ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle)  |   วันที่ : 17 กันยายน 2565

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

แชร์

ในอดีตเชื่อว่าทุกคนมีกรอบและความเร่งรีบเป็นข้อบ่งชี้ไลฟ์สไตล์ประจำวันของทุกคนมาโดยตลอด ย่อมทำให้เกิดความกดดัน, ความเครียด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข บางคนเป็นโรคซึมเศร้า บางคนเก็บสะสมไว้จนนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อการทำงาน อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม หลายๆ คนจึงผันตัวมารับอาชีพอิสระ เมื่อก่อนเรียกว่าฟรีแลนซ์ (freelance) ทว่าปัจจุบันดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้นกลายเป็นคำว่า Digital Nomad แล้วนิยามดังกล่าวคืออะไร มาติดตามกันได้เลย

Digital Nomad คือ ถ้าแปลตรงตัว ดิจิทัล/ดิจิตอล และท่องเที่ยวพเนจร เป็นคำนิยามที่หมายถึง การใช้สื่อดิจิทัลในการทำงานแบบที่ไหนก็ได้ มักพบเห็นมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน จากกลุ่มคนจบใหม่หรือแม้แต่กลุ่มคนที่มีประสบการณ์ทำงานขั้นสูงก็จะหาความอิสระในการทำงานลักษณะนี้

อาชีพที่มักเห็นการทำงาน Digital Nomad อาทิ นักเขียน, โปรแกรมเมอร์, นักตัดต่อภาพวิดีโอ, AE, Sales, YouTub Creator, Marketing Online หรืออาชีพใดก็ได้ที่ทำงานออนไลน์ได้ (Work From Anywhere) โดยประโยชน์ของการทำงานลักษณะนี้แน่นอนว่าเป็นการเปิดโลกกว้าง พบเจอผู้คน สร้างคอนเนคชั่น มีแรงบันดาลใจจากวันแต่ละวันของการทำงาน ทำให้มีประสบการณ์แตกต่างจากเดิม

ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง หากอยากทำงานแบบ Digital Nomad

1. เครื่องมือในการทำงาน : แล็ปท็อป (Laptop) หรือ โน๊ตบุ๊ก (Notebook) อุปกรณ์สำคัญที่ควรมีสำหรับทำงาน ทางที่ดีควรรองรับสัญญาณการเชื่อมต่อ WiFi6/WiFi 6E เทคโนโลยีล่าสุด ณ ปัจจุบันนี้ เพื่อความเสถียรในการเชื่อมต่อ

2. การสื่อสารได้หลากหลายภาษา : อยากเปิดโลกกว้าง ก็ต้องเก่งภาษา เพื่อเพิ่มค่าตัวและสร้างความเก่งกาจให้ตัวคุณเอง อย่างน้อยภาษาอังกฤษก็ควรคล่อง ปัจจุบันมีที่เรียนออนไลน์ เพื่อฝึกฝนหลายแพลตฟอร์ม

3. เปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา : การเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ที่แปลกตาและพาใจให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ระหว่างการเดินทางไปด้วย ดังนั้นการพร้อมเป็นคนเปิดรับ ถือเป็นทักษะที่สำคัญมาก เช่นเดียวกับการทำงานร่วมกับทีมต่างเชื้อชาติ จะต้องเป็นคนที่เปิดใจให้กว้างและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เพราะจะต้องพบเจอคนแปลกหน้าอยู่เสมอ

4. เครื่องมือในการทำงาน : ตัวช่วยสำหรับทำงานครบครัน บริการ Google Workspace หรือโซลูชันสำคัญ จะเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็น Cloud, Google Service หรือแพลตฟอร์ม Meeting

5. เอกสารและข้อผูกมัดทางการจ้างงานอันมีผลต่อกฎหมาย : แม้ว่าคุณจะได้รับอิสระเต็มที่ แต่อย่าลืมเรื่องเหล่านี้เด็ดขาด แม้คุณจะทำงานดีแค่ไหน แต่ถ้าคุณไม่ได้รับค่าจ้างหรือสินทรัพย์ใดก็ตาม คุณจะเดือดร้อนได้ เพราะการทำงาน Digital Nomad มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็น ค่าที่พัก, ค่าโปรแกรมซอฟต์แวร, ค่าเดินทาง, ค่าใช้จ่ายจิปาถะ หากคุณพลาดพลั้งเรื่องนี้ คุณอาจอยากเลิกทำงานแบบนี้ไปเลย

ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทย แต่ชาวต่างชาติก็มีจำนวนไม่น้อยที่ทำงานแบบ Digital Nomad

ประเทศไทยเป็นกลุ่มประเทศอันดับต้นๆ ของโลกที่อาชีพ Digital Nomad ให้ความสนใจ เนื่องจากการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีชาวต่างชาติมาใช้ชีวิตเป็น Digital Nomad เป็นจำนวนมาก โดยกระจัดกระจายทั่วประเทศไทย มาอาศัยอยู่ในระยะกลางและยาว อีกทั้งการออก VISA ก็เป็นแบบพิเศษมีอายุ10ปี สามารถต่ออายุได้ไม่ต้องไปรายงานตัว นอกจากนี้ไม่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย แม้ว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาหลายเดือน พร้อมให้สิทธิ์ต่อคู่ครองและบุตร

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับการทำงานลักษณะ Digital Nomad ใครที่กำลังงานลักษณะนี้อยู่ ลองมาบอกเล่าสู่ฟังหน่อยมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

มือถือออกใหม่

คำศัพท์ไอที

หมวดข่าว