ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

Asus ได้เปิดตัว Asus Zenfone 8 Series ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยซีรี่ย์นี้จะเป็นซีรี่ย์ระดับเรือธงสเปคจัดเต็มอย่างแน่นอน ซึ่งมาด้วยกัน 2 รุ่นคือ Asus Zenfone 8 และ Asus Zenfone 8 Flip ทั้งคู่จะโดดเด่นด้วยการดีไซน์ และให้สเปคมาแบบแน่นๆ โดยเฉพาะรุ่น Asus Zenfone 8 Flip ที่ยังใช้ความโดดเด่นจากซีรี่ย์ก่อนๆ ด้วยกล้องถ่ายรูปแบบพับสลับเป็นกล้องหลัง หรือกล้องหน้าได้

Asus Zenfone 8 Flip
สำหรับ Asus Zenfone 8 Flip จะเดินตามรอยของ Asus Zenfone 6 และ Asus Zenfone 7 ด้วยการใช้กล้องถ่ายรูปแบบพับ Flip-up Camera สามารถเป็นได้ทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง โดยกลไกการพับจะได้ Stepper Motor Module และ Angle Sensor เพื่อให้มีการพับไปมาที่แม่นยำ และไหลลื่น นอกจากนี้ยังใช้วัสดุอย่าง Liquid Metal ซึ่งมีความแข็งแกร่ง แต่มีน้ำหนักที่เบา

ส่วนกล้องนั้นติดตั้งมา 3 เลนส์ ประกอบไปด้วย เลนส์หลัก Sony IMX686 ความละเอียด 64MP (น่าจะไม่มี OIS เพราะในสเปคไม่มีบอก), เลนส์ Ultrawide เซนเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12MP เพิ่มมุมกว้าง 113 องศา และใช้ถ่ายมาโคร 4 เซนติเมตรได้ด้วย และอีกเลนส์เป็น Telephoto เซนเซอร์ OmniVision ความละเอียด 8MP ช่วยใยการซูมแบบ Optical ได้ 3 เท่า ด้านการบันทึกวิดีโอจะได้ความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30fps และ 4K ที่ 60fps มีระบบกันสั่น HyperSteady พร้อมกับใช้ Ultrawide ได้ นอกจากนี้ทั้ง 3 เลนส์ยังเคลือบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 เสริมความแข็งแกร่งให้อีกชั้น

Asus Zenfone 8 Flip มาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 20:9 อัตรา Refresh Rate สูงสุด 90Hz รองรับคอนเทนด์ HDR10+ ปรับความสว่างได้สูงสุด 700nits เคลือบด้วยกระจก Gorilla Glass 6 และแน่นอนว่าหน้าจอไม่มีรอยแหว่งใดๆ พร้อมกับรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

สเปคภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 888 5G ซึ่งเป็นชิปเซ็ตตัวแรงสุดในขณะนี้ และยังได้ ROM แบบ UFS 3.1 เพื่อความรวดเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล กับ RAM 8GB แบบ LPDDR5 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 และได้ชิปการเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่ล่าสุด ทำให้สนับสนุนระบบ Wi-Fi 6E

ส่วนระบบเสียงจะเป็นลำโพงคู่ ปรับแต่งด้วย Dirac Research เหมือนกับ ROG Phone พร้อมด้วยระบบ NXP mono amps กับ Hi-res Audio แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร นอกจากนี้แบตเตอรี่จะมีขนาด 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 30W HyperCharge รวมไปถึงเทคโนโลยี QC4.0 และ PD Charging

Asus Zenfone 8 Flip ตอนนี้มีการเปิดพรีออเดอร์ไปแล้วทั้ง ยุโรป และไต้หวัน ซึ่งมีให้เลือก 2 สีคือ Galactic Black และ Glacier Silver สนนราคาอยู่ที่ 800 ยูโร หรือประมาณ 31,000 บาท ส่วนการขายในประเทศไทยอื่นๆ รวมไปถึงประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลออกมา

Asus Zenfone 8
ปัจจุบันสมาร์ทโฟนระดับเรือธงส่วนมากมักมีขนาดใหญ่ๆ เน้นสเปคที่แรงจัดเต็ม แต่ Asus Zenfone 8 ฉีกประเด็นออกมา โดยเน้นไปที่ดีไซน์กะทัดรัดจากขนาดเพียง 148 x 68.5 x 8.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 169 กรัม พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และยังให้สเปคที่แรงจุใจด้วยขุมพลัง Snapdragon 888 5G รันบนระบบปฏิบัติการ ZenUI 8 บนพื้นฐาน Android 11

Asus Zenfone 8 ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล E4 AMOLED กว้าง 5.9 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400x1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate สูงสุด 120Hz รองรับคอนเทนด์ HDR10 และ HDR10+ มีการปกป้องด้วยกระจก Gorilla Glass Victus และใช้ดีไซน์รอยแหว่งแบบจอเจาะรู ในนั้นมีกล้องหน้า Sonu IMX663 ความละเอียด 12MP

ในส่วนกล้องหลังติดตั้งมา 2 เลนส์ ประกอบไปด้วยเลนส์หลัก Sonu IMX686 ความละเอียด 64MP มีพิกเซล 0.8µm ฟิลเตอร์ด้วยเทคโนโลยี Quad Bayer และ Dual Pixel Autofocus ส่วนอีกเลนส์เป็น Ultrawide ความละเอียด 12MP การบันทึกวิดีโอจะได้ความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 24fps

นอกจาก Asus Zenfone 8 จะได้ชิปเซ็ตอย่าง Snapdragon 888 5G แล้วยังมีตัวเลือก RAM สูงสุดถึง 16GB แบบ LPDDR5 และ ROM 256GB UFS 3.1 นอกจากนี้ยังสนับสนุน Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.2 ในขณะที่แบตเตอรี่อาจจะดูเล็กไปหน่อย เพราะมีขนาดเพียง 4,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 30W ผ่านพอร์ต USB Type-C

ในส่วนของราคา Asus Zenfone 8 จะมีราคาอยู่ที่ 670 ยูโร หรือประมาณ 26,000 บาท มีให้เลือก 2 สีคือ Horizon Silver และObsidian Black ซึ่งเริ่มเปิดพรีออเดอร์ไปฝั่งยุโรป และไต้หวัน ส่วนในประเทศอื่นๆ ยังต้องรอติดตามข่าวสารต่อไป

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ