แท็บเล็ต (Tablet)  |   วันที่ : 8 พฤศจิกายน 2564

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

เด็กๆ ช่วงวัยอนุบาล ไปจนถึงประถมต้น เรียกได้ว่าอยู่ในวัยที่กำลังสงสัยในสิ่งต่างๆ รอบตัว อยากรู้อยากเห็น อยากลองเล่น ลองทดสอบสิ่งต่างๆ ด้วยตัวของเขาเอง ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากจะส่งเสริมให้น้องหาความรู้สำรวจโลก ไปพร้อมๆ กับการดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ดังนั้นจึงควรมีเพื่อนที่ใกล้ชิดไปด้วยกันกับลูกของเราทุกฝีก้าวไว้คอยดูแลความปลอดภัย และมอนิเตอร์ได้

โดยที่เขาเองก็สนุกกับเทคโนโลยีนี้ไปด้วย โดยอุปกรณ์ที่เด็กๆ จะพกง่ายไม่หาย มีดีไซน์และยังสร้างความบันเทิงให้เด็กได้ด้วย ก็คือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะสำหรับเด็ก ที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คุณพ่อคุณแม่ที่อยากหาอุปกรณ์ไว้ติดต่อสื่อสารกับลูกน้อย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่มีประโยชน์และสมวัย

1.รับรู้ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว วางใจได้ว่าลูกไม่ได้หลงไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

ในทุกๆ วัน เราต้องรู้อยู่แล้วว่าตารางของลูกเป็นอย่างไร แต่อาจจะมีบ้างที่ เช่น เมื่อเลิกเรียนลูกอาจจะวิ่งเล่นกับเพื่อนในบริเวณใหม่ๆ ถ้าหากกังวลว่าระหว่างเล่นอยู่ลูกจะเดินเพลินจนหลงไปที่อื่น นาฬิกาอัจฉริยะที่ใช้ควรจะมี GPS ที่สามารถติดตามได้ว่าลูกอยู่ที่ไหน ทำให้ผู้ปกครองสามารถติดต่อกับลูกได้ง่ายขึ้น โดยจะสามารถอัปเดทให้ผู้ปกครองเห็นได้ใกล้เคียงเวลาจริงมากที่สุด เพื่อให้ติดตามตัวเด็กได้ในเวลาอันรวดเร็ว และในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เด็กจำเป็นต้องสามารถติดต่อพ่อแม่ได้

GPS บนนาฬิกายุคนี้เป็นมากกว่าการใช้สัญญาณดาวเทียม เพราะมีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ โดยไม่ได้เพียงระบุตำแหน่งของเด็ก แต่ยังสามารถบันทึกเส้นทาง และรับรู้ได้ว่าสถานที่ใดเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย ทั้งหมดนี้เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยได้ เพื่อคลายกังวลในการติดต่อสื่อสารกับลูก

ยกตัวอย่างเช่นหัวเว่ยได้พัฒนาเทคโนโลยี Network Positioning Algorithm ไว้บน Huawei WATCH KIDS 4 Pro ซึ่งเป็นระบบที่สามารถบันทึกตำแหน่งล่าสุดของเด็กที่สวมใส่ได้ทุก 2 นาที และแจ้งเตือนให้พ่อแม่ทราบเมื่อเด็กออกนอกเส้นทาง หรือไปที่ผิดแปลกนอกเหนื่อจากที่ผู้ปกครองตั้งค่าระบบ Safe Zone ไว้ในแอปฯ Huawei FamCare

2. ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินพร้อมถ่ายภาพอัตโนมัติ พ่อแม่รับรู้สถานการณ์ได้รวดเร็วและทันท่วงที

การเรียนรู้นอกห้องเรียนอะไรจะดีไปกว่าการพาลูกไปทัศนศึกษาค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ในวันหยุดสุดสัปดาห์พ่อแม่อาจพาน้องๆ ไปเปิดโลกผ่านการแคมปิ้งต่างจังหวัด หรือเที่ยวอุทยานแห่งชาติต่างๆ ให้เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด และถ้ามีเทคโนโลยีที่ไว้ใจได้อย่างสมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กไปด้วย พ่อแม่ก็ปล่อยให้น้องสำรวจเส้นทางที่เขาอยากไปเองได้เลย โดยอย่าลืมย้ำกับเด็กว่าถ้าหากเจอเหตุการณ์ที่ดูเสี่ยงภัยให้รีบติดต่อพ่อแม่ทันที

ถ้าเป็นฟีเจอร์ของ Huawei WATCH KIDS 4 Pro เด็กสามารถกดปุ่ม FUN บนนาฬิกาไว้ 5 วินาทีนาฬิกาก็จะโทรหาพ่อแม่ผ่าน One-Step SOS Call ให้ได้เลย และหากเกิดเหตุฉุกเฉินในเวลากลางคืน นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ยนี้ก็จะเป็นตัวช่วยในการหาตัวเด็กได้ โดยใช้ไฟ LED เรืองแสงป้องกันพลัดหลง และด้วยพลังงานแบตเตอรี่ 800 mAh ที่เมื่อชาร์จไฟเพิ่มเพียง 20 นาที ก็ใช้งานต่อได้ยาวๆ พ่อแม่ก็อุ่นใจได้ว่าเราจะยังสามารถติดต่อลูกได้เสมอด้วยเทคโนโลยี

3.วิดีโอคอลได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

สำหรับเด็กในวัยนี้ คงยังเร็วไปที่จะให้พกโทรศัพท์มือถือ หากจะติดต่อกันและกัน สมาร์ทวอทช์ที่รองรับซิม 4G อาจเป็นทางเลือกที่พกง่ายมั่นใจ และเหมาะสมกับวัยของเด็กมากกว่า หนึ่งในสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่ทั้งติดตัวได้ง่าย และสามารถรับสายวิดีโอคอลจากผู้ปกครองบนข้อมือได้เลย หรือจะส่งข้อความสั้นๆ ไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ปกครองก็ได้คือ Huawei WATCH KIDS 4 Pro รองรับการใช้งานนาโนซิมการ์ด 4G ทำให้รับสายและโทรออกได้ และสมาร์ทวอทช์นี้ยังมาพร้อมกล้องความละเอียด 5 MP เพื่อรับสายวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเคชัน Huawei FamCare ในคุณภาพระดับ HD ในขณะเดียวกันสามารถบันทึกเบอร์คนในครอบครัวผ่าน Unique Call Light ID เพื่อให้มีแสงเตือนให้ทราบว่าเป็นใครโทรมาได้ด้วย

เมื่อได้เปิดโลก แน่นอนว่าเด็กๆ ก็ย่อมต้องการมีสังคมที่เปิดกว้างออกไปมากกว่าคนในครอบครัว นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ทำมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะจึงต้องมีฟีเจอร์สนุกๆ เพื่อตอบโจทย์เด็กๆ อย่าง Huawei WATCH KIDS 4 Pro เช่น การเขย่าเพื่อเพิ่มเป็นเพื่อน ให้โอกาสเด็กๆ ได้ทำความรู้จัก แชร์เรื่องราวที่น่าสนใจ และเรียนรู้มากขึ้นจากบุคคลอื่นในวัยเดียวกัน ผ่านการส่งภาพ ส่งข้อความตัวอักษร ข้อความเสียง ส่งอีโมติคอน และส่งวิดีโอ ยาวสูงสุด 15 วินาที

4.ส่งเสริมการทำกิจกรรมนอกบ้าน พร้อมติดตามและเก็บข้อมูลการออกกำลังกาย เข้าใจสุขภาพของลูกน้อย

ผจญภัยก็แล้ว เข้าสังคมก็แล้ว อีกกิจกรรมที่เด็กๆ สามารถพัฒนาตัวเองได้โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องห่วง คือการออกกำลังกาย มิใช่เพียงแต่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีพัฒนาการตามวัยเท่านั้น แต่ยังเพื่อให้มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ที่ช่วยสนับสนุนการออกกำลังกายไม่ได้มีแค่เพียงสำหรับผู้ใหญ่ แต่ของเด็กเองก็รองรับโหมดออกกำลังกายง่ายๆ อาทิ การเดิน วิ่ง กระโดดเชือก ซิทอัพ และที่สำคัญที่สุดว่ายน้ำ เพราะเป็นวัยที่การว่ายน้ำให้แข็งถือเป็นเรื่องจำเป็น นาฬิกาที่ใช้จึงควรเป็นโมเดลที่กันน้ำ หรือที่ดีไปกว่านั้นคือช่วยจัดระเบียบการฝึกว่ายน้ำได้ด้วย

Huawei WATCH KIDS 4 Pro มีมาตรฐานกันน้ำ 5 ATM หรือที่ความลึกประมาณ 50 เมตร สามารถฝึกที่สระใกล้บ้าน หรือไปเล่นน้ำทะเลชิลๆ ก็ได้โดยมีฟังก์ชันการระบายน้ำแบบ One-click เพื่อการใช้งานที่ราบรื่นหลังขึ้นจากน้ำ ด้านการออกกำลังกายอื่นๆ ก็สามารถติดตามผลการพัฒนาร่างกายทางแอปฯ Huawei FamCare ได้เลย

Bonus: ฮาร์ดแวร์ต้องได้ ซอฟต์แวร์ต้องโดน

ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเป็นเพื่อนคู่ใจเด็กๆ ในการใช้ชีวิตและการสำรวจโลกในวัยกำลังซน สิ่งที่จะดึงดูดเด็กๆ ได้มากที่สุดก็คือการออกแบบที่น่ารักสดใส และหน้าจอที่เลือกเองได้อย่างอิสระ ให้น้องๆ รู้สึกว่านาฬิกาเป็นของตนเองอย่างแท้จริง สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็กตัวล่าสุดของหัวเว่ยอย่าง Huawei WATCH KIDS 4 Pro มาในตัวเรือน และสายสีน่ารักน่าใช้อย่างสีน้ำเงิน และสีชมพู พร้อม Watch Faces ที่น่าโดนใจบนหน้าจอสัมผัส AMOLED 1.41 นิ้วที่สามารถปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสมได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพตาของน้องๆ ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวเจอเจ้าตัวเล็กมาขอสมาร์ทวอทช์เครื่องแรกให้กับตัวเองได้เลย

สนใจ Huawei WATCH KIDS 4 Pro เช็คให้แน่ใจว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้เป็นของหัวเว่ยระบบปฏิบัติการ EMUI 10.1 หรือ iPhone รุ่นที่ใช้ iOS 9.0 ขึ้นไปเท่านั้น โดยวางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท พร้อมของสมนาคุณตุ๊กตา BabyBus มูลค่า 649 บาท เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2564 ถึง 12 พฤศจิกายน 2564  ทาง Huawei Experience Store สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huawei WATCH KIDS 4 Pro ได้ ที่นี่

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

เรื่องราวน่าสนใจ