รีวิว OPPO Reno เปิดมิติใหม่ด้วยกล้อง Pivot Rising Camera ควบคู่กับกล้องหลัง 48MP และโดดเด่นด้วยหน้าจอเต็มขอบไร้รอยบาก

สมาร์ทโฟน » รีวิว | 19 มิถุนายน 2562 ICT

โดย โดย

14,346
VIEWS


SHARES

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโทรศัพท์มือถือ OPPO Reno - ออปโป้

OPPO Reno ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้านดีไซน์ตั้งแต่แรกเห็นด้วยหน้าจอที่ไร้รอยบากด้วย Panoramic Screen มีกล้อง Pop-Up ในมิติใหม่นามว่า Pivot Rising Camera ทำให้มีขนาดหน้าจอกว้างขึ้นอยู่ที่ 6.4 นิ้ว มีความละเอียด FHD+ ทั้งยังชูโรงด้วยกล้องหลังคู่ความละเอียด 48+5 ล้านพิกเซล ที่มีฟีเจอร์มากมายรอให้ใช้งาน โดยรุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 16,990 บาทเท่านั้น

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

 

ดีไซน์ของ OPPO Reno ถือว่าจัดเต็มมาเลยทีเดียวด้วยหน้าจอเต็มขอบ ย้ายกล้องหน้าไปไว้ในส่วนของ Pivot Rising หรือกล้อง Pop-Up บริเวณด้านบนของตัวเครื่อง การจับถือตัวเครื่องเรียกว่าสะดวกสบายมากๆ มีความโค้งที่ฝาหลังเล็กน้อยให้รองรับกับอุ้งมือ โดยขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 156.6 x 74.3 x 9.0 มิลลิเมตร
และน้ำหนัก 185 กรัม

 

ด้านหน้าจอ OPPO Reno มาแบบหน้าจอเรียบๆ ด้วย Panoramic Screen ชนิด AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) โดยมีการฝังระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ เอาไว้ใต้หน้าจอ เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 6 ที่ด้านหน้าจอเอาไว้ด้วย

 

เหนือหน้าจอแสดงผลมีเพียงช่องสำหรับปล่อยเสียงลำโพงอยู่

 

ด้านล่างหน้าจอมีมีขอบดำที่บางเฉียบ โดยปุ่มนำทางต่างๆ จะอยู่ในหน้าจอแสดงผลทั้งหมด

 

ฝั่งซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Nano-SIM จำนวน 2 ช่อง โดยไม่มีช่องใส่ MicroSD Card

 

ด้านขวามีเพียงปุ่มล็อค/ปิดเครื่องเท่านั้น

 

ด้านบนของตัวเครื่อง OPPO Reno มีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน ประกอบกับกล้อง Pop-Up แบบ Pivot Rising อยู่ โดยจะมีทั้งลำโพงตัวที่ 1, กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED อยู่

 

บริเวณด้านล่างของมีช่องเสียบหุฟังขนาด 3.5 มม. ถัดไปเป็นไมโครโฟนตัวที่ 1, พอร์ต USB Type-C และลำโพงตัวหลัก

 

และที่ด้านหลังมีกล้องหลังคู่แนวตั้งบริเวณกลางเครื่องความละเอียด 48+5 ล้านพิกเซล ถัดลงมามี O-Dot ช่วยป้องกันเลนส์กล้องไม่ให้โดนกระแทกเมื่อวางลง ประกอบกับสัญลักษณ์ "DESIGN BY OPPO" และโลโก้ของบริษัท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง OPPO Reno
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • หูฟัง
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิม
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

Bull Armors (บูลอาเมอร์) กระจกกันรอย สำหรับ OPPO Reno คุณภาพจากญี่ปุ่น ติดง่าย แข็งแรง 9H+ ลดรอยนิ้วมือ สัมผัสลื่นไม่สะดุด รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.bullarmors.com/ 

สรุปสเปค OPPO Reno

  • ขนาดตัวเครื่อง : 156.6 x 74.3 x 9.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 185 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล Panoramic screen ชนิด AMOLED กว้าง 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 สัดส่วนหน้าจอ 93.1% และครอบทับด้วย Corning Gorilla Glass 6
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz
  • GPU : Adreno 616
  • RAM 6 GB
  • ROM 256 GB
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6
  • กล้องถ่ายรูปหลัง 2 เลนส์ แบ่งเป็น
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ SONY IMX586 รูรับแสง f/1.7 พร้อมไฟแฟลช Dual-LED รองรับการจดจำซีนด้วย AI, HDR และโหมด Ultra Night Mode
    • เลนส์ที่ 2ตรวจจับพื้นหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมกว้าง 79.3 องศา พร้อมโหมดหน้าสวย AI Wisdom Beauty และ HDR
  • รองรับการใช้งานซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ซิม
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,765 mAh รองรับ VOOC Flash Charge 3.0

 

 

 

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

ระบบปฏิบัติการ

OPPO Reno แกะกล่องมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 9 Pie และ UI ของตัวเอง ColorOS 6.0 โดยมีหน้าตาแบบเรียบง่าย สบายตา และเมื่อโหลดแอพพลิเคชั่นต่างๆ มา ก็จะอยู่ภายในหน้าหลักทั้งหมด

 

หน้าตา UI : ColorOS 6.0

 
หน้าจอหลัก

 
หน้าการตั้งค่าด่วน


หน้าจอล็อค

หน่วยความจำภายในคงเหลือ

หลังจากแกะกล่องและได้อัปเดทซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชัน CPH1917EX_11_A.08 และแอพพลิคชั่นต่างๆ แล้ว ก็จะเหลือพื้นที่ให้ใช้งานแบบเต็มๆ อยู่ที่ประมาณ 220GB จากทั้งหมด 256GB ส่วน RAM จากทั้งหมด 6GB ก้จะเหลือให้ใช้งานแอพฯ ต่างๆ ได้อยู่ประมาณ 3.1GB

 

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย AnTuTu Benchmark v7.2.2 ได้ 155,239 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย Geekbench 4 ได้คะแนน Single-Core ที่ 1,460 และคะแนน Multi-Core ที่ 5,857
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย 3DMark ได้ 1,807 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

 

 

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ (คล้ายตัววัดระดับน้ำ)
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor เซนเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensors เซ็นเซอร์ตรวจจับแม่เหล็ก

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ดีไซน์สวยงาม พร้อมหน้าจอใหญ่เห็นได้เต็มตา

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ OPPO แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามอย่างแน่นอน โดยสีเครื่องของ OPPO Reno ที่เราได้มาเป็นสีดำ Jet Black ที่แม้ว่าจะไม่มีสีสันหลายเฉดเหมือนกับสี Ocean Green แต่เรื่องความเข้มครึม ความคลาสสิกต้องยกให้กับสีดำสีนี้ไปเลย ทั้งนี้ ในส่วนของเลนส์กล้องที่ฝาหลังตัวเครื่อง ยังไม่นูนขึ้นมาให้รบกวนใจด้วย เพราะฝังอยู่ในกระจก แถมยังมีปุ่ม O-Dot ช่วยปกป้องไม่ให้วัตถุต่างๆ โดนกับเลนส์กล้องโดยตรงเมื่อเราวางโทรศัพท์ลง

 

ขณะที่เรื่องของหน้าจอที่ใช้แบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340 x 1080 พิกเซล) ถือว่าทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ มองเห็นคมชัด ทัชได้ลื่น ตอบสนองได้เยี่ยม โดยฟีเจอร์ป้องกันสายตาในตอนกลางคืนสามารถทำได้ยอดเยี่ยม ตัดแสงสีฟ้าได้ดี แถมได้รับการับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland เลยทีเดียว และมีให้เลือกอยู่ 3 แบบ ดังนี้

  • แสดงเป็นสี : จะเป็นการตัดแสงสีฟ้าออกตามปกติ
  • การแสดงผลแบบขาว-ดำ : ทุกอย่างที่แสดงในหน้าจอจะแสดงผลออกมาเป็นสีขาว-ดำ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง/วิดีโอผ่าน Youtube ก็ตาม
  • การอ่านอย่างสบายตาในตอนกลางคืน : ทุกอย่างจะเป็นพื้นหลังสีดำทั้งหมด โดยตัวอักษรจะเป็นสีขาว

 

ทดสอบการเล่นเกม

แม้ว่า OPPO Reno จะใช้หน่วยประมวลผลตัวกลางอย่าง Qualcomm Snapdragon 710 Octa Core แต่ต้องบอกเลยว่าการเล่นเกมทั้ง 3 เกมที่เรายกมา ไม่ว่าจะเป็น ROV, Asphalt 8 และ PUBG Mobile เล่นได้ไหลลื่นทั้งหมด แบบไม่มีกระจุก หรือเฟรมเรทเหวี่ยงเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยเราจะเจาะลึกในแต่ละเกมให้ดู

เริ่มกันที่ ROV กันก่อน เราได้ทำการเปิดกราฟิกระดับสูงสุดไว้ทั้งหมด ควบคู่กับการเปิดเฟรมเรทสูงเอาไว้ด้วย เมื่อลองดูตั้งแต่ต้นเกมเฟรมเรทจะวิ่งอยู่ที่ 60fps ซึ่งเมื่อเราเล่นไปสักพักใหญ่ เฟรมเรทกลับไม่น้อยกว่า 60fps เลย แต่กลับกัน ดันเพิ่มขึ้นเป็น 61-62fps ในบางช่วงด้วยซ้ำ เรียกว่าเล่นได้สบายๆ หายห่วงไปได้เลย

ต่อมาที่เกม Asphalt 8 เกมขับรถกราฟิกสวย โดยเราเปิดคุณภาพการแสดงผลไว้ระดับสูงสุด และก็แน่นอนว่าเราเล่นได้ไหลลื่น ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

และสุดท้ายกับเกม PUBG Mobile เราเปิดกราฟิกและเฟรมเรทในค่าเริ่มต้น คือ กราฟิกระดับ HD และเฟรมเรทสูง พอเข้าไปเล่นในโหมด Solo กับแผนที่เริ่มต้น OPPO Reno ก็เล่นได้ลื่นตั้งแต่ก่อนโดดร่ม ยันจบเกมเลยทีเดียว

เรียกว่าทั้ง 3 เกมกับ OPPO Reno ทำได้ดีเกิดคาด แถมเมื่อเล่นติดๆ กันเกือบชั่วโมง เครื่องด้านหลังก็ยังไม่ร้อนด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของการเล่นเกมยังมีฟีเจอร์ Game Space ที่รวบรวมเกมที่โหลดไว้ในที่เดียวกันทั้งหมด โดยเราสามารถตั้งค่าโหมดของพลังงานได้ 3 แบบ ได้แก่ โหมดแข่งขัน (ประสิทธิภาพสูงสุด), โหมดสมดุล และโหมดใช้พลังงานต่ำ มีการเคลียร์แอพฯ พื้นหลังและ RAM ด้วย HyperBoost 2.0 รวมถึงฟีเจอร์การป้องกันการแจ้งเตือนไม่ได้มารบกวนระหว่างการเล่นด้วย

 


Game Space


Game Boost 2.0

ระบบความปลอดภัย

ด้านระบบความปลอดภัยของ OPPO Reno ให้มาเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง OPPO Reno 10x Zoom ทั้งเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่สแกนได้รวดเร็วทันใจมาก สามารถสแกนได้ทันทีผ่านสัญลักษณ์ลายนิ้วมือบนหน้าจอ ไม่จำเป็นต้องกดปุ่มล็อคก่อน โดยสามารถจดจำได้มากที่สุด 5 นิ้ว ส่วนการสแกนใบหน้าจะใช้กล้องหน้าที่อยู่ด้านบนตัวเครื่องอย่าง Pivot Rising Camera เพียงกดปลดล็อคเครื่องและปัดหน้าจอ 1 ครั้ง กล้องก็จะเด้งขึ้นมาเพื่อสแกนหน้าให้ทันทีอย่างรวดเร็ว

 

แถบด้านข้างอัจฉริยะ

ฟีเจอร์นี้ถือว่าช่วยเหลือในการใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยจะเก็บรวบรวมแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไว้ในนี้ ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขแอพฯ ข้างต้นได้ทั้งหมด ทำให้ไม่ต้องมานั่งหาแอพที่ใช้บ่อยให้ยุ่งยากอีกต่อไป ทั้งยังมีฟังก์ชันบันทึกภาพ/วิดีโอบนหน้าจออีกด้วย อย่างไรก็ตาม แถบด้านข้างอัจฉริยะจะไม่ได้อยู่เพียงแค่หน้าจอหลักเท่านั้น แต่เมื่อเราเล่นเกม หรือดูวิดีโอแบบเต็มจออยู่ เพียงแค่เราปัดซ้ายหรือขวา (ปัดฝั่งที่มีกล้อง Pivot Rising) ฟีเจอร์นี้ก็จะขึ้นมาให้เราเลือกใช้งานได้ทันที

 

แบตอึดฯ พร้อมชาร์จไวด้วย VOOC Flash Charge 3.0

แม้ว่าแบตเตอรี่ใน OPPO Reno จะมีความจุ 3,765 mAh แต่ก็มีความอึดไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง OPPO Reno 10x zoom ที่มีความจุ 4,065 mAh เพราะใช้งานทั่วไปควบคู่กับเล่นเกมก็ทำได้เกือบตลอดวัน แถมยังมีเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 จากแบตน้อยๆ ไปถึง 100% ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

 

 กล้อง

มาถึงเรื่องการถ่ายภาพกันบ้าง โดยในรุ่น OPPO Reno ที่มาพร้อมกับกล้องหลัง 2 เลนส์ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ SONY IMX586 รูรับแสง f/1.7 มีไฟแฟลช Dual-LED ในส่วนของ Pivot Rising + เลนส์ที่ 2 ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ใช้สำหรับการตรวจจับพื้นหลัง โดยฟีเจอร์ต่างๆ ก็มีมาให้เพียบ ดังนี้

 

กล้องหลังอัจฉริยะด้วย AI : แน่นอนว่า OPPO Reno มีกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 48 ล้านพิกเซล ก็ต้องพกความอัจฉริยะมาด้วย AI ที่สามารถจดจำ แยกแยะหมวดหมู่ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังปรับสีสันให้เหมาะสมกับวัตถุที่เรากำลังโฟกัสได้อัตโนมัติอีกด้วย

 

Ultra Clear Night View 2.0 : เก็บรายละเอียดได้ดีมากยิ่งขึ้นในเวลากลางคืนหรือในที่แสงน้อยสำหรับฟีเจอร์ Ultra Clear Night View 2.0 ซึ่งภาพที่ได้ออกมาจะดูสว่างและคมชัดมากขึ้นกว่าโหมดปกติ แถมรายละเอียดยังคงชัดเจนเหมือนเดิม

  

Dazzle Color Mode 2.0 : นอกจากจะมี AI ในการช่วยเพิ่มสีสันให้กับภาพแล้ว ยังมีโหมด Dazzle Color หรือโหมดสีตื่นตา (เปิดได้สัญลักษณ์รูปภาพกลางกลางส่วนบน) ช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมามีสีสันที่สดมากขึ้นอย่างชัดเจน

 

Portrait Styles : ในโหมด Portrait หรือโหมด 'รูปคน' นอกจากจะเบลอหลังได้อย่างเนียนตา เข็บขอบได้เยี่ยมแล้ว ยังมีสไตล์ให้เลือกเพิ่มอีก 5 แบบเลยทีเดียว

   

นอกจากนี้ OPPO Reno ยังมีฟีเจอร์ Free-Fall อีกด้วย คือ เมื่อส่วนของ Pivot Rising เปิดอยู่ และเราทำตกหรือร่วงลงไป ระบบก็จะปิดกล้องลงมาให้แบบอัตโนมัติทันทีเพื่อป้องกันการเสียหาย

มาดูที่กล้องหน้ากันบ้างด้วยความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ก็มาพร้อมกับความฉลาดล้ำแต่งใบหน้าสวยด้วย AI Beatification โดยเราไม่จำเป็นต้องมานั่งปรับหน้าเรียว หน้าเนียนเองให้ยุ่งยาก เพราะ AI จะปรับให้อัตโนมัติทั้งหมด หรือหากใครอยากปรับอะไรเพิ่มเติม ก็กดเข้าไปที่สัญลักษณ์รูปคนที่มุมขวาล่างได้เลย

  

 คุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง

  • ความละเอียดภาพถ่ายกล้องหลัง : 4000 x 3000 (4:3), 3000 x 3000 (1:1), 4000 x 1840 (เต็มจอ), 8000 x 6000 (4:3-48MP) พิกเซล
  • ความละเอียดภาพถ่ายจากกล้องหน้า : 4608 x 3456 (4:3), 3456 x 3456 (1:1), 4608 x 2126 (เต็มจอ) พิกเซล
  • แฟลช : อัตโนมัติ, เปิด, ปิด, เพิ่มแสง
  • HDR : เปิด, ปิด, อัตโนมัติ
  • สีตื่นตา : เปิด, ปิด
  • ฟิลเตอร์ : ต้นฉบับ, R1-R10
  • สัดส่วนรูปภาพ : 4:3, 1:1, เต็มจอ, 4:3 (48MP)
  • ตั้งเวลาถ่าย : ปิด, 3, 10 วินาที
  • สัมผัสเพื่อถ่าย : เปิด, ปิด
  • ลักษณะท่าทางในการถ่ายรูป (กล้องหน้า) : เปิด, ปิด
  • ปุ่มความดัง : ระดับเสียง, ชัตเตอร์, ย่อ/ขยาย
  • เส้นตาราง : เปิด, ปิด
  • เสียงชัตเตอร์ : เปิด, ปิด
  • ตำแหน่ง : เปิด, ปิด
  • รูปเซลฟี่กลับด้าน : เปิด, ปิด
  • การรับรู้สถานการณ์ AI : เปิด, ปิด
  • ภาพลายน้ำ : เปิด, ปิด
  • โหมดการถ่ายภาพ : พาโน, ผู้เชี่ยวชาญ, รูปคน, Google Lens

คุณสมบัติการถ่ายภาพวีดีโอ

  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหลัง : 3840 x 2160 (4K), 1920 x 1080 (1080p), 1280 x 720 (720p) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพวิดีโอจากกล้องหน้า : 1920 x 1080 (1080p), 1280 x 720 (720p) พิกเซล
    ไฟแฟลช : เปิด, ปิด
  • HDR : เปิด, ปิด, อัตโนมัติ
  • ฟิลเตอร์ : ต้นฉบับ, R1-R6, Z1-Z4
  • โหมด : ปกติ, สโลว์โมชั่น, ไทม์แลปส์
  • เสียงชัตเตอร์ : เปิด, ปิด
  • ตำแหน่ง : เปิด, ปิด
  • อัตราเฟรมเรท (กล้องหลัง) : 30 fps, 60 fps
  • การเข้ารหัสวิดีโอ : ประสิทธิภาพสูง, เล่นได้หลายระบบ

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

  

   

 OPPO

ขอขอบคุณ : บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด 

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : OPPO Reno

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : https://www.siamphone.com/spec/oppo/reno.htm

สินค้าออนไลน์Online Store

วันที่ : 19 มิถุนายน 2562
รีวิวโดย: กฤษฎา ตรงจิตธรรม ภาพโดย: ณภัทร วัฒนธรรม

14,346
VIEWS

42
SHARES

คัดลอกลิงค์นี้เพื่อแชร์

รีวิวล่าสุด