สมาร์ทโฟน (Smartphone)  |   วันที่ : 12 กันยายน 2565

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัย สำหรับการเลือกซื้อ iPhone รุ่นเก่า หรือซื้อรุ่นใหม่ดี ระหว่าง iPhone 13 vs iPhone 14 จะเลือกรุ่นไหนดี ราคาต่างกัน 3,000 บาท บทความนี้จะสรุปให้ทราบกัน เผื่อว่าใครกำลังหาข้อมูล...แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้ทางแอปเปิ้ลไม่ได้ลดราคา iPhone 13 มีแต่ลดราคา iPhone 13 mini มาติดตามกันได้เลย

เริ่มจากดีไซน์รอบตัวเครื่องและข้อสำคัญที่ต้องรู้ มีข้อแตกต่างอย่างไร

ดีไซน์ทั้งสองรุ่นเรียกได้ว่าถอดแบบกันออกมา ไม่มีข้อแตกต่างใด แตกต่างเพียงเฉดสีเท่านั้น ซึ่ง iPhone 13 จะมี 6 สีให้เลือก ได้แก่ Pink (ชมพู), Blue (น้ำเงิน), Starlight (สตาร์ไลท์), Midnight black (มิดไนท์), Product Red และ Green ส่วน iPhone 14 มีสีให้เลือก 5 สี อาทิ Midnight, Starlight, Blue, Purple และ Product(RED) ด้านวัสดุตัวเครื่องก็ใช้อะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้อากาศยาน พร้อมมาตรฐาน IP68 ทนน้ำถึงระดับความลึก 6 เมตร ไม่เกิน 30 นาที

แต่ประเด็นที่ต้องรู้คือ เคสของ iPhone 13 กับ iPhone 14 ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ เพราะมีขนาดความหนาตัวเครื่องไม่เท่ากัน

  • iPhone 13 : ขนาดตัวเครื่องหนา 7.65 มิลลิเมตร
  • iPhone 14 : ขนาดตัวเครื่องหนา 7.8 มิลลิเมตร

หน้าจอแสดงผล, ชิปเซ็ตประมวลผล และระบบเชื่อมต่อ

หน้าจอแสดงผลสเปคเหมือนกัน Super Retina XDR - OLED - HDR ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2532 x 1170 พิกเซลที่ 460 ppi การแสดงผลแบบ True Tone จอภาพขอบเขตสีกว้าง (P3) มีความสว่างสูงสุด 800 นิต (ทั่วไป) อย่างไรก็ตามหน่วยประมวลผลแม้จะเหมือนกัน Apple A15 Bionic แต่มีข้อแตกต่างที่ GPU โดย iPhone 13 มีแค่ 4 คอร์เท่านั้น ขณะที่ iPhone 14 มีมากกว่าคือ 5 คอร์ ด้านระบบเชื่อมต่อมีสเปคเหมือนกัน แตกต่างที่ Bluetooth โดย iPhone 13 จะเป็นเวอร์ชั่น 5.0 ขณะที่ iPhone 14 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด Bluetooth 5.3

ความแตกต่างของกล้องดิจิตอลระหว่าง iPhone 13 กับ iPhone 14

สำหรับ iPhone 14 จะมีประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอดีกว่า iPhone 13 ในหลายๆ ด้าน อาทิ .....

กล้องหลัง

  • กล้องหลังมีรูรับแสง f/1.5
  • เทคโนโลยีถ่ายภาพ Photonic Engine
  • โหมด Cinematic ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
  • โหมด Action ถ่ายวิดีโอแบบ Dolby Vision HDR ความละเอียด 4K แบบ 60 เฟรมต่อวินาที

กล้องหน้า

  • กล้องหลังมีรูรับแสง f/1.9
  • การจับภาพแบบออโต้โฟกัส
  • เทคโนโลยีถ่ายภาพ Photonic Engine
  • โหมดภาพยนตร์สูงสุด 4K HDR ที่ 30 fps
  • บันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 60 fps

ความแตกต่างในแง่ฟีเจอร์ของทั้งสองรุ่นมีอะไรบ้าง

เทคโนโลยี Photonic Engine เป็นการพัฒนาถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย ซึ่งจะแยกการทำงานจะถ่ายภาพกลางคืนอย่างชัดเจน (dark environments) ทำให้มีแม่นยำเที่ยงตรงของแสงมากกว่า เนื่องจากเป็นการประมวลผลจุดพิกเซลต่อจุดพิกเซล แม้สี, เท็กเจอร์ หรือจุดรบกวนก็ลดน้อยลง ซึ่งช่วยเพิ่มแสงเลนส์ Ultra-Wide มากกว่า 3 เท่า, เลนส์กล้องหลักและเลนส์ Telephoto ดีกว่าเดิม 2 เท่า

EMERGENCY SOS VIA STELLITE คืออะไร ? : โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมให้คุณสามารถติดต่อสื่อสารกรณีฉุกเฉินได้ตลอด แม้อยู่ในพื้นที่จุดอับสัญญาณ เพื่อส่งข้อความลักษณะ SOS ไปยังหมายเลขฉุกเฉินที่บันทึกไว้ในเครื่อง ซึ่งหน้าจอจะแสดงตำแหน่งสัญญาณของดาวเทียม จากนั้นให้เราเดินเข้าหาตำแหน่งดาวเทียมพอให้สัญญาณแรง และโทรออกได้นั่นเอง

นอกจากนี้ทำงานสัมพันธ์ร่วมกับการตรวจจับเหตุรถชนอย่างรุนแรง เพื่อสามารถโทร พร้อมข้อความ SOS ได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งล่าสุด, ปริมาณแบตเตอรี่ รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้น ซึ่งทางแอปเปิ้ลระบุว่า iOS 16 ถูกพัฒนาให้ตรวจจับการกระแทกพร้อมประเมินว่านี่เป็นอุบัติเหตุรถชนได้ จากการเปลี่ยนแปลงความเร็วและทิศทางกระทันหัน, ค่าความดันในห้องโดยสาร, ระดับเสียงของการปะทะ เป็นต้น ทุกข้อมูลถูกประมวลผลและเก็บค่าวัดสำรวจจากห้องปฏิบัติการทำให้เกิดความแม่นยำและเสถียรใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปเลือกรุ่นไหนดีระหว่าง iPhone 13 กับ iPhone 14

หากตัดสินใจจะซื้อระหว่างสองรุ่นนี้แล้ว แนะนำว่าให้เลือก iPhone 14 คือทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด แม้จะต้องเพิ่มเงินอีก 3,000 บาทก็ตาม เพราะได้อะไรใหม่ๆ มาอีกเยอะเลย แค่สเปคกับประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพและวิดีโอก็เลิศแล้ว

ในทางกลับกันไม่ใช่ว่า iPhone 13 ไม่ดีเลย ติดตรงเรื่องเดียวคือ ราคาไม่ลด ถ้าราคาลดลงจากนี้ สเปคของ iPhone 13 ก็เพียงพอต่อการใช้งานในปัจจุบันแล้ว เพราะกล้องของ iPhone 14 นั้นอาจต้องมือโปรหน่อยจึงจะใช้ได้คุ้มค่า

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

หมวดข่าว