MP และ 5MP ตามลำดับ ในขณะที่กล้องหน้าก็มีความละเอียดที่ 20MP เช่นกัน

เรื่องของราคา Redmi K40 Pro จะมีให้เลือก 3 แบบ โดยมีเริ่มต้นที่ 2,800 หยวน หรือประมาณ 13,200 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ, สี illusion, สีขาว

  • RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 2,800 หยวน (ประมาณ 13,200 บาท)
  • RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 3,000 หยวน (ประมาณ 14,100 บาท)
  • RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 3.300 หยวน (ประมาณ 15,500 บาท)

Redmi K40
สำหรับ Redmi K40 จะเป็นรุ่นเล็กสุดในบรรดาทั้ง 3 รุ่น และมีการเปลี่ยนแปลงสเปคพอสมควร แต่ก็มีความแรงอันดับต้นๆ ในสมาร์ทระดับกลางที่มีราคาพอๆ กัน เพราะใช้ขุมพลัง Snapdragon 870 และชิปกราฟฟิก Adreno 650 ทั้งนี้ยังได้ RAM แบบ LPDDR5 กับ ROM แบบ UFS 3.1 และหน้าจอแสดงผล E4 AMOLED กว้าง 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรา Refresh Rate ที่ 120Hz และอัตราความไวในการสัมผัส 360Hz เหมือนรุ่นพี่

กล้องหลังจะถูกลดในส่วนเลนส์หลักเหลือความละเอียด 48MP และใช้เซนเซอร์ Sony IMX582 ส่วนเลนส์ Ultrawide และเลนส์ Telephoto Macro ยังมีความละเอียด 8MP และ 5MP เหมือนเดิม สามารถบันทึกวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุด 4K แต่ที่ 30fps เท่านั้น ส่วนกล้องหน้ายังให้ความละเอียด 20MP เหมือน 2 รุ่นพี่

ตัวเลือกสีของ Redmi K40 จะมีให้เลือก 3 สีคือ สีดำ, สีฟ้า, และสีขาว ส่วนราคาจะถูกแบ่งเป็น 4 รุ่น โดยมีเริ่มต้นอยู่ที่ 2,000 หยวน หรือประมาณ 9,500 บาท

  • RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 2,000 หยวน (ประมาณ 9,500 บาท)
  • RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 2,200 หยวน (ประมาณ 10,400 บาท)
  • RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 2,500 หยวน (ประมาณ 11,800 บาท)
  • RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 2,700 หยวน (ประมาณ 12,700 บาท)

ทั้ง 3 รุ่นมีการเปิดพรีออเดอร์ในประเทศจีนแล้วตอนนี้ และจะจัดส่งในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564 ส่วนการวางขายในต่างประเทศแบบ Global รวมไปถึงประเทศไทยยังไม่มีข่าวใดๆ ออกมา แต่มีบางแหล่งข่าวในประเทศอินโดนิเซียระบุว่า สมาร์ทโฟนแบรนด์ Poco ได้ผ่านการรับรองมาแล้ว 2 รุ่น ซึ่งหลายฝ่ายก็คาดการณ์ว่าจะเป็น Redmi K40 Series ที่เตรียมวางขายแบบ Global ภายใต้แบรนด์ Poco แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันใดๆ สุดท้ายก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปเช่นเคย

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ