ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

เปิดตัวนวัตกรรมหูฟังคุณภาพระดับพรีเมี่ยมใหม่ล่าสุดจากแบรนด์จาบร้าจำนวน 2 รุ่น Jabra Elite 2 และ Jabra Elite 3 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาหูฟัง True Wireless เจนเนอเรชั่นที่ 6 ของจาบร้า

โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นโดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้มีความกระชับและเบากว่าเดิม เพื่อเติมเต็มความสบายในการฟังเพลงและสนทนาให้แก่ผู้ที่รักในเสียงดนตรียิ่งขึ้น โดยมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

สำหรับ Jabra Elite 2 เป็นหูฟัง True Wireless ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบรูปทรงให้สวมใส่สบายและพอดีกับหูทุกคู่ตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อให้คนรักเสียงเพลงเพลิดเพลินกับการฟังเพลงขณะเดินทางได้อย่างปลอดภัยและสบายมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับลำโพงขนาด 6 มม. ถ่ายทอดเสียงที่ชัดใส พร้อมเสียงเบสที่แน่นและลึกกว่าเดิม

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับไมโครโฟน 2 ตัว และตัวหูฟังได้รับการออกแบบมาให้สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอก(Passive Niose Cancellation)ในขณะสวมใส่ เพื่อให้รับฟังเสียงสนทนาหรือเสียงเพลงได้ชัดเจนตลอดเวลาโดยเฉพาะเวลาที่อยู่นอกบ้าน

ทั้งยังรองรับการปรับแต่งเสียงต่างๆ ผ่านมือถือได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย รวมถึงมีฟังก์ชั่น Amazon Alexa และ Google Fast Pair และ Spotify เพียงแค่แตะครั้งเดียว ขณะเดียวกัน ตัวหูฟังยังออกแบบให้ทนต่อเหงื่อและป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX55 แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 21 ชั่วโมง ทำให้เพลิดเพลินไปกับการฟังเพลงสุดโปรดได้อย่างเต็มอิ่ม และยังรองรับการชาร์จไฟแบบเร่งด่วน โดยชาร์จแค่ 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานอีก 1 ชั่วโมง

โดยมีให้เลือก 2 สี คือ NAVY และ Dark Grey  วางจำหน่ายในราคา 2,290 บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี

ขณะที่ Jabra Elite 3 ที่มาพร้อมสีสันสดใส ถูกออกแบบให้เป็นหูฟัง True Wireless ระดับคุณภาพที่ได้ปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อให้คอเพลงสวมใส่สบาย ด้วยรูปทรงที่เข้ากับสรีระของหูมากยิ่งขึ้น น้ำหนักเบา เพื่อมอบประสบการณ์ในการฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม

พร้อมเสียงเบสที่หนักแน่น ทรงพลัง และถ่ายทอดเสียงที่ชัดใสทุกสถานการณ์ ด้วยลำโพงขนาด 6 มม. ให้พลังเสียงอันยอดเยี่ยมไม่ว่าจะดูหนังหรือฟังเพลง ทั้งยังมาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนาหรือประชุมงานได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีฟังก์ชั่น HearThrough ที่ทำให้ได้ยินเสียงจากภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟังให้เสียเวลา

ช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อ และปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน ขณะเดียวกันตัวหูฟังยังออกแบบให้ทนต่อเหงื่อและป้องกันน้ำตามมาตรฐาน IPX55 นอกจากนี้ ยังรองรับการทำงานร่วมกับแอปฯ Jabra Sound+ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงต่างๆ ผ่านมือถือได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย

รวมถึงมีฟังก์ชั่น Amazon Alexa และ Google Fast Pair และ Spotify แค่แตะครั้งเดียว ไม่ว่าจะขอเส้นทางหรือเล่นเพลงโปรด สามารถทำทุกกิจกรรมได้พร้อมกันโดยไม่มีสะดุด ขณะที่แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องสูงสุดถึง 28 ชั่วโมง

และยังรองรับการชาร์จไฟแบบเร่งด่วน โดยชาร์จแค่ 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานอีก 1 ชั่วโมง ทั้งยังมาพร้อม Mono Mode ช่วยให้สามารถใช้งานหูฟังข้างหนึ่ง ขณะชาร์จหูฟังอีกข้างหนึ่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด

โดยมีให้เลือก 4 สี คือ NAVY / LILAC / Light Beige / Drey วางจำหน่ายในราคา 2,990  บาท พร้อมการรับประกันคุณภาพสินค้า 2 ปี

สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Studio7, iStudio by copperwired, iStudio by SPVi, Jaymart, Dotlife, Banana IT, Munkonggadget, Mercular, Powermall, Powerbuy หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.facebook.com/jabrathailand

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ