ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

OPPO Enco X เป็นหูฟัง TWS ระดับเรือธงรุ่นล่าสุดของ OPPO ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นเรือธงแล้วต้องไม่ธรรมดาแน่นอน โดย OPPO Enco X ใส่เต็มทั้งการใช้งานแสนง่าย เชื่อมต่อรวดเร็ว พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนถึง 4 แบบ โดยมีโหมด Max Noise Cancellation ที่ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมดจด และยังมีโหมด Noise Cancellation, โหมด Transparency, ปิด Noise Cancellation ซึ่งแต่ละโหมดจะค่อยๆ ได้ยินเสียงภายนอกขึ้นมาตามลำดับ ส่วนคุณภาพเสียงก็อัดแน่นกว่าใคร จากระบบเสียง DBEE 3.0 และตัวแปลงสัญญาณเสียง LHDC ทำให้คุณภาพเสียงคมชัดระดับเฟิร์สคลาส ทั้งนี้ OPPO Enco X ยังถูกสร้างร่วมกับ Dynaudio แบรนด์ชั้นนำด้านเครื่องเสียงจากสัญชาติเดนมาร์ก ผ่านการทดสอบ และการปรับแต่งจากผู้เชี่ยวชาญอย่างพิถีพิถัน มั่นใจได้เลยว่า OPPO Enco X ถูกกลั่นมาอย่างดี เพื่อประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีที่สุดสู่หูคุณ

ดีไซน์ของ OPPO Enco X

  • ตัวเคส : เคสที่เก็บหูฟัง OPPO Enco X มีรูปทรงกลม ส่วนโค้งมีความโค้งเข้ามือพอดี ทำให้จับถือได้อย่างถนัด และยังมีลวดลายแบบโลหะในส่วนขอบเคส ซึ่งดูแล้วเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับ OPPO Enco X จะมีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน และสีขาว

  • ตัวหูฟัง : ตัวหูฟัง OPPO Enco X จะเป็นแบบหูฟังไร้สาย TWS แบบมีก้านยื่นลงมา ถูกออกแบบให้เข้ากับสรีรศาสตร์ ใส่กับหูคนได้สบายไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ในส่วนที่สวมใส่จะมีจุกยางซิลิโคนเพื่อให้กระชับหูมากขึ้น และจะมีให้เปลี่ยนอีก 2 ขนาดในกล่อง หากใครที่มีรูหูที่กว้าง หรือแคบ ก็ลองเปลี่ยนใส่ได้ตามสะดวก

  • 2 สีเรียบง่าย แต่ดูพรีเมี่ยม : OPPO Enco X มาพร้อม 2 สีให้เลือก คือ สีขาว และสีน้ำเงิน (สีที่ได้มารีวิวเป็นสีขาว) โดยแต่ละสีมีความสวยงามดูพรีเมี่ยม เข้าคู่กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างดี

เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.2 รวดเร็วไม่ติดขัด

การเชื่อมต่อ OPPO Enco X ถือว่าง่ายมากๆ เพียงเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น HeyMelody และรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟนแบรนด์ OPPO เพียงเปิดฝาขึ้นมาก็จะมีการแจ้งเตือนในเชื่อมต่อทันที ซึ่งความรวดเร็วทั้งหมดเป็นเพราะ OPPO Enco X ใช้ชิป Bluetooth 5.2 ในการเชื่อมต่อ ทำให้มีความรวดเร็วสูงแบบ Binaural Low-Latency หรือคลื่นความหน่วงต่ำ ทำให้เชื่อมต่อได้เสถียรรวดเร็ว และเชื่อมต่อได้ไกลถึง 10 เมตร ไม่พอแค่นั้นภายในยังมีเสาอากาศ LDS (Laser Direct Structuring) เพื่อเพิ่มความเสถียร และถูกรบกวนได้ยากในระหว่างการเชื่อมต่อ เพราะมีการออกแบบการรับสัญญาณที่เหมาะสม โดยใช้สายความถี่วิทยุ BPF (Band Pass Filter)

การสั่งการด้วยการสัมผัส

การสั่งการ OPPO Enco X จะใช้วิธีการสัมผัสที่ก้านหูฟัง (ซ้ายหรือขวาก็ได้) และสามารถเข้าไปเปลี่ยน และเพื่อการสั่งการต่างๆ ได้ภายหลังในแอพพลิเคชั่น HeyMelody

  • แตะ 2 ครั้ง = เลื่อนไปยังเพลงถัดไป หรือ รับสาย / วางสาย
  • สไลด์ขึ้น / ลง = สไลด์ขึ้นเพื่อเพิ่มเสียง / สไลด์ลงเพื่อลดเสียง
  • กดค้าง = สลับโหมด Max Noise Cancellation และโหลด Transparency
    **** สามารถเลือกเปลี่ยนโหมด Noise Cancellation ได้ทั้งหมด 4 แบบในแอพฯ HeyMelody แต่เลือกสลับไปมาได้ 2 โหมดเท่านั้น 

นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า กด 3 ครั้งเพื่อเรียกผู้ช่วยเสียงเช่น Google Assistance, Siri, Amazon Alexa เป็นต้น และสลับอุปกรณ์ได้ทันทีด้วยการแตะค้างและกด แต่ทั้ง 2 อย่างต้องเข้าไปปรับแต่งเพิ่มในแอพพลิเคชั่น HeyMelody

คุณภาพด้านเสียง
OPPO Enco X
เป็นหูฟังไร้สายระดับเรือธง แน่นอนว่าคุณภาพด้านเสียงต้องมาเต็ม ใส่ใจผู้ใช้งานแบบสุดๆ ด้วยการจับมือร่วมพัฒนากับแบรนด์ดังจากประเทศเดนมาร์กอย่าง Dynaudio แถมยังมีเทคโนโลยี DBEE 3.0 และตัวแปลงสัญญาณ LHDC จากที่ได้ทดลองใช้งานจริงก็พบว่า เสียงมีความคุณภาพดีมากฟังสบาย ในขณะที่เสียงเบสก็ไม่กระหึ่มจนขี้หูเด้ง กำลังนุ่มสบายๆ หู

  • จับมือกับ Dynaudio

ในประเทศไทยอาจจะไม่คุ้น แต่จริงๆ แล้ว Dynaudio เป็นแบรนด์ดังระดับโลก มีต้นกำเนิดจากประเทศเดนมาร์ก ค่อนข้างมีชื่อเสียงในตลาดเครื่องเสียง Hi- Fi คุณภาพระดับไฮเอนด์ แถมอุปกรณ์ของ Dynaudio ยังมีราคาระดับแสงถึงล้านเลยทีเดียว ซึ่งการจับมือระหว่าง OPPO และ Dynaudio จนออกมาเป็น OPPO Enco X ตรงนี้ก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก ทั้งคุณภาพเสียง และความพรีเมี่ยมมั่นได้เลยว่าจัดเต็มถึงพริกถึงขิง ไม่พอแค่นั้นยังได้ผู้สร้างมากประสบการณ์ใน Audio Series อย่าง Daniel Emonts พร้อมทีมงานมือฉมังมากมาย ออกแบบ และปรับแต่งเพื่อให้ OPPO Enco X ออกมาตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด

  • ระบบเสียง DBEE 3.0

OPPO Enco X ได้ใช้ระบบเสียง DBEE 3.0 ซึ่งเป็นระบบเสียงใหม่ล่าสุด ที่มีไดร์เวอร์เสียง 3 ชั้น Triple-layer composite dynamic driver ช่วยให้เสียงไม่ผิดเพี้ยน ความถี่ชัดเจน ในความถี่กลางและต่ำ และมี Magnetic balanced membrane driver ซึ่งติดอยู่ระหว่างขดลวดเสียงแม่เหล็กคู่ขนาน ทำให้ไม่มีความหน่วงเกิดจากการส่งผ่านเสียง พร้อมควบคุมคลื่นความถี่สูงที่ด้านหน้า ทั้งนี้ยังมี Coaxial dual driver ที่พบได้เฉพาะเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ แต่ OPPO กลับนำมาอยู่ใน OPPO Enco X ทำให้เสียงที่ออกมามีความเป็นธรรมชาติ และความละเอียดสูง

  • ตัวแปลงสัญญาณเสียงไร้สาย ด้วยระบบ LHDC

LHDC คือตัวแปลงสัญญาณเสียงไร้สาย ที่มีความหน่วงต่ำ และคงคุณภาพเสียงระดับสูงไว้ ซึ่งเสียงเพลงที่ส่งผ่านอุปกรณ์มายังหูฟัง ผ่านเทคโนโลยี LHDC จะมีแบนด์วิดท์ที่สูงกว่าเทคโนโลยี SBC และ AAC แบบหูฟังไร้สายรุ่นก่อนๆ ทำให้เสียงออกมาสมบูรณ์แบบ ความละเอียดสูง และมีความลึกของเสียงที่หนักแน่น แต่ระบบ LHDC จะใช้งานได้สมบูรณ์ ต้องนำ OPPO Enco X เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของ OPPO ที่รันบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 7.1 A.49 ส่วนรุ่นอื่นๆ อาจจะมีอัปเดตในภายหลัง 

ระบบตัดเสียงรบกวน Noise Cancelling
หลังจากลองใช้งานก็พบว่า ระบบ Noise Cancelling ของ OPPO Enco X ค่อนข้างดีทีเดียว ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้เฉียบๆ โดยเฉพาะในโหมด Max Noise Cancellation ไม่ว่าจะอยู่ในห้าง, รถประจำทาง, หรือตลาด ก็ยังดื่มด่ำกับเสียงเพลงแบบชัดแจ๋ว (แต่ตรงนี้แนะนำให้ใช้ระหว่างอยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงานมากกว่า เพราะการออกไปใช้ภายนนอกอาจไม่ปลอดภัย) ส่วนเหตุผลที่ OPPO Enco X สามารถตัดเสียงรบกวนได้ดีขนาดนี้ เป็นเพราะใช้ชิป ANC แบบใหม่ที่มีชื่อว่า Dual-core digital Bluetooth noise cancellation chip ซึ่งมีการทำงานที่แม่นยำสูง กรองเสียงรบกวนได้อย่างยอดเยี่ยม และแม่นยำ ทั้งนี้ยังทำงานเข้ากับระบบ Hybrid active noise cancellation ได้อย่างลงตัว จากการสร้างความถี่ และความยาวคลื่นแบบเดียวกับเสียงรบกวนรอบข้าง พร้อมเฟสที่ต่างกัน 180 องศา โดยความถี่นั้นจะไปลบสัญญาณรบกวน และลดเสียงรบกวนได้ถึง 35 เดซิเบล

อย่างไรก็ตาม OPPO Enco X ก็มีโหมดรับฟังเสียงรอบข้างเล็กน้อย ด้วยโหมด Standard Noise Cancellation หรือจะใช้โหมด Transparency เพื่อพูดคุยกับคนรอบข้างได้ทันที โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ทั้ง 2 โหมดจะเหมาะสมกับการใช้งานกลางแจ้ง มีผู้คนพลุกพล่าน หรือระหว่างเดินทางด้วยรถสาธารณะ ทั้งนี้จะปิดระบบ Noise Cancelling ไปเลยก็ได้ เพื่อรับประสบการณ์แบบวันวานฟังทั้งเพลง ฟังทั้งเสียงรอบข้างไปพร้อมกัน โดยโหมดต่างๆ สามารถไปปรับแต่งได้ในแอป MyMelody

คุยสายผ่าน OPPO Enco X ได้ทันที
OPPO Enco X
มีการตัดเสียงรบกวนขณะฟังเพลงไปแล้ว ด้านการรับสายคุยโทรศัพท์ผ่าน OPPO Enco X ก็ทำได้เช่นกัน และยังพูดคุยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในถูกติดตั้งไมโครโฟนลดเสียงรบกวนความไวสูงถึง 3 ตัว ซึ่ง 2 ตัวจะมีหน้าที่ beamforming เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนในระหว่างโทร และอีก 1 ตัวจะทำหน้าที่รับเสียงของผู้ใช้จากช่องหูชั้นใน และลดเสียงรบกวนรอบข้าง ตรงนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าเสียงรบกวนรอบข้างจะใส่รบกวนการคุยสาย

นอกจากนี้ OPPO Enco X ยังมีเทคโนโลยี Sophisticated adaptive filter และระบบตรวจจับเสียงลมเพื่อช่วยทำจัดเสียงรบกวน ทั้ง 2 อย่างจะช่วยให้การคุยสายได้อย่างราบรื่น แม้อยู่ในสถานการณ์ไม่เป็นใจเช่น ปั่นจักรยาน เดินอยู่ในห้อง หรือบริเวณผู้คนพลุกพล่าน

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54
OPPO Enco X
ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกลางแจ้งหรือในที่ร่ม เพราะเจ้าตัวได้มาตรฐาน IP54 แน่นอนว่าสามารถกันน้ำแบบกระเด็นได้ทุกทิศทาง ซึ่งหมายความว่าใส่หูฟัง OPPO Enco X ไปฟังเพลง พร้อมๆ กับออกกำลังกายได้แน่นอน ทั้งนี้ยังมีรับมือกับฝุ่นที่ดีอีกด้วย

**** มาตรฐาน IP54 จะเป็นมาตรฐานของหูฟังเท่านั้น ส่วนเคสไม่ได้มาตรฐาน IP54

แบตเตอรี่ทนทาน ใช้ได้สูงสุด 25 ชั่วโมง
หูฟัง OPPO Enco X สามารถฟังเพลงได้ 5.5 ชั่วโมง และใช้โทรคุยติดต่อกันได้ 3.5 ชั่วโมง หากใช้ร่วมกับเคสชาร์จจะใช้ได้เต็มที่เลย 25 ชั่วโมงเต็มๆ เรียกว่าหากชาร์จทุกอย่างไว้เต็ม ก็สามารถพก OPPO Enco X ไปไหนต่อไหนก็ได้เต็มๆ 1 วัน แต่หากเปิดโหมด Max Noise Cancellation จะใช้ฟังเพลงได้ 4 ชั่วโมง และชาร์จร่วมกับเคสรวม 20 ชั่วโมง

ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ ตัวเคสเองจะมีพอร์ต USB Type-C เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ แต่ก็สามารถใช้ชาร์จไร้สายได้เช่นกัน ซึ่งเคส OPPO Enco X จะรองรับแท่นชาร์จไร้สายแบบใดก็ได้ที่เป็นมาตรฐาน Qi Wireless Charging 

ฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • ตรวจจับการสวมใส่ : OPPO Enco X มาพร้อมระบบสุดฉลาด คอยตรวจจับการสวมใส่ของผู้ใช้งาน เมื่อมีการถอดหูฟังออก เพลงที่เล่นอยู่จะหยุดเล่น เมื่อนำกลับมาใส่อีกครั้งเพลงก็จะกลับมาเล่นต่อให้ทันที

  • ตรวจจับตำแหน่งหูฟัง : ใส่หูฟังไปแล้วได้ยินเสียงไม่ชัด ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าหูฟังข้างไหนยังใส่ได้ไม่ดี โดยภายในแอพพลิเคชั่น HeyMelody จะมีระบบตรวจสอบตำแหน่งของหูฟัง หากข้างไหนใส่ยังไม่ดีก็จะมีการแจ้งสถานะขึ้นมา

ตอนนี้ OPPO Enco X สุดยอดหูฟังเสียงนุ่มสุดพรีเมี่ยม ก็เปิดตัวพร้อมวางขายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีราคาอยู่ที่ 5,999 บาท และตัวเลือกสี 2 สีคือ สีน้ำเงิน และสีขาว ใครที่สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิ้งค์ตรงนี้เลย https://www.oppo.com/th/accessories/enco-x/

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ