ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

realme จัดความแรงแบบไม่มีพิกัด ลุยตลาด AiOT และสมาร์ทโฟนในประเทศไทยอย่างเต็มที่ นอกจากจะเปิดตัว realme 8 Series พร้อมคว้า “อั้ม พัชราภา” มาเป็น realme 8 5G แอมบาสเดอร์แล้ว ยังได้ทำการเปิดตัวหูฟังไร้สายอัจฉริยะ realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 Neo ที่มาพร้อมกับดีไซน์ทันสมัยยิ่งขึ้น Driver ขนาดใหญ่ 10 มิลลิเมตร ให้พลังเสียงดังกระหึ่ม ได้จูนเนอร์เสียงจาก Chainsmokers มี Active Noise Cancellation ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 25 ชั่วโมง ในราคาสบายๆ ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

สำหรับ realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 Neo มีความแตกต่างกันในเรื่องของดีไซน์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยจะเน้นการออกแบบที่โดดเด่นทันสมัย เหมือนคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความก้าวล้ำไปข้างหน้า ในส่วนของสเปคภายในที่ realme Buds Air 2 อาจจะเหนือชั้นกว่า realme Buds Air 2 Neo เล็กน้อย ไม่ได้หนีกันมากนัก แต่จากการใช้งานก็สังเกตได้ถึงความต่างในจุดๆ นี้

ดีไซน์ realme Buds Air 2

realme Buds Air 2 เป็นหูฟังไร้สาย In-Ear แบบมีก้าน ตัวหูฟัง 1 ข้าง น้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัม มาพร้อมจุกยางซิลิโคน 3 ขนาด S, M, L เพื่อให้เข้ากับขนาดรูหูของแต่ละบุคคล สวมใสสบายได้ตลอดทั้งวัน มาด้วยกัน 2 สี คือ Closer White และ Closer Black 

ตัวหูฟัง realme Buds Air 2 จะผสมผสานสีแบบทูโทน โดยสี Closer White ที่ได้มารีวิวนั้น ในส่วนของหัวจะเป็นสีขาว และก้านหูฟังจะเป็นสีเงิน มีจุดเล็กๆ ใช้สำหรับควบคุมการทำงานตรงส่วนบนของก้านหูฟัง ด้านล่างสุดเป็นจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าและไมโครโฟน

เคสชาร์จเป็นทรงกลมโค้งมน เมื่อรวมกับตัวหูฟังแล้วจะมีน้ำหนักเพียง 42.7 กรัม พกพาง่าย สามารถจับตั้งได้ แต่ไม่ง่ายนัก ด้านหน้าเคสมีไฟ LED แจ้งสถานะแบตเตอรี่และโลโก้ realme

เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับช่องใส่หูฟังแยกเป็นฝั่งซ้ายและขวา ส่วนด้านล่างของเคสมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB Type C อยู่ และไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • เคส realme Buds Air 2
  • หูฟัง realme Buds Air 2
  • สายชาร์จ USB-C สีเหลือง
  • จุกหูฟังซิลิโคนขนาด S, M, L สีขาว
  • คู่มือการใช้งาน

ดีไซน์ realme Buds Air 2 Neo

หูฟังไร้สาย realme Buds Air 2 Neo ไม่มีก้านเหมือนกับรุ่นใหญ่ แต่มีดีไซน์ที่ทันสมัย มีความเป็น Futuristic หรือความเป็นโลกแห่งอนาคต ด้านบนของตัว Buds จะใช้เทคนิค Lamination Process คือการใช้ฟิล์มพลาสติกที่ผ่านกระบวนการลามิเนตหลายๆ ชั้น มาเคลือบติดเข้าด้วยกันเป็นฟิล์มแผ่นเดียว พร้อมกับการใช้กระบวนการ Matte Process ทำให้มีความแวววาวดูพรีเมี่ยม 

ตัว Buds มีความโค้งมน โดยบริเวณด้านบนของตัว Buds จะมีความโค้ง 48 องศา และบริเวณส่วนล่างมีความโค้ง 72 องศา แต่ละข้างมีน้ำหนักเพียง 4.5 กรัม ขนาดเล็กกะทัดรัด ทำให้สวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย และในกล่องยังมาพร้อม จุกยางซิลิโคน 3 ขนาด S, M, L ให้เลือกใช้ได้ตามสรีระ

เคสชาร์จมีรูปทรงวงรี ขนาด 60.34 x 44.57 x 32.96 มม. น้ำหนักรวมหูฟังแล้วอยู่ที่ 45 กรัม จะหนักกว่า realme Buds Air 2 แต่มีขนาดที่เล็กกว่า พกพาสะดวก ด้านหน้ามีไฟแสดงสถานะ ด้านหลังเป็นพอร์ตชาร์จแบบ USB Type C

เมื่อเปิดฝาออกมาจะพบกับช่องใส่หูฟังซ้ายขวา มีจุดเชื่อมต่อไฟฟ้าเพื่อชาร์จ และมีแม่แหล็กดูดตัวหูฟังให้ไม่หลุด ด้านบนของด้านในมีปุ่มมัลติฟังก์ชั่นอยู่

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • เคสชาร์จ realme Buds Air 2 Neo
  • หูฟัง realme Buds Air 2 Neo
  • สายชาร์จ USB-C สีเหลือง
  • จุกหูฟังซิลิโคนขนาด S, M, L
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

การเชื่อมต่อ

realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 Neo มาพร้อมระบบ Google Fast Pair เมื่อเปิดฝาเคสขึ้นมาในขณะที่อยู่ใกล้เครื่อง ก็จะมีชื่อขึ้นมาเพื่อให้ทำการเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะขึ้นแจ้งเตือนมาไวมาก ติดอยู่เล็กน้อยตรงที่ว่า หากข้างๆ มีสมาร์ทโฟนหลายเครื่อง อาจจะไม่ขึ้นตรงที่เครื่องของเราเลย เมื่อเชื่อมเสร็จแล้วก็จะสามารถใช้งานได้ทันที หรืออีกวิธีคือให้ใส่หูฟังเข้าไปในเคสชาร์จ กดปุ่มมัลติฟังก์ชั่นค้างไว้ 3 วินาที รอไฟกระพริบสีเขียวขึ้นแจ้งเตือน และทำการเชื่อมต่อกับตัวหูฟังได้ทันที

การควบคุมการใช้งาน

การสัมผัส

  • แตะ 2 ครั้ง เพื่อเล่นหรือหยุดเพลง และรับสายหรือวางสายโทรศัพท์
  • แตะ 3 ครั้ง เพื่อเล่นเพลงถัดไป
  • กดค้างที่หูฟังข้างใดข้างหนึ่งไว้ 2 วินาที เพื่อปฏิเสธสายเมื่อมีสายเรียกเข้า
  • กดค้างที่หูฟังทั้ง 2 ข้างไว้ 2 วินาที เพื่อสลับระหว่างโหมด Active Noise Cancellation ที่ตัดเสียงรบกวนภายนอก และโหมด Transparency Mode เพื่อฟังเสียงภายนอก

นอกจากนี้ใน realme Buds Air 2 ยังมีระบบการตรวจจับแบบอัจฉริยะ สามารถตรวจจับสภาพการสวมใส่ได้แบบเรียลไทม์ หากเราถอดหูฟังออกพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง เพลงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ แล้วเมื่อใส่กลับเข้าไปใหม่เพลงก็จะเล่นต่อ และหากถอดหูฟังออกเพียงข้างเดียว เมื่อแตะที่หุฟังอีกข้างที่ใส่อยู่ เพลงก็จะเล่นต่อนั่นเอง

แอปพลิเคชั่น realme Link

realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 neo เมื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนแล้ว จะควบคุมการตั้งค่าหูฟังได้ทางแอพพลิเคชั่น realme Link โดยจะสามารถดูระดับเปร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่, ควบคุมเสียงรบกวน, ตั้งค่าการสลับโหมด, ตั้งค่าโหมดเกม, ปรับเอฟเฟกต์เสียง (Bass Boost+, ไดนามิก,สดใส) อีกทั้งเร่งเสียงเพื่อให้เสียงของหูฟังดังขึ้นกว่าเดิม

  • realme Buds Air 2

 

 

  • การใช้งานใน realme Buds Air 2 Neo

 

 

ระบบเสียง

realme Buds Air 2 มาพร้อมชิป R2 Chip ตัวใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2 มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลายอุปกรณ์อย่างสเถียร ในระยะการส่งข้อมูลสูงสุด 10 เมตร และประหยัดแบตกว่าเดิม ด้านไดร์ฟเวอร์เป็น Diamond-class Hi-Fi ขนาด 10 มิลลิเมตร มีการเคลือบสารคาร์บอนคล้ายเพชร เพื่อให้กระจายเสียงได้อย่างมีมิติ เพิ่มประสบการณ์การรับฟังของเสียงให้ดียิ่งขึ้น เหมือนคุณได้รับฟังในสตูดิโอ

มีการอัพเกรด Bass Boost+ แบบใหม่ โดยได้รับการออกแบบร่วมกันระหว่าง realme Music Studio และ The Chainsmokers เพื่อให้ได้มิติเสียงที่เหมาะสมอย่างที่ต้องการ โดยโหมด Dynamic จะมีการปรับสมดุลของเสียงเบสให้มีความหนักแน่นขึ้น เสียงในย่านแหลมและกลางมีความเคลียร์ใส และในโหมด Bright จะช่วยเพิ่มเสียงพูดให้เสียงดังฟังชัดมากขึ้น เหมาะกับการฟัง podcasts หรือ Audiobooks นั่นเอง

ซึ่งทั้ง 2 รุ่น ได้รับอัพเกรดโหมดเกมให้มีความหน่วงต่ำเพียง 88 มิลลิวินาที ซึ่งเป็นระดับความหน่วงที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมตอนนี้ โดยลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ช่วยให้เวลาของการสวมใสหูฟังในการเล่นเกมมีความเพลิดเพลิน ไม่เกิดการหน่วง และตอบสนองกลับระหว่างภาพกับเสียงได้ดียิ่งขึ้น

การตัดเสียงรบกวน

สำหรับ realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 Neo นอกจากรูปแบบของตัวหูฟังที่จะช่วยบล็อคเสียงภายนอกแล้ว ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Active Noise Cancellation ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกเสียงรบกวนได้สูงสุด 25 เดซิเบล สามารถกรองเสียงรบกวนความถี่ต่ำ ทั้งเสียงเครื่องบิน เสียงรถไฟใต้ดิน และเครื่องมือการขนส่งอื่นๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ให้เราได้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงอย่างเต็มอรรถรส ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเราต้องการเปิดรับฟังเสียงของคนที่เดินเข้ามาพูดคุยด้วย หรือเปิดฟังเสียงในระหว่างเดินไปที่ริมทาง เพื่อความปลอดภัย ก็ยังสามารถสลับไปที่โหมด Transparency Mode เพื่อฟังเสียงภายนอกได้ง่ายๆ เพียงกดค้างที่หูฟังทั้ง 2 ข้างไว้ประมาณ 2 วินาที โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก

Dual Mic Noise Cancellation 

realme Buds Air 2 และ realme Buds Air 2 Neo มาพร้อมไมโครโฟนคู่ ที่ช่วยรับเสียงในการพูดคุยทางสายสนทนาได้ดีขึ้น และมีอัลกอริธึมการตัดเสียงรบกวนสภาพแวดล้อมภายนอก ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างไ เพื่อให้คู่สนทนาจะได้ยินชัดเจนขึ้น แม้อยู่ในสถานที่ชุมชน

แบตเตอรี่ 

realme Buds Air 2 มีแบตเตอรี่ความจุ 400mAh สามารถชาร์จเต็ม 100% ภายใน 1 ชั่วโมง สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 25 ชั่วโมง และเล่นเพลงต่อเนื่องได้ 22.5 ชั่วโมง เมื่อเปิดใช้โหมด ANC ตัดเสียงรบกวน

ส่วนใน realme Buds Air 2 Neo มาพร้อมแบตเตอรี่ ความจุ 480mAhmAh สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 28 ชั่วโมง เมื่อปิดโหมด Active Noise Cancellation และเล่นเพลงต่อเนื่องได้ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิดใช้โหมด ANC ตัดเสียงรบกวนนั่นเอง

ราคาวางจำหน่าย

realme Buds Air 2 มีมาให้เลือกด้วยกัน สี คือ Closer Black และ Closer White ในราคาเพียง 2,499 บาท หาซื้อได้ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

realme Buds Air 2 Neo มาด้วยกัน 2 สีเช่นเดียวกัน คือ Active Black และ Calm Grey ในราคาเพียง 1,299 บาท สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ E-Commerce เท่านั้น

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ