แอปพลิเคชัน (Application)  |   วันที่ : 23 มิถุนายน 2565

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของใครหลายคน ดังนั้นแก๊งค์มิจฉาชีพจึงฉวยโอกาสใช้ช่วงเวลานี้หลอกล่อ นำความลำบาก หรือปัญหาของคุณที่กำลังพบเจอมาใช้เป็นเล่ห์กล ออกอุบายล้วงความลับ หรือทรัพย์สิน เกิดความสูญเสียขึ้นมาอีกหลายๆ อย่าง ทีนี้เรามาดูกันหน่อยว่าอะไรบ้างที่คุณต้องรู้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

สำหรับวิธีตรวจสอบเบอร์โทรว่าเป็นแก๊งค์มิจฉาชีพ หรือ Call Center ดูได้อย่างไร

วิธีตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพ สังเกตง่ายๆ ได้หลายวิธี เพียงแค่เห็นเบอร์แปลกๆ โทรมา ก็มีเหตุเชื่อได้ว่านี่เป็นเบอร์โทรของวัยร้ายแน่นอน ดังนั้นจึงรวบรวมวิธีเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบดังนี้ ...

1. เบอร์โทรที่มีเครื่องหมายบวก (+) นำหน้า : ตามด้วยรหัสต่างประเทศ เมื่อรับอาจเจอระบบเสียงตอบรับอัตโนมัติ สงสัยไว้ได้ว่าเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่โทรเข้ามา เพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัว พร้อมแอบอ้าง หลายๆ เหตุผล อาทิ โอนเงินผิด, พัสดุผิดกฎหมาย, มีชื่อของคุณที่ไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน รวมถึงอาชญกรรมต่างๆ อีกทั้งมาในแบบเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ ซึ่งทาง กสทช. ได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า ถ้าพบเจอหมายเลขนำหน้า +697 ไม่ต้องรับสายๆ ใด

2. ตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพผ่านช่องทางออนไลน์ : วิธีพื้นฐานในการค้นหาเบอร์โทร เป็นเบอร์มิจฉาชีพหรือไม่ เพียงแค่นำเบอร์โทรไปค้นหาใน Google เพื่อตรวจสอบประวัติเบอร์ผู้ใช้ หากเบอร์ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเบอร์หลอกลวง ก็จะขึ้นปรากฏข้อมูลให้ได้ทราบว่าเคยมีคนอื่นแจ้งไว้บ้างหรือไม่

3. ตรวจสอบเบอร์มิจฉาชีพผ่าน LINE : เบอร์โทรศัพท์บางเบอร์ผูกไว้กับบัญชีของแอปฯ LINE เพียงแค่นำเบอร์ไปค้นหาในช่องเพิ่มเพื่อนของ Line อาจมีโอกาสพบว่าเบอร์โทรศัพท์เป็นของใคร และตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

4. ตรวจสอบเบอร์ผ่าน Facebook : สามารถพิมพ์เบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัยในช่องค้นหา เพื่อสืบค้นประวัติของเบอร์โทรนี้ว่ามีการหลอกลวงหรือไม่

5. แอปฯ WHOSCALL ต้องดาวน์โหลดไว้ : แอปพลิเคชัน WHOSCALL ควรดาวน์โหลดไว้ในสมาร์ทโฟน เนื่องจากมีการโชว์ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ทางการ และเบอร์โทรมิจฉาชีพถูกบันทึกไว้จำนวนมาก ดาวน์โหลดผ่าน Appstore  / ดาวน์โหลดผ่าน Google Play

6. ตรวจสอบผ่าน Blacklistseller : สำหรับเว็บไซต์ www.blacklistseller.com จะเป็นแหล่งรวมข้อมูลของผู้เสียหายที่เคยโดนแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ติดต่อ หรือโดนเฟซบุ๊กปลอมหลอกโอนเงิน รวมทั้ง SMS สแปมล้วงข้อมูลในโทรศัพท์ ซึ่งนอกจากประโยชน์ของการตรวจสอบแล้ว ก่อนซื้อของออนไลน์เราก็สามารถไปตรวจสอบก่อนได้ด้วย

7. การโทรมาอ้างเหตุผล พร้อมขอข้อมูลส่วนตัว : อาจเป็นวิธีง่ายๆ แต่เกิดขึ้นจริง ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์และความตกใจ ทำให้เผลอหลุดบอกข้อมูลต่างๆ ออกไป ซึ่งหากเจอเคสนี้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ต้องทำก็แค่ ไม่บอกอะไรไป และติดต่อหน่วยงานของรัฐ เพื่อตรวจสอบความแน่ใจของข้อมูลนั้นๆ ที่เราโดนบอกกล่าว

อย่างไรก็ตามคุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสังคมที่ดี ลดความเสียหายที่อาจเกินขึ้นได้ ดังนั้นถ้าเจอมิจฉาชีพเหล่านี้ ควรแจ้งในช่องทางดังนี้...รวมช่องทางแจ้งเบอร์มิจฉาชีพต้องสงสัย

  • เครือข่าย AIS แจ้งเบอร์มิจฉาชีพ โทร.1185
  • เครือข่าย DTAC แจ้งเบอร์มิจฉาชีพ โทร.1678
  • เครือข่าย True แจ้งเบอร์มิจฉาชีพ โทร.9777
  • กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โทร.1441
  • ศูนย์ PCT (ศูนย์ที่แก้ปัญหาเรื่องร้ายๆ บนโลกออนไลน์) โทร. 081-8663000 ตลอด 24 ชม.
  • เว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.com

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

หมวดข่าว