รีวิว Redmi Note 9 พลังแบตฯ 5,020mAh เน้นใช้งานพื้นฐานยาวนาน กล้องหลัง 4 เลนส์ 48MP !

Redmi Note 9 อาจจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นกลางใน Redmi Note 9 Series ทำให้สเปคบางส่วนจะโดนลด หรือโดนตัดออกไปจากรุ่น Pro แต่หากมองถึงความคุ้มค่า เน้นใช้งานพื้นฐานเป็นหลัก ต้องบอกว่า Redmi Note 9 เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว ด้วยการขับเคลื่อนของขุมพลัง MediaTek Helio G85 และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,020mAh และยังมีกล้องรูปที่ไม่จัดว่าแย่ เพราะมาพร้อมกล้องหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 48MP พร้อมการทำงานร่วมกับ AI ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นเช่นใดตามมาดูต่อกันได้

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

รอบตัวเครื่องของ Redmi Note 9 จะมีขนาด 162.3x77.2x8.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 199 กรัม ซึ่งตรงนี้หากมองตัวเลขอาจจะดูตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมาก แต่เมื่อจับใช้งานจริงก็พบว่ายังจับถือใช้งานได้ถนัด

หน้าจอแสดงผล IPS-LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 ความสว่างสูงสุด 450nits ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 และมีดีไซน์รอยแหว่งแบบจอเจาะรู

เหนือหน้าจอแสดงผล จะพบกับรอยแหว่งจอเจาะรูอยู่มุมบนซ้าย ในนั้นมีกล้องหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเหนือหน้าจอขึ้นไปอีกจะพบกับลำโพงเสียงสำหรับการสนทนา

ล่างหน้าจอแสดงผล จะไม่มีปุ่มใช้งาน หรือปุ่มนำทางใดๆ ซึ่งปุ่มนำทางจะมาในรูปแบบซอฟแวร์ในหน้าจอแสดงผล ตามฉบับสมาร์ทโฟนยุคใหม่

ข้างซ้ายตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดซิมการ์ดอยู่ 1 ช่อง โดยถาดเป็นแบบ 3 ช่อง รองรับการใส่ Nano SIM 2 ช่อง และอีกช่องเป็นที่ใส่ MicroSD Card

ข้างขวาตัวเครื่องมีปุ่มใข้งานพื้นฐาน โดยมีปุ่มยาวสำหรับเพิ่มเสียง และลดเสียง ส่วนปุ่มเล็กทางด้านล่างจะเป็นปุ่มเพาเวอร์ สำหรับเปิดปืดเครื่อง หรือพักหน้า

ส่วนบนตัวเครื่อง ตรงกลางเป็นช่องไฟอินฟราเรต สำหรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเป็นรีโมตควบคุม ส่วนข้างซ้ายเป็นรูไมโครโฟน

ส่วนล่างตัวเครื่อง ตรงกลางเป็นพอร์ต USB Type-C ข้างซ้ายเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และข้างขวาเป็นลำโพงเสียง

ผลิกมาที่ฝาหลังตัวเครื่อง จะพบกับกล้องหลัง 4 เลนส์ ประกอบไปด้วยเลนส์หลัก, เลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ทั้งหมดมีความละเอียด 48+8+2+2 พิกเซล ทั้งหมดถูกจัดเรียงบนแท่นสี่เหลี่ยม ในขณะที่แฟลชจะอยู่ทางขวาของกล้อง ทั้งนี้ยังมีที่สแกนลายนิ้วมืออยู่ใต้กล้องถ่ายรูป

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง Redmi Note 9
  • อะแอปเตอร์จ่ายไฟสูงสุด 22.5W
  • สาย USB Type-C ไปเป็น Type-A
  • เคสซิลิโคน
  • เข็มนำถาดซิมออก
  • ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

สเปคทั้งหมดของ Redmi Note 9

  • ขนาดตัวเครื่อง : 162.3x77.2x8.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 199 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : IPS-LCD กว้าง 6.53 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2340x1080 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 ความสว่างสูงสุด 450nits ค่าความต่างของสี 1500:1 รอยแหว่งแบบจอเจาะรู และเคลือบด้วยกระจก Gorilla Glass 5
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Helio G85 แบบ Octa-Core ความเร็วสูงสุด 2.0GHz
  • RAM : 3 / 4GB
  • ROM : 64 / 128GB สามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้
  • ระบบปฏิบัติการ : MIUI 11 บนพื้นฐาน Android 10
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช
    - เลนส์หลัก ความละเอียด 48MP รูรับแสง f/1.79
    - เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8MP รูรับแสง f/2.2
    - เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4
    - เลนส์ Depth ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.25
  • เครือข่าย : 4G / 3G / 2G
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 2.4/5G, Bluetooth 5.0, GPS, NFC, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB Type-C
  • ระบบความปลอดภัย : รหัสผ่าน, สแกนใบหน้า, สแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่ : 5,020mAh รองรับการชาร์จเร็ว 18W

RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน
ตัวเลือก RAM และ ROM ของ Redmi Note 9 จะมีให้เลือก 2 แบบคือ RAM 3GB + ROM 64GB และ RAM 4GB + ROM 128GB โดยรุ่นที่ได้มารีวิวจะเป็นรุ่น RAM 4GB + ROM 128GB เมื่อเปิดเครื่องมาครั้งแรก จะพบว่าระบบมีการกินพื้นที่เก็บข้อมูลได้กว่า 18GB ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานจริงๆ ประมาณ 110GB ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เยอะพอสมควร แต่หากยังไม่พอก็สามารถใส่ MicroSD Card เพิ่มได้อีก

ระบบปฏิบัติการ
ในด้านซอฟแวร์ Redmi Note 9 จะได้ใช้งาน MIUI 11 บนพื้นฐาน Android 10 ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งจะมีหน้าตาการใช้งานตามฉบับ MIUI ที่เน้นความเรียบ และใช้งานได้อย่างสะดวก รวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ที่คอยช่วยให้ผู้ใช้งานเล่นกับเครื่องได้ง่ายขึ้น

หน้าจอหลัก
หน้าจอหลักของ Redmi Note 9 จะใช้ UI และ UX เป็นแบบฉบับของ MIUI 11 โดยเหล่าโลโก้แอพฯ ต่างๆ จะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมขอบมนทั้งสี่ด้าน และมีอนิเมชั่นเปิดปิดที่รวดเร็วพอสมควร ส่วนรูปแบบหน้าจอหลักถ้าเป็นค่าเริ่มต้น แอพพลิเคชั่นทั้งหมดจะมาอยู่ที่หน้าจอหลัก แต่ก็สามารถเปลี่ยนเป็นแบบลิ้นชักได้ โดยเข้าไปตั้งค่าที่ การตั้งค่า > หน้าจอหลัก > หน้าจอหลัก

โหมดมืด
การใช้งาน Redmi Note 9 ในตอนกลางคืนจะสบายตามากยิ่งขึ้น เพียงเปิดใช้งานโหมดมืด ระบบก็จะทำการเปลี่ยนธีมเป็นสีดำ และตัวหนังสือสีขาวให้ทันที สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > โหมดมืด

แอปโคลน
ถ้าผู้ใช้งานเป็นคนที่มีบัญชีในสังคมออนไลน์ 2 บัญชี และไม่ต้องการสลับบัญชีไปๆ มาๆ ในแอพฯ เดียว ทางระบบขอบ Redmi Note 9 ก็มีการโคลนแอพฯ มาให้ใช้งานในส่วนนี้ โดยจะแยกแอพฯ สังคมออกมา 2 แอพฯ เพื่อให้เข้าใช้งานได้ 2 บัญชีพร้อมกัน เข้าไปแอปโคลน ได้ที่ การตั้งค่า > แอป > แอปโคลน

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็วด้วย AnTuTu Benchmark v8.3.7 ได้ 207,981  
    คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core ที่ 358 
    และคะแนน Multi-Core ที่ 1222 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย 3DMark Sling Shot Extrene - 
    OpenGL ได้ 1361 คะแนน และ Vulkan ได้คะแนน 1075 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor เซ็นเซอร์ปรับมุมมองหน้าจอ
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ใช้งานพื้นฐานสบายๆ ด้วยสเปคที่เหมาะสม
ด้วยความเป็นรุ่นเล็กไม่ใช่ตัวโปร แต่สเปคของ Redmi Note 9 ที่ได้มา ก็ยังถือว่าคุ้มค่ากับราคาพอสมควร ด้วยการขับเคลื่อนของชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 ทำให้การใช้งานพื้นฐานยังมีความราบรื่น ใช้งานแอพฯ ต่างๆ ได้แบบไม่มีปัญหา

หน้าจอแสดงผลกว้าง ใช้ดูหนังฟังเพลงสบาย
ด้านความบันเทิง Redmi Note 9 ก็ยังให้ใช้งานได้อย่างดี ด้วยหน้าจอแสดงผลที่กว้างถึง 6.53 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ ทำให้การดูหนังมีความกว้างเต็มตา พร้อมความละเอียดที่สูง ในขณะที่ด้านฟังเพลงตัวเครื่องก็มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรรองรับอยู่ ถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกในการหาหูฟังมาใช้งานได้พอสมควร

ทดสอบการเล่นเกม
ในแง่การใช้งานเล่นเกม Redmi Note 9 ยังสามารถใช้เล่นเกมได้อยู่ในระดับหนึ่ง โดยไม่สามารถปรับกราฟฟิกได้ในระดับปานกลาง ในการทดสอบเกมอย่าง PUBG Mobile, ROV และ Marvel Super War ก็สามารถเล่นได้ในการปรับกราฟฟิกระดับกลางๆ ซึ่งก็น่าจะเพียงพอต่อการเล่นฆ่าเวลา แต่หากจะเล่นจริงจังอาจไม่เหมาะเท่าไหร่ ทั้งนี้ยังมีระบบ Game Turbo ที่ค่อยรีดประสิทธิภาพให้การเล่นเกมออกมาดีขึ้น พร้อมกับจัดการสายเรียกเข้า และการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้มารบกวนระหว่างเล่นเกม

  • PUBG Mobile : แนะนำให้ปรับกราฟฟิกระดับ สมดุล เพราะระบบจะให้ปรับเฟรมเรตในระดับ Ultra ได้ ทำให้ตัวเกมมีความลื่นขึ้น และเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ติดแค่เพียงภาพจะไม่ค่อยสวยแค่นั้น

  • ROV : เกม ROV จะไม่สามารถดันเฟรมเรตระดับสูงได้ แต่ยังสามารถปรับกราฟฟิกระดับสูงมาก และการแสดงผลระดับสูง ซึ่งการเล่นจริงก็ทำเฟรมเรตเกาะราวๆ 30fps ตลอดเวลา

  • Marval Super War : ถ้าไปปรับกราฟฟิกระดับสูงทั้ง กราฟฟิกการต่อสู้ และโหมดภาพละเอียดสูง ตัวเกมจะมีกระตุก และมีเฟรมเรตที่น้อยมากๆ จึงแนะนำให้ปรับ กราฟฟิกการต่อสู้ เป็นสูงสุด และโหมดภาพละเอียดสูง เป็นระดับกลาง และเปิดโหมดเฟรมเรตสูง ก็สามารถเล่นได้อย่างราบรื่น พร้อมกับได้เฟรมเรตที่ราวๆ 40-45fps

ระบบความปลอดภัย สแกนนิ้วมือ และสแกนใบหน้า
ในการสแกนลายนิ้วมือ ที่สแกนจะอยู่ที่ฝาฟลังตัวเครื่องใต้กล้องถ่ายรูป โดยการสแกนถือว่ามีความรวดเร็วมากทีเดียว และสามารถจดจำลายนิ้วมือได้ 5 ลาย ส่วนการสแกนใบหน้าก็มีการสแกนที่รวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่มีเซนเซอร์ IR ทำให้การสแกนในที่แสงน้อยยังไม่แม่นยำมากพอ ถ้าจะให้แนะนำก็แนะนำให้ใช้การสแกนลายนิ้วมือจะดีกว่า

แบตเตอรี่ 5,020mAh รองรับชาร์จเร็ว 18W
แบตเตอรี่ยังคงจัดเต็มหมือนตัวโปร ด้วยขนาดใหญ่ถึง 5,020mAh และรองรับการชาร์จเร็วถึง 18W แน่นอนว่าการใช้งานพื้นกับแบตเตอรี่ขนาดนี้ สามารถใช้งานได้ทั้งวันแน่นอนเมื่อมีการชาร์จเต็ม 100% โดยการทดสอบจากการเล่นเกมก็พบว่า แบตฯ ลดไป 10 กว่า % เท่านั้น เมื่อเล่นเกม PUBG Mobile, ROV และ Marvel Super War ไปอย่างละ 1 ตา

การใช้งานกล้องถ่ายรูป
สำหรับ Redmi Note 9 จะโดนลดสเปคในส่วนของกล้องถ่ายรูปจากรุ่น Pro โดยกล้องหลังเลนส์หลักจะมีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ส่วนอีก 3 เลนส์ ทั้ง Ultra Wide, Depth และ Macro จะมีความละเอียดเท่าเดิมคือ 8+2+2 ล้านพิกเซล ในขณะที่กล้องหน้าก็โดนลดรายละเอียดลงไปเช่นกัน ซึ่งโดนลดลงมาที่ 13 ล้านพิกเซล อย่างไรก็ตามยังกล้องทั้งหมดยังมีการทำงานร่วมกับ AI ช่วยในการถ่ายรูปด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปรับแต่งภาพอัตโนมัติจาก AI จดจำซีน, AI ปรับหน้าส่วย, AI ถ่ายภาพกลางคืน หรือแม้แต่การเบลอพื้นหลังจากโหมดภาพบุคคล

  • โหมดพิเศษ 48MP
    เพื่อให้ใช้งานกล้องหลังเลนส์ 48MP ได้อย่างเต็มที่ Redmi Note 9 ก็มีโหมด 48MP มาให้ ซึ่งจะช่วยให้ถ่ายรูปด้วยความละเอียดที่มากขึ้น โดยได้ไฟล์ที่ออกมาเป็นความละเอียด 8000x6000 พิกเซล เรียกว่ารูปจะมีความละเอียดสูงขึ้นนั้นเอง แต่น่าเสียดายที่ใช้ได้เฉพาะกล้องหลังเท่านั้น

  • มุมกว้างจากเลนส์ Ultra Wide
    ในส่วนของภาพมุมกว้าง Redmi Note 9 จะมีเลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8MP เพื่อช่วยให้ถ่ายภาพมุมกว้างขึ้นได้ถึง 118 องศา จากที่ทดลองใช้ก็สามารถเก็บภาพได้กว้างขึ้น โดยที่ไม่ต้องเดินถอยหลังออกไป แถมยังมีภาพที่สวยพอสมควร

  • ภาพบุคคล
    ในส่วนของการถ่ายภาพบุคคล ค่อนข้างน่าประทับใจทีเดียวโดยเฉพาะกล้องหน้า เพราะการไม่มีเลนส์ Depth ทำให้ต้องใช้ AI ในการตัดพื้นหลังในการเบลออย่างเป็นธรรมชาติ แต่ระบบ AI ของ Redmi Note 9 ทำออกมาได้ดีมากๆ เบลอพื้นหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนกล้องหลังก็ออกมาดูดีอยู่แล้ว เพราะได้เลนส์ Depth เข้ามาช่วย ทั้งนี้การปรับแต่งใบหน้าก็มีความสวยงามพอสมควร แต่เสียดายที่มีตัวเลือกในการปรับแต่งน้อยไปหน่อย สามารถปรับแต่งได้แต่ความเนียนของหน้าเท่านั้น

 

 

 

  • โหมด Macro
    ในการถ่ายรูประยะใกล้ๆ จะมีเลนส์ Macro ช่วยให้กล้องถ่ายรูปสามารถโกกัส และถ่ายภาพในระยะใกล้ๆ ได้ ซึ่งภาพที่ถ่ายมาก็มีความสวยงามในระดับหนึ่ง เหมาะกับคนที่ชอบถ่าบนอกไม้ หรือแมลงเป็นต้น

คุณสมบัติการถ่ายภาพนิ่ง

  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหลัง : 8000x6000 (4:3 48MP), 2992x4000 (4:3), 2250x4000 (16:9), 3984x3000 (Full), 2992x2992 (1:1) พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพถ่ายจากกล้องหน้า : 3072x4096 (4:3), 4096x2304 (16:9), 3072x3072 (1:1), 1888x4096 (Full) พิกเซล
  • ไฟแฟลช : ปิด, เปิด, อัตโนมัติ, ไฟฉาย
  • HDR : ปิด, เปิด, อัตโนมัติ
  • AI : ปิด, เปิด 
  • ฟิลเตอร์ : ปกติ, สดใส, ฟิล์ม, ความรัก, ลาเต้, อุ่น, คุกกี้, เย็น, โซดา, กูร์เมต์, เรืองแสง, เบอร์รี่, ดำ&ขาว, คลาสสิค, เนียนใส
  • บิวตี้ : เลื่อนปรับระดับ
  • ตัวจับเวลา : ปิด, 3, 5 วินาที
  • ปรับเบลอ : วงกลม, แนวยาว
  • แสดงตาราง : ปิด, เปิด
  • ปรับให้ตรง : ปิด, เปิด
  • โหมดกล้องถ่ายรูป : รูปถ่าย, ภาพบุคคล, กลางคืน, พานอรามา, โปร, 48MP, มาโคร, Google Lens, เอกสาร
  • ลายน้ำ : ปิด, เปิด (เพิ่มเวลาบนรูปภาพ, ลายน้ำอุปกรณ์, ลายน้ำที่กำหนดเอง)
  • แจ้งให้ทราบเกี่ยวกับทิศทาง : ปิด, เปิด
  • แก้ไขความบิดเบือนใบหน้าของภาพถ่าย : ปิด, เปิด
  • คุณภาพของภาพ : สูง, มาตรฐาน, ต่ำ
  • บันทึกโหมดก่อนหน้านี้ : ปิด, เปิด
  • หน้าที่ของปุ่มลดเสียง : ชัตเตอร์, ซูม, เสียง, นับถอยหลังชัตเตอร์
  • โฟกัสและถ่าย : ปิด, เปิด
  • แตะปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้ : ถ่ายต่อเนื่อง, ดฟกัส
  • สแกนรหัส QR : ปิด, เปิด
  • จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัด : ปิด, เปิด
  • เสียงกล้อง : ปิด, เปิด
  • โหมดพกพา : ปิด, เปิด
  • ลดแถบลาย : ปิด, 50Hz, 60Hz, อัตโนมัติ

คุณสมบัติการบันทึกวิดีโอ

  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหลัง : FHD 1080p 30fps, HD 720p 30fps พิกเซล
  • ความละเอียดของภาพวีดีโอจากกล้องหน้า : FHD 1080p 30fps, HD 720p 30fps พิกเซล
  • ไฟแฟลช : ปิด, ไฟฉาย
  • ฟิลเตอร์ : ปกติ, ฤดูร้อน, จินตนาการ, ประสบปัญหา, ลมโชย, แพ้, ศูนย์กลาง, นอร์ติก, โรม
  • โหมดวิดีโอ : วิดีโอ, เคลื่อนไหวช้า, วิดีโอสั้น
  • ป้องกันการสั่นไหว : เปิด, ปิด
  • ช่วงเวลาภาพเคลื่อนไหว : 2x, 4x, 10x, 30x, 60x, 90x, 120x, 150x, 240x, 300x, 450x, 900x, 1800x
  • อนุญาติให้แท็กวิดีโอ : เปิด, ปิด
  • การเข้ารหัสวิดีโอ : H.264, H.265
  • บันทึกโหมดก่อนหน้า : ปิด, เปิด
  • จัดเก็บข้อมูลตำแหน่งพิกัด : ปิด, เปิด
  • หน้าที่ปุ่มลดเสียง : ชัตเตอร์, ซูม, ระดับเสียง
  • เสียงกล้อง : ปิด, เปิด
  • โหมดพกพา : ปิด, เปิด
  • ลดแถบลาย : ปิด, 50Hz, 60Hz, อัตโนมัติ

Redmi

ขอขอบคุณ : Xiaomi Thailand

ข้อมูลผู้ใช้ ร่วมแสดงความเห็นกับ : Redmi Note 9

https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=462313

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : https://www.siamphone.com/spec/redmi/note_9.htm

อ่านเพิ่มเติม

10,236อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 29 มิถุนายน 2563

10,236VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์