รีวิว Samsung Galaxy S10+ หนึ่งทศวรรษกับสมาร์ทโฟนตระกูลท็อป ที่เพรียบพร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ที่เป็น World's First

สมาร์ทโฟน » รีวิว | 6 มีนาคม 2562, 11:10 น. ICT

โดย โดย

10,913
VIEWS


SHARES

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S10+ - ซัมซุง

Samsung Galaxy S10+ ฉลองครบรอบ 10 ปีกับสมาร์ทโฟนตระกูลท็อปอย่าง Galaxy S Series ที่นำนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาใช้ โดยชูโรงตั้งแต่หน้าจอแสดงผล Infinity-O รองรับ HDR10+, กล้องหลังที่เพิ่มเลนส์ Ultra Wide ถึง 123 องศา ความละเอียด 16 MP เข้ามา พร้อมโหมดถ่ายวิดีโอกันสั่นไหว Super Steady แถมด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกเพียบ ทั้ง Wireless PowerShare เปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นแท่นชาร์จ และเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอด้วยคลื่นเสียง Ultrasonic เป็นรุ่นแรกของโลก

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

สำหรับ Samsung Galaxy S10+ ใช้วัสดุกระจกทั้งด้านหลังทำให้จับได้ถนัดมือมาก ไม่มีอาการลื่นหรือหลุดออกมาจากมือง่ายๆ แถมมีขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 157.6 x 74.1 x 7.8 มม. พร้อมด้วยน้ำหนักเบาเพียง 175 กรัม ซึ่งถือว่าเบาและบางกว่า Samsung Galaxy S9+ พอสมควร

หน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy S10+ มาพร้อมกับหน้าจอ Infinity-O แบบ Dynamic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ (3040 x 1440 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9 ทั้งยังรองรับเนื้อหาแบบ HDR10+ รุ่นแรกของโลก โดยตัวกล้องหน้าจะเป็นการครอบทับด้วยกระจกอีกทีหนึ่งทำให้เวลาสัมผัสจะเรียบทั่วทั้งหน้าจอ แถมมีการฝังระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงไว้ใต้หน้าจอ และครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 เพิ่มความแข็งแกร่งอีกด้วย

เหนือหน้าจอแสดงผลมีเพียงลำโพงตัวที่ 2

ส่วนด้านล่างของหน้าจอแสดงผลก็มีขอบดำที่บางลงมาก โดยปุ่มนำทางจะอยู่ในหน้าจอตามปกติ

ที่ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM จำนวน 2 ช่อง โดยช่องที่ 2 เป็นแบบ Hybrid ให้เลือกระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD Card ถัดมาเล็กน้อยมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนอยู่

ด้านซ้ายตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และถัดลงมาปุ่มเรียกการใช้งาน Bixby

ด้านขวามีเพียงปุ่มล็อกหรือปิดเครื่องเท่านั้น

ขณะที่ด้านล่างของตัวเครื่องยังคงมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่ ถัดมาเป็นพอร์ตชาร์จแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB Type-C ไมโครโฟนตัวที่ 1 และลำโพงตัวหลัก

และที่ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องหลัง 3 เลนส์เรียงเป็นแนวนอน ต่างจากตระกูล S รุ่นอื่น แบ่งเป็นเลนส์ Tele ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล + เลนส์ Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล + เลนส์ Ultra Wide 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ถัดมาเป็นไฟแฟลช LED และเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

Bull Armors (บูลอาเมอร์) กระจกกันรอย สำหรับ Samsung Galaxy S10+ คุณภาพจากญี่ปุ่น ติดง่าย แข็งแรง 9H+ ลดรอยนิ้วมือ สัมผัสลื่นไม่สะดุด รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.bullarmors.com/ 

สเปกตัวเครื่อง Samsung Galaxy S10+

  • ขนาดตัวเครื่อง : 157.6 x 74.1 x 7.8 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 175 กรัม
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด WQHD+ (3040 x 1440 พิกเซล) อัตราส่วน 19:9 ครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 6 ทางด้านหน้า
  • หน่วยประมวลผล : Exynos 9820 Octa Core ความเร็ว 2.7 GHz พร้อมหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU
  • GPU : Mali-G76 MP12
  • RAM 8 GB
  • ROM 128 GB รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอก MicroSD สูงสุด 512GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI 1.1
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 3 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์ซูม (Telephoto) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS
    • เลนส์ Wide Angle กว้าง 77 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคู่ f1.5/f2.4 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle กว้าง 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6
  • กล้องหน้าคู่ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 10 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 มีฟีเจอร์ Dual Pixel ช่วยให้โฟกัสได้เร็วยิ่งขึ้น
    • เลนส์สำหรับถ่ายโบเก้ (RGB Depth) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กันน้ำ-กันฝุ่น มาตรฐานระดับ IP68
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบ NanoSIM แบบ Hybrid
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax (2.4/5GHz), LTE Cat.20, Bluetooth 5.0, USB Type-C, ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,100 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว, ระบบชาร์จไร้สายแบบรวดเร็ว (Fast Wireless Charging 2.0) และ Wireless PowerShare

 

 

 

ราคาสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10+ คุ้มสุด

Samsung Galaxy S10+ สมาร์ทโฟนกล้องสุดล้ำรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวอัจฉริยะ Telephoto 12MP + Wide-angle 12MP + Ultra Wide 16MP และการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายเซลฟี่ ด้วยกล้องหน้าคู่ 10MP + 8MP อัดขุมพลังชิปเซ็ตระดับเรือธง และแบตความจุสูง 4,100mAh บนหน้าจอ Curved Dynamic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ สีสวยคมชัด

ซื้อสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10+ ที่ ดีแทค ราคาเริ่มต้น เพียง 17,950 บาท จากราคาปกติ 35,900 บาท (เฉพาะช่วงเปิดจองเท่านั้น) รับสิทธิ์ผ่อน 0% พร้อมกันทั้งค่าเครื่องและค่าบริการล่วงหน้า ทั้งลูกค้าเก่าและเปิดเบอร์ใหม่ ลูกค้าย้ายค่ายออนไลน์รับส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามที่กำหนด

รายละเอียด ราคาสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S10+ คุ้มสุด

ตรวจสอบรุ่นและราคาสมาร์ทโฟนเพิ่มเติมได้ที่ dtac online store

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

ระบบปฏิบัติการ

Samsung Galaxy S10+ แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย UI รุ่นใหม่ของบริษัทอย่าง ONE UI ที่เน้นการใช้งานมือเดียวให้สะดวกมากขึ้น

 

หน้าตา UI : ONE UI

 

 

หน่วยความจำคงเหลือของ RAM และ ROM

หลังจากเปิดเครื่องและอัปเดทแอพพลิเคชั่นต่างๆ Samsung Galaxy S10+ คงเหลือพื้นที่การใช้งานประมาณ 106 GB จากทั้งหมด 128GB ขณะที่ RAM ให้มาถึง 8GB ก็ยังคงเหลือใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้เต็มที่ประมาณ 5GB เลยทีเดียว

 

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย AnTuTu Benchmark v7.1.4 ได้ 330,545 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย Geekbench 4 ได้คะแนน Single-Core ที่ 3,705 และคะแนน Multi-Core ที่ 9,056
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย 3DMark ได้ 4,350 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

 

 

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ (คล้ายตัววัดระดับน้ำ)
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor เซนเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensors เซ็นเซอร์ตรวจจับแม่เหล็ก
  • Pressure Sensor เซ็นเซอร์ตรวจวัดความแตกต่างของความดัน

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ดีไซน์และหน้าจอแสดงผลแบบใหม่

อย่างที่เราทราบกันมานาน Samsung Galaxy S10+ มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล Infinity-O เป็นการฝังกล้องหน้าคู่ลงไปในหน้าจอ AMOLED แล้วใช้กระจกครอบทับลงไปอีกครั้ง แถมหน้าจอการแสดงผลรุ่นนี้ก็ถือว่าสวยงามขั้นสุดด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED ที่มี Contrast Ratio (อัตราส่วนสีดำที่ดำที่สุดไปจนถึงสีขาวที่ขาวที่สุด) 1:2,000,000 ที่ยังรองรับคุณภาพระดับ HDR10+ เป็นรุ่นแรกของโลก และยังมีการลดแสงสีฟ้าลงถึง 42% โดยที่เรายังได้ภาพที่สวยงามอยู่

ทั้งนี้ หากใครที่อยากซ่อนกล้องหน้าด้วยการถมขอบดำลงในที่ส่วนของด้านบนกล้องหน้าคู่ ก็สามารถทำได้เพียงไปที่ การตั้งค่า > จอภาพ > แอพเต็มหน้าจอ > เปิด "ซ่อนกล้องหน้า"

ทดสอบการเล่นเกม

Samsung Galaxy S10+ มีการอัปเกรดชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Exynos 9820 สถาปัตยกรรม 8 นาโนเมตร ประกอบกับมีหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ก็ทำให้ใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลมากขึ้น รวมถึงการเล่นเกมที่เรานำมาทดสอบถึง 4 เกมด้วยกัน ทั้ง ROV, PUBG Mobile, Speed Drifer และ Warhammer 40,000: Freeblade

  • ROV

สำหรับ ROV ก็แน่นอนว่าเราสามารถเล่นได้ด้วยบการปรับภาพทุกอย่างได้ในระดับสูงสุดทั้งหมด โดยเมื่อทดสอบเล่นในโหมด 5 VS 5 เฟรมเรทก็จะคงที่อยู่ในระดับ 59-60fps ตลอดทั้งเกม

  • PUBG Mobile

ต่อมากับเกม PUBG Mobile ก็ปรับภาพได้ระดับสูงสุดที่ HDR HD พร้อมเฟรมเรทระดับ Ultra โดยก็เล่นได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุดแน่นอน และยังได้ภาพที่สวยคมชัดอีกด้วย

  • Speed Drifer

เกมที่ 3 กับเกมที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่าง Speed Drifer ก็แน่นอนว่าต้องปรับภาพได้ในระดับสูงสุดทั้งหมด และยังได้เฟรมเรทระดับสูงด้วย

  • Warhammer 40,000: Freeblade

และสุดท้ายกับเกมที่มีกราฟิกระดับต้นๆ ของสมาร์ทโฟนอย่าง Warhammer 40,000: Freeblade ก็สามารถปรับได้ระดับสูงสุดและเฟรมเรทสูงสุดเช่นกัน แถมยังเล่นได้ลื่นๆ ตลอดทั้งเกมด้วย

นอกจากนี้ ก็ยังคงมีระบบ Game Tools ที่ช่วยปิดกั้นการแจ้งเตือนและแสดงหน้าจอการโทรเข้าแบบขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้รบกวนขณะเราเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Vapor Chamber)

เมื่อได้ทดสอบการเล่นเกมไปแล้ว ด้านความร้อนของตัวเครื่องก็เพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มีการเพิ่มมาเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือ Vapor Chamber เข้ามาเป็นรุ่นแรกในตระกูล S อีกด้วย

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง

ด้านระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มเหมือนเคย โดย Samsung Galaxy S10+ ได้ใช้เทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอด้วยคลื่นเสียง Ultrasonic เป็นรุ่นแรกของโลก (จดจำได้มากสุด 5 ลายนิ้วมือ) ช่วยให้มีความแม่นยำกว่าการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ โดยเราสามารถสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคได้ทันทีบริเวณด้านล่างหน้าจอแสดงผล

นอกจากจะมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Ultrasonic แล้ว ก็มีอีกตัวเลือกหนึ่งอย่างระบบสแกนใบหน้าที่ทำได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน

แบ่งปันแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยี Wireless PowerShare

ด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4,100 mAh ก็ทำให้รุ่นนี้มาพร้อมกับฟีเจอร์ Wireless PowerShare ที่ถือเป็นฟีเจอร์ใหม่สุดของ Samsung ที่ทำให้ Samsung Galaxy S10+ กลายเป็นแท่นชาร์จได้ง่ายๆ เพียงแค่เราเปิดฟีเจอร์นี้ผ่านบริเวณการตั้งค่าด่วน แล้วใช้อุปกรณ์หรือสมาร์ทโฟนที่รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi วางทับลงไป ตัวระบบก็จะเริ่มชาร์จให้ทันที

ระบบเสียงสเตอริโอ Dolby Atmos

หากใครที่ชอบเล่นเกมหรือฟังเสียงรอบทิศทาง รุ่นนี้ก็ยังคงทำงานด้วยระบบเสียงสเตอริโอด้วย Dobly Atmos ที่ปรับแต่งโดย AKG มีการแบ่งฝั่งลำโพงซ้าย-ขวาอย่างชัดเจนมากๆ อีกด้วย

ดาวน์โหลดเร็วแรงด้วยมาตรฐาน Wi-Fi 6 (802.11ax) และ Intelligent Wi-Fi

ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาใน Samsung Galaxy S10+ ด้วยการรองรับมาตรฐาน Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 802.11ax ด้วยเทคโนโลยี Intelligent Wi-Fi เป็นรุ่นแรกของโลก ที่ช่วยให้การรับสัญญาณเป็นไปได้อย่างไหลลื่นมากขึ้น (ความเร็วดาวน์โหลด/อัปโหลดสูงสุด 1.2Gbps) แถมเมื่อเรายืนอยู่ห่างสัญญาณ Wi-Fi ระบบก็จะทำหน้าที่สลับไปยัง LTE ที่ความเร็วสูงสุด 2.0 Gbps โดยไม่เกิดอาการสะดุดอีกด้วย

ตั้งค่ากิจวัตรประจำวันด้วย Bixby Routines

เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นทันทีกับ Bixby Routines ที่เหมือนเป็นการปรับการตั้งค่าของสมาร์ทโฟนให้เหมาะกับกิจวัตรประจำวันของเราในแต่ละช่วง (ตามช่วงเวลาหรือสถานที่) เช่น เมื่ออยู่ที่ทำงาน เราสามารถตั้งค่าให้เปิดระบบสั่น เปิด Wi-Fi และเปลี่ยนแอพฯ ที่หน้าจอล็อคได้ทันที เป็นต้น ซึ่งใน Bixby Routines นี้เราก็สามารถปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างอิสระตามใจเราเลย

  

 

 

กล้องถ่ายรูป 

กล้องหน้า

มาถึงตัวชูโรงอย่างสุดท้ายของ Samsung Galaxy S10+ ที่พลาดไม่ได้อย่างกล้องรวม 5 เลนส์ (หลัง 3 + หน้า 2) กันบ้าง ซึ่งจะมีฟีเจอร์เด่นๆ อะไรบ้าง เรามาชมกันเลย

เราขอเริ่มกันที่กล้องหน้ากันก่อนที่มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ความละเอียด 10+8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 ที่มีเซ็นเซอร์ Dual Pixel ที่กล้องหน้าเป็นรุ่นแรกของโลก ช่วยให้การจับโฟกัสเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว โดยยังมีอีก 2 ฟีเจอร์ที่กล้องหน้า ดังนี้

  • Live Focus (ใช้ได้ทั้งกล้องหน้า-หลัง) : เป็นลูกเล่นที่อยู่กับ Samsung มาสักพัก โดยจะเป็นการใช้เอฟเฟกต์เบลอฉากหลัง แต่ในรุ่นนี้ได้เพิ่มมาอีก 3 เอฟเฟกต์ ได้แก่ ปั่น, ซูม และจุดสี ซึ่งเราสามารถปรับระดับการมองเห็นเอฟเฟกต์ได้ตั้งแต่ 0-7 ระดับเลยทีเดียว ทั้งนี้ เมื่อเราเลือกถ่ายในแบบใดแบบหนึ่งไปแล้ว เราก็ยังสามารถเข้ามาเปลี่ยนเอฟเฟกต์พื้นหลังเป็นแบบอื่นๆ ในภายหลังได้เช่นกัน

  

  • AR Emoji : AR Emoji ก็มีการเพิ่มลูกเล่นและเพิ่มความแม่นยำมากกว่า Samsung Galaxy S9/S9+ ค่อนข้างมากพอสมควร ขยับได้ตรงตามใบหน้าดีขึ้น แสดงผลอารมณ์ได้มากสุดกว่า 100 อารมณ์ และสามารถเลือกท่าทางใบหน้าท่าทางตามได้ใจชอบด้วย

 

  

กล้องหลัง

มากันที่กล้องหลังกันบ้าง ด้วยกล้อง 3 เลนส์ ที่แบ่งได้ดังนี้

  • เลนส์ซูม x2 (Telephoto) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS
  • เลนส์ Wide Angle กว้าง 77 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงคู่ f1.5/f2.4 รองรับระบบกันสั่นไหว OIS
  • เลนส์ Ultra Wide Angle กว้าง 123 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6

ฟีเจอร์กล้องหลัง

  • Scene Optimizer : เป็นฟีเจอร์ที่มีมาตั้งแต่รุ่น Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งเป็นการจดจำฉากและซีนได้อัตโนมัติ แต่ใน Samsung Galaxy S10+ ก็สามารถจดจได้มากขึ้นถึง 30 หมวดหมู่เลยทีเดียว โดยหนึ่งในนั้นก็คือฟีเจอร์ Bright Night ช่วยให้การถ่ายภาพในตอนกลางคืนทำได้สวยงามและสว่างมากขึ้น โดยจะเป็นการถ่ายทั้งหมด 7 ช๊อต รวมไว้เป็น 1 ภาพ และใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาทีในการประมวลผล

 
ภาพตัวอย่างการถ่ายภาพกลางคืน

  • เลนส์ Ultra Wide Angle : สิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีก 1 อย่าง ก็คือเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide Angle ที่กว้างถึง 123 องศา ทำให้เก็บภาพได้กว้างขึ้น ช่วยให้เห็นบรรยากาศรอบข้างได้แบบเต็มๆ

  
ภาพตัวอย่างเลนส์ซูม x2, เลนส์ปกติ และเลนส์ Ultra Wide

 

 
เปรียบเทียบภาพถ่ายจากเลนส์ปกติ และเลนส์ Ultra Wide

  • Shot Suggestion : เรียกว่าเป็นฟีเจอร์ที่เมื่อลองถ่ายก็จะมีการแนะนำให้ลองปรับมุมภาพหรือจัดองค์ประกอบให้เราทำตามโดยอัตโนมัติ ซึ่งบางครั้งก็จัดองค์ประกอบได้ดี แต่บางครั้งมุมที่แนะนำก็อาจจะแปลกๆ ไปบ้าง ทำให้เราถ่ายเองน่าจะดีกว่า

 
ตัวอย่างภาพที่ได้จาก Shot Suggestion

  • Ultra Wide Panorama : เป็นการใช้ประโยชน์จากเลนส์ Ultra-Wide ได้คุ้มมากๆ ซึ่งจะทำให้เราได้ภาพพาโนรามาที่กว้างกว่าทั้งในเเนวตั้งเเละเเนวนอน ซึ่งเมื่อลองเทียบภาพจากรุ่นก่อน จะเห็นเลยว่า Samsung Galaxy S10+ ทำได้ดีกว่าชัดเจน

 
เปรียบเทียบการถ่ายภาพพาโนรามาด้วย Galaxy S10+ (ซ้าย) และ Galaxy S9+ (ขวา)

  • Dual Aperture : ยังคงเก็บเลนส์ที่มีรูรับแสงคู่ f/1.5 และ f/2.4 ไว้เช่นเดิม ซึ่งตัวกล้องจะสามารถปรับเองได้แบบอัตโนมัติ หากเป็น f/1.5 จะเน้นการถ่ายในตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อย ส่วน f/2.4 เหมาะกับการถ่ายที่สภาวะแสงเยอะหรือกลางแจ้ง

การถ่ายวิดีโอ

  • ระบบกันสั่นไหวแบบ Super Steady : แม้ว่า Samsung Galaxy S10+ จะมีเลนส์กล้องที่รองรับระบบกันสั่นไหวแบบ Dual OIS อยู่แล้ว แต่ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Super Steady จะใช้การถ่ายวิดีโอจากเลนส์ Ultra Wide Angle ที่ไม่มี OIS ช่วยถ่ายให้ได้มุมกว้างขึ้น แถมยังกันสั่นด้วยซอฟต์แวร์คล้ายๆ กับกล้อง Action Camera ซึ่งก็ถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควร ยกเว้นเพียงตอนที่วิ่งไปถ่ายไป ก็จะเกิดการเบลอเล็กๆ ออกมาให้เห็น
  • ถ่าย 4K UHD มาตรฐาน HDR10+ รุ่นแรกของโลก : นอกจากหน้าจอที่รองรับภาพ HDR10+ แล้ว การถ่ายวิดีโอก็ยังรองรับด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเปิดโหมด HDR10+ วิดีโอที่ถ่ายมาจะมีสีที่สดและเก็บภาพย้อนแสงได้ดีกว่ามากการแบบปกติ ทั้งนี้ การเปิด HDR10+ จะรองรับที่ความละเอียดสูงสุดที่ 4K UHD 30fps เท่านั้น และต้องรับชมผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ HDR10 เพื่อให้ได้รับภาพที่สมจริงที่สุด

 

  • Super Slow-mo : และสุดท้ายก็ยังคงมีเหมือนเดิมกับการถ่าย Super Slow-mo แบบ 960 fps ความละเอียด HD 720p ที่หยุดให้ทุกอย่างช้าลง ซึ่งน่าเสียดายที่ยังไม่ใช่ความละเอียดแบบ FullH

 
คลิกเพื่อชมภาพใหญ่

คุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง

  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหลัง : 4032 x 3024 (3:4), 4032 x 2268 (9:16), 3024 x 3024 (1:1), 4032 x 1908 (Full) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหน้า : 2944 x 2208 (3:4), 3216 x 1808 (9:16), 2208 x 2208 (1:1), 3216 x 1528 (Full) พิกเซล
  • แฟลช : อัตโนมัติ, ปิด, เปิด
  • ตัวตั้งเวลา : ปิด, 2, 5, 10 วินาที
  • อัตราส่วน : 3:4, 9:16, 1:1, Full
  • เอฟเฟ็กต์ : ตั้งเดิม, อบอุ่น, เย็น, Lolli, ซีด, Blossom, Ivory, จาง, นุ่ม, Kiss Me, Greyscale, Classic, ขาวดำ
  • ตัวปรับสีภาพ : เปิด, ปิด
  • คำแนะนำการถ่ายช๊อต : เปิด, ปิด
  • การตรวจจับข้อบกพร่อง : เปิด, ปิด
  • รูปภาพเคลื่อนไหว : เปิด, ปิด
  • กดค้างที่ปุ่มชัตเตอร์เพื่อ : ถ่ายภาพ, ถ่ายช็อตต่อเนื่อง, สร้าง GIF
  • การบันทึก : รูปภาพ HEIF, สำเนา RAW, รูปภาพตามที่แสดงในตัวอย่าง, การแก้ไขรูปทรงกว้างพิเศษ, การแก้ไขรูปทรงในภาพถ่ายเซลฟี่
  • HDR (ริชโทน) : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด
  • การติดตามโฟกัสอัตโนมัติ : เปิด, ปิด
  • จุดตัดเก้าช่อง : ปิด, 3x3, จตุรัส
  • แท็กสถานที่ : เปิด, ปิด
  • เริ่มด่วน : เปิด, ปิด
  • ดูภาพถ่ายอย่างรวดเร็ว : เปิด, ปิด
  • โหมดถ่ายภาพ : รูปถ่าย, พาโนรามา, โปร, ไลฟ์โฟกัส, อาหาร

คุณสมบัติการบันทึกวิดีโอ

  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหลัง : 3840x2160 (UHD 60fps), 3840 x 2160 (UHD), 2288x1080 (19:9), 1920x1080 (FHD 60fps), 1920x1080 (FHD), 1440x1440 (1:1), 1280x720 (HD) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหน้า : 3840 x 2160 (UHD), 2288x1080 (19:9), 1920x1080 (FHD 60fps), 1920x1080 (FHD), 1440x1440 (1:1), 1280x720 (HD) พิกเซล
  • แฟลช : อัตโนมัติ, ปิด, เปิด
  • Super Steady (เฉพาะความละเอียด FHD 1920x1080) : เปิด, ปิด
  • วิดีโอประสิทธิภาพสูง : เปิด, ปิด
  • วิดีโอ HDR10+ (ยกเว้น UHD 60fps) : เปิด, ปิด
  • ความเสถียรของวิดีโอ : เปิด, ปิด
  • HDR (ริชโทน) : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด
  • จุดตัดเก้าช่อง : ปิด, 3x3, จตุรัส
  • โหมดการถ่ายวิดีโอ : วิดีโอ, Super Slow-mo, Slow motion, Hyperlaspe

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

  

  

  

Samsung

ขอขอบคุณ : บริษัท ไทยซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ จำกัด โทร. 0 2689 3232

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : Samsung Galaxy S10+
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=459392

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : https://www.siamphone.com/spec/samsung/galaxy_s10+.htm

สินค้าออนไลน์Online Store

วันที่ : 6 มีนาคม 2562, 11:10 น.
รีวิวโดย: กฤษฎา ตรงจิตธรรม ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง

10,913
VIEWS

42
SHARES

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

รีวิวล่าสุด

ข่าวล่าสุด