รีวิว Apple Watch Series 6 มาพร้อมฟีเจอร์ตรวจวัดออกซิเจนในเลือด ใช้ชิป S6 ที่แรงกว่า

Apple Watch Series 6 สมาร์ทวอทช์ตัวท็อปสุดของฝั่ง Apple ในปี 2020 ซึ่งมาพร้อมตัวเลือกวัสดุตัวเรือนที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งสแตนเลสสตีล และไทเทเนียม ด้านฟังก์ชั่นการใช้งานก็มีมาใหม่อย่างแอพวัดค่าออกซิเจนในเลือด ที่จะคอยบอกสุขภาพของผู้ใช้งานผ่านจำนวนออกซิเจนในเลือด ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่น Always On Display ก็มีให้ใช้งาน ทั้งนี้ยังมีชิปเซ็ตตัวแรงอย่าง S6 ที่ทำให้การใช้งานมีความรวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

ตัวเรือนของ Apple Watch Series 6 เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขอบมน มีให้เลือกทั้งแบบ 44 มิลลิเมตร และ 40 มิลลิเมตร แต่ตัวที่ได้มารีวิวเป็น 40 มิลลิเมตร ส่วนวัสดุที่ใช้จะมีให้เลือก 3 แบบคือ อะลูมิเนียม, สแตนเลสสตีล และไทเทเนียม

หน้าจอแสดงผลเป็นแบบสัมผัส Retina Display ใช้กระจก Ion-X ที่มีความทนทาน และเป็นหน้าจอแบบขอบโค้งทรงสี่เหลี่ยม

ข้างซ้ายตัวเรือน มีลำโพงเสียง

ข้างขวาตัวเรือน มีแป้นหมุนสำหรับเลื่อนเมนู (Digital Crown) และเป็นปุ่มกดเข้าสู่แอพฯ ทั้งหมด ถัดลงมาข้างล่างเป็นรูไมโครโฟน และล่างสุดเป็นปุ่มเพาเวอร์

ด้านหลังตัวเรือน จะเป็นแผงเซนเซอร์ต่างๆ รวมไปถึงการตรวจจับออกซิเจนในเลือด และเป็นที่ชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย

สายรัดข้อมือสามารถถอดเปลี่ยนได้เองแบบง่ายๆ โดยสายที่ได้มานั้นเป็นแบบสแตรเลสสตีล

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเรือน Apple Watch Series 6
  • สายรัดข้อมือซิลิโคน
  • แท่นชาร์จไร้สาย USB Type-A
  • คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

สเปคของ Apple Watch Series 6

  • ขนาดตัวเรือน : 44 มิลลิเมตร และ 40 มิลลิเมตร
  • ตัวเรือน : อะลูมิเนียม, สแตนเลสสตีล และไทเทเนียม
  • หน้าจอ : Retina Display ความละเอียด 368 x 448 พิกเซล
  • ชิปเซ็ต : SiP รุ่น S6
  • กันน้ำลึก : 50 เมตร
  • โทรฉุกเฉินทั่วโลก
  • GPS
  • มีลำโพง + ไมโครโฟน ในตัว
  • รองรับคุณสมบัติ "การตั้งค่าครอบครัว" เฉพาะรุ่น GPS+Cellular

เริ่มใช้งาน และการเชื่อมต่อ
การเริ่มใช้งานครั้งแรก ให้จับ Apple Watch Series 6 ชาร์จแบตเตอรี่ไว้ จากนั้นจะมีสัญลักษณ์ให้เชื่อมต่อกับ iPhone จากนั้นเมิ่อเปิด iPhone ระบบจะมีการแจ้งเตือนให้เชื่อมต่อกับ Apple Watch Series 6 แบบอัตโนมัติ เพียงแค่นี้ก็เริ่มใช้งานได้เลย โดยความสำเร็จการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว และฉลาดแบบนี้ เป็นเพราะภายใน Apple Watch Series 6 มีชิป U1 ซึ่งจะช่วยในการจับคู่ และเชื่อมต่อแบบรวดเร็ว

หน้าจอ Retina Display
Apple Watch Series 6 จะใช้หน้าจอแบบ Retina Display ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆ 30% ซึ่งจากที่ได้ลองใช้งาน สีและการแสดงผลของหน้าจอถือว่าสวยงาม และมีการสัมผัสที่ลื่นในระดับที่น่าพอใจ

รองรับ Always On Display
ความพิเศษของ Apple Watch Series 6 จะรองรับการใช้งานโหมด Always On Display ทำให้หน้าปัดจะติดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในหน้าปัดจะบอกรายละเอียดสี่สำคัญๆ ไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมดเหมือนหน้าปัดปกติ

การเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา
การเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา จะต้องใช้แอพพลิเคชั่น Apple Watch ใน iPhone เป็นตัวช่วย โดยเข้าไปในแอพฯ จากนั้นเลือกเมนู แกลเลอรี่หน้าปัด ทางด้านล่าง จากนั้นก็เลือกได้ตามสบายใจ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ

จากนั้นหน้าปัดรูปแบบที่เราเลือก จะซิงค์ไปอยู่ใน Apple Watch Series 6 เมื่อต้องการเปลี่ยน และปรับแต่งให้กดค้างที่หน้าโฮม หากเราเลือกรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่สามารถปรับแต่งได้ จะมีเมนูแก้ไขอยู่ด้านล่าง ทำให้เราสามารถเลือกโชว์การตรวจจับต่างๆ ไว้ในหน้าจอหลักได้ เช่น อุณหภูมิ, กิจกรรม, วันที่ หรือการเต้นของหัวใจ เป็นต้น

ดาวน์โหลดแอพฯ ผ่าน App Store
Apple Watch Series 6 จะให้ผู้ใช้งานเลือกใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างอิสระ เพราะมี App Store เพื่อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ด้วยตนเอง ซึ่งในนั้นก็จะมีแอพฯ ที่เหมาะใช้งานกับ Apple Watch มากมาย ซึ่งต่างจากสมาร์ทวอทช์จากแหล่งอื่นๆ

โหมดออกกำลังกาย
ตัวเลือกโหมดออกกำลังกายใน Apple Watch Series 6 จะมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะในร่ม หรือกลางแจ้ง เช่น วิ่ง, ว่ายน้ำ, ต่อยมวย, คาร์ดิโอ, เครื่องออกกำลังกาย, ปีนเขา, เทนนิส, หรือแม้แต่ตกปลาก็ยังมี ซึ่งว่ามายังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อการการใช้งานออกกำลังกายไปแล้ว สามารถกลับมาดูข้อมูลแบบระเอียดได้ผ่านทางแอพฯ Apple Watch ใน iPhone ซึางจะมีบอกรายละเอียดโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา จำนวนแคลอรี่ เป็นต้น

ตรวจจับสุขภาพ
Apple ได้สร้าง Apple Watch ขึ้นมาเพื่อต้องการใส่เรื่องของสุขภาพผู้ใช้เป็นหลัก ซึ่งนอกจากจะเป็นอุปกรณ์คู่กายสำหรับออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นเครื่องตรวจจับสุขภาพของผู้ใช้ด้วย โดย Apple Watch Series 6 จะมีทั้ง ตรวจจับการเต้นของหัวใจ, ติดตามการนอนหลับ, ตรวจจับเสียบรบกวน, กำหนดลมหายใจ หรือการตรวจเช็คประจำเดือนสำหรับท่านผู้หญิง และความพิเศษของ Apple Watch Series 6 จะรองรับการใช้ตรวจจับออกซิเจนในเลือด และ ECG แต่อย่างหลังยังไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศไทย

SpO2 ตรวจหาออกซิเจนในเลือด
การใช้งาน SpO2 ตรวจหาออกซิเจนในเลือด จะสามารถใช้งานได้เฉพาะ Apple Watch Series 6 เท่านั้น ซึ่งเป็นการตรวจหาออกซฺเจนในเลือดของผู้ใช้ หากมีต่ำกว่ามาตรฐานก็ควรแสดงว่ามีอาการผิดปกติอยู่ ก็ควรไปพบแพทย์ แต่หากวัดแล้วได้ 95-100% แสดงว่าอาการปกติ ไม่มีความผิดปกติอะไรในร่างกาย

ตรวจจับการเต้นของหัวใจ
ระบบตรวจจับการเต้นของหัวใจ จะมีให้เลือกแบบวัดตลอดเวลา หรือเลือกช่วงเวลาในการวัดก็ได้ นอกจากนี้ระบบจะบอกค่าเฉลี่ย, การเต้นต่ำสุด, การเต้นสูงสุด และขณะพักได้ด้วย

ติดตามการนอนหลับ
แอพพลิเคชั่นการนอนหลับที่ติดตั้งตอนมาตั้งแต่เริ่มต้นของ Apple Watch Series 6 ยังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะมีแค่การตั้งเวลาเตือนเพื่อให้นอน ตั้งเวลาปลุก และดูเวลาการนอนทั้งหมดในแต่วัน และดูค่าเฉลี่ยการเต้นของหัวใจในขณะหลับเท่านั้น ซึ่งหากใครที่ต้องการให้ Apple Watch Series 6 ลงลึกรายละเอียด ติดตามการนอนหลับแบบทุกลมหายใจ ก็ควรดาวน์โหลกแอพฯ ติดตามการนอนหลับมาเพิ่มเติมเอง ซึ่งยังมีแอพฯ อื่นๆ ที่มากมาย ที่สามารถติดตามการนอนหลับในทุกช่วงเวลานอน และบอกพฤติกรรมว่าช่วงเวลานั้นผู้ใช้งาน หลับสนิทหรือไม่, REM ช่วงไหน และบอกพฤติกรรมการนอนในแต่ละช่วงเวลา

ตรวจจับเสียงรบกวน
แอพฯ นี้ไม่มีอะไรมาก เป็นแค่ตรวจจับเสียงดัง หรือเสียงรบกวนรอบตัวเราว่ามีความดังมากแค่ไหน หากดังมากกว่า 80 เดซิเบล จะมีการแต้งเตือนให้ออกจากบริเวณนั้นด่วน เพราะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

กำหนดลมหายใจ
ความเครียดเกิดขึ้นไปตลอดเวลา ฉะนั้น Apple Watch Series 6 เลยมีแอพพลิเคชั่นฝึกการหายใจ เพื่อคลายเข้าเครียดมาให้ การใช้งานก็เพียงตั้งระยะเวลาการฝึกลมหายใจ จากนั้นก็หายใจเข้าออกตามจังหวะอนิเมชั่นที่ปรากฏ

Activity หรือกิจกรรม
จากทั้งหมดทั้งมวล ทุกกิจกรรม ทุกย่างก้าว จะมีการบันทึกลงมายัง Activity หรือกิจกรรม ซึ่งจะมีการบันทึก การออกกำลังกาย, การเคลื่อนไหว, การยืน โดยทั้งหมดจะมีการบันทึกสถิติในแต่ละวัน และสรุปออกมาเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้รู้ว่าผู้ใช้งานได้เฝาผลาญแคลอรี่ไปล้วเท่าไหร่ จำนวนเฉลี่ยต่างๆ แถมยังนำสถิติเหล่านั้นไปวัดกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย

โหมดตรวจจับการล้ม
โหมดนี้ไม่กล้าลองกับตัวเองจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามน่าจะเหมาะกับผู้สูงอายุที่อาจจะเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นได้ โดยระบบของ Apple Watch Series 6 จะมีการโทรออกฉุกเฉินให้ทันที หากผู้ใส่มีการล่ม โดยจะส่งข้อความ หรือโทรออก ตามเลขหมายที่ตั้งค่าเอาไว้

รับสายวางสาย พร้อมรับการแจ้งเตือน
Apple Watch Series 6 จะรองรับการรับสายวางสายได้ทันที โดยไม่ต้องหยิบ iPhone ขึ้นมา และสามารถพูดคุย พร้อมฟังเสียงจาก Apple Watch Series 6 ได้อีกด้วย เพราะตัวเรือนมีทั้งไมโครโฟน และลำโพงมาให้ ทั้งนี้จะสะดวกมาขึ้นหากเป็นรุ่น Cellular เพราะไม่ต้องเชื่อมต่อกับ iPhone ตลอดเวลา เดินห่างจาก iPhone ก็ยังรับสายได้ทันที

ส่วนข้อความแชท หรือข้อความแจ้งเตือนต่างๆ ก็จะถูกส่งมายัง Apple Watch Series 6 ทำให้เรารับรู้ข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องหยิบ iPhone ขึ้นมา หากเป็นการแชทสนทนาก็สามารถตอบกลับได้ทันที

ใช้งานมัลติมิเดีย
แน่นอนว่าการควบคุมการเล่นเพลง Apple Watch Series 6 ก็สามารถทำได้ โดยการใช้คลังเพลง Apple Music เหมาะกับการใช้ฟังเพลงระหว่างออกกำลังกาย หรือควบคุมเพลงใน iPhone ก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีแอพฯ ที่เปลี่ยน Apple Watch Series 6 ให้เป็นปุ่มกดชัตเตอร์ เวลาถ่ายรูปก็ไม่ต้องไปกดชัตเตอร์ที่ iPhone เพิ่มความสะดวกสบายไปอีกระดับ

Apple

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : Apple Watch Series 6

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : https://www.siamphone.com/smartwatch/apple/watch-series-6

อ่านเพิ่มเติม

อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลนาฬิกา

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 23 ธันวาคม 2563

VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์