REVIEW

รีวิว Asus ROG Phone 5 บูสพลังเสียงลำโพงหน้าคู่ การเกมจัดเต็มได้เช่นเคย

รีวิวโทรศัพท์มือถือ ASUS ROG Phone 5 - เอซุส

Asus ROG Phone ตอนนี้ก็เดินทางมาถึง Asus ROG Phone 5 Series เป็นที่เรียบร้อย (ข้ามรุ่นที่ 4 ไป) ซึ่งมีการเปิดตัวออกมาถึง 3 รุ่นคือ Asus ROG Phone 5, Asus ROG Phone 5 Pro, และ Asus ROG Phone 5 Ultimate แต่รุ่นที่ได้มารีวิวจะเป็นรุ่นเล็กสุดอย่าง Asus ROG Phone 5 และแม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุด แต่ถือว่าสเปคคุ้มค่าจัดเต็มเอาใจชาวเกมเมอร์แบบแจ่มๆ ด้วยการใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 888 เหมือน 2 รุ่นพี่ บูสพลังเสียงจากลำโพงคู่ด้านหน้า หน้าจอแสดงผลสัมผัสรวดเร็วขึ้น และจัดเต็มเรื่องฟังก์ชั่นเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมอีกมากมาย แถมราคาเปิดตัวในประเทศไทยน่าสนใจทีเดียว สนนอยู่ที่ 22,900 บาท

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

ขนาดตัวเครื่องของ Asus ROG Phone 5 มีขนาดอยู่ที่ 173x77x9.9 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 239 กรัม ถือว่าตัวเครื่องมีขนาดที่ยาวไปเล็กน้อย แต่ก็เป็นขนาดที่ใช้เล่นเกมในแนวนอนได้ดี

หน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2448x1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate สูงสุด 144Hz สนับสนุนคอนเทนด์ HDR10 กับ HDR10+ ความสว่างสูงสุด 1,200nits และมีการเคลือบด้วยกระจก Gorilla Galss Victus

เหนือหน้าจอแสดงผล มีกล้องหน้าอยู่ทางขวา ความละเอยีด 24MP ทางซ้ายเป็นไฟแสดงสถานะ และตรงกลางเป็นลำโพง

ล่างหน้าจอแสดงผล จะมีที่สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และไม่มีปุ่มนำทางแบบฮาร์ดแวร์ โดยปุ่มจะมาในรูปแบบซอฟแวร์

ข้างซ้ายตัวเครื่อง จะพบกับพอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลาง ข้างๆ มีแผงแม่เหล็กสำหรับติดอุปกรณ์เสริม AeroActive Cooler 5 และล่างสุดเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ด โดยถาดรองรับ NanoSIM 2 ช่อง

ข้างขวาตัวเครื่อง ตรงกลางจะประกอบไปด้วย ปุ่มเพาเวอร์, ปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง และรูไมโครโฟน ส่วนปุ่มบนสุด และล่างสุดจะเป็นปุ่ม UltraSonic

ส่วนบนตัวเครื่อง มีรูไมโครโฟนเพียงอย่างเดียว

ส่วนใต้ตัวเครื่อง ขวาสุดจะเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และทางซ้ายเป็นรูไมโครโฟน และพอร์ต USB Type-C

ต่อกันที่ฝาหลัง กล้องหลังจะถูกติดตั้งมา 3 เลนส์เรียงกันเป็นแนวนอน ประกอบไปด้วย เลนส์หลัก Sony IMX686 ความละเอียด 64MP, เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 13MP และเลนส์ Macro ความละเอียด 2MP นอกจากนี้ข้างๆ ยังเป็นไฟแฟลช และรูไมโครโฟน

ดีไซน์ฝาหลังจะใช้เป็นพื้นผิวแบบเงาสะท้อน ด้านล่างมีไฟ RGB ในโลโก้ ROG ซึ่งเป็นการดีไซน์แบบจุดรวมกับจนเกิดภาพ

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง Asus ROG Phone 5
  • อะแดปเตอร์ พอร์ต USB Type-C จ่ายไฟ 65W
  • สาย USB Type-C To Type-C (เป็นสายถักสีดำ)
  • เข็มนำถาดซิมออก
  • เคสพลาสติก Aero Case
  • สติ๊กเกอร์
  • คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

สเปคของ Asus ROG Phone 5

  • ขนาดตัวเครื่อง : 173.00 x 77.00 x 9.90 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 239 กรัม
  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED กว้าง 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2448x1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate สูงสุด 144Hz สนับสนุนคอนเทนด์ HDR10 กับ HDR10+ ความสว่างสูงสุด 1,200nits และมีการเคลือบด้วยกระจก Gorilla Galss Victus
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 888 5G
  • ชิปกราฟฟิก : Adreno 660
  • RAM : 8GB LPDDR5
  • ROM : 128GB UFS 3.1
  • ระบบปฏิบัติการ : ROG UI บนพื้นฐาน Android 11
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช
    - เลนส์หลักเซนเซอร์ Sony IMX686 ความละเอียด 64MP
    - เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 13MP
    - เลนส์ Macro ความละเอียด 2MP
  • กล้องหน้า ความละเอียด 24MP
  • เครือข่าย : 5G สนับสนุน NanoSIM 5G ทั้ง 2 ช่อง
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB Type-C
  • ระบบความปลอดภัย : สแกนใบหน้า และสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่ด้านหน้า (lossless sound)
  • แบตเตอรี่ : 6,000mAh สนับสนุนชาร์จเร็ว 65W

RAM และพื้นที่เก็บข้อมูล
สำหรับ Asus ROG Phone 5 จะได้ RAM 8GB และ ROM 128GB ซึ่งน้อยกว่า 2 รุ่นพี่ แต่ยังเป็นเทคโนโลยี LPDDR5 กับ UFS 3.1 ทำให้การทำงานมีความราบรื่น อ่านเขียนข้อมูลรวดเร็วอยู่ เมื่อเปิดเครื่องมาครั้งแรกระบบจะกินพื้นที่ไป 16.30GB ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานจริงๆ ประมาณ 111GB

ระบบปฏิบัติการ
Asus ROG Phone 5 จะรันบนระบบปฏิบัติการ ROG UI บนพื้นฐาน Android 11 ซึ่งมีการปรับแต่งให้ทันสมัยดูล้ำๆ ตามสไตล์สมาร์ทโฟนเกมมิ่ง ส่วนฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ ก็จัดเต็มเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ

หน้าจอหลัก
ในหน้าจอหลักจะมีการเน้นดีไซน์ไอคอนแอพฯ แบบกลมๆ พร้อมล้อมด้วยขอบสีขาว แต่จะมีการเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเมื่อเปิด X-Mode ส่วนการเก็บแอพฯ จะมีการเก็บไปยังหน้าจอหลัก และถาดรวมแอพฯ

Wallpaper และ Theme
การปรับแต่ง Wallpaper และ Theme ทาง Asus ROG Phone 5 ก็จะมีคลังเป็นของตัวเองให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบฟรีๆ ซึ่ง Wallpaper ก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งแบบ Live และแบบนิ่ง แถมยังมีลวดลายแบบตามเกมต่างๆ อีกด้วย ในขณะที่ Theme ก็มีเปลี่ยนเป็นแบบฉบับสวยงาม หรือธีมเกมสวยๆ และมีการเปลี่ยนไอคอนแอพฯ เป็นสี่เหลี่ยมด้วยในบางธีม

การนำทางของระบบ
เริ่มต้นมา Asus ROG Phone 5 จะใช้ปุ่มนำทางแบบ 3 ปุ่มคือ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่มแอพฯ ก่อนหน้า ซึ่งหากใครอยากเปลี่ยนเป็นท่าทางการสั่งการ ก็สามารถเปลี่ยนได้ โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > แถบนำทางของระบบ

โหมดมืด
ในต้องบอกว่าใครอยากเปลี่ยนเป็นโหมดสว่างมากกว่า เพราะเริ่มเครื่องมาตอนแรก Asus ROG Phone 5 จะปรับเป็นธีมมืดให้ทันที ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ใช้งานได้สบายตามากขึ้นในที่แสงน้อย และประหยัดพลังงานไปในตัว เพราะหน้าจอเป็นพาแนล AMOLED ส่วนใครอยากเปลี่ยนเป็นโหมดสว่าง ก็เข้าไปที่ การตั้งค่า > ชุดรูปแบบสีของระบบ

แอพฯ คู่ขนาน Twin Apps
แอพฯ คู่ขนาน หรือ Twin Apps จะเป็นการ Copy แอพฯ ที่ติดตั้งอยู่แล้วออกมาอีก 1 อัน ซึ่งส่วนใหญ่จะรองรับแอพฯ สังคมออลไน์ และแอพฯ แชท แต่ก็ยังมีบางเกมที่ใช้ฟังก์ชั่นนี้ได้เช่นกัน สามารถเข้าไปใช้งานได้ที่ การตั้งค่า > ชั้นสูง > Twin Apps

Always-on Panel
โหมด Always-on Panel หรือที่รู้จักกันในนาม Always On Display จะเป็นการบอกข้อมูลบางส่วนในขณะพักหน้าจอ ซึ่ง Asus ROG Phone 5 จะพิเศษตรงที่มีดีไซน์นาฬิกาที่สวยงาม สามารถเข้าไปเปิดใช้งาน และเลือกได้ที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > Always-on Panel > รูปแบบนาฬิกา

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพความเร็ว AnTuTu Benchmark : 811,320 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวม Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core : 1124 คะแนน และ Multi-Core : 3462 คะแนน
  • ผลการทดสอบกราฟิกด้วย 3D MARK (Wild Life) : 5729 คะแนน
  • ผลตรวจสอบระบบสัมผัสหน้าจอแบบ Multitouch สูงสุด 10 จุด

ทดสอบเซ็นเซอร์ด้วยโปรแกรม Android Sensor Box พบเซ็นเซอร์ดังนี้

  • Accelerometer Sensor ตรวจวัดความเร่งจากการโน้มเอียง
  • Light Sensor ตรวจจับแสงสว่าง
  • Orientation Sensor ตรวจวัดความเอียง
  • Proximity Sensor ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนาแนบหู
  • Gyroscope Sensor ตรวจวัดการทรงตัว
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

หน้าจอแสดงผล
ในการเป็นสมาร์ทโฟนเพื่อการเล่นเกม เรื่องของหน้าจอต้องสัมผัส และแสดงผลได้รวดเร็ว ซึ่ง Asus ROG Phone 5 ก็ตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ดี ด้วยการใส่หน้าจอพาแนล Samsung AMOLED สนับสนุนคอนเทนด์ HDR10+ พร้อมอัตรา Refresh Rate สูงสุดถึง 144Hz มีโหมดการปรับอัตโนมัติตามความเหมาะสมในการใช้งาน ส่วนอัตราการตอบสนองสัมผัสอยู่ที่ 300Hz มีความหน่วงเพียง 24.3 มิลลิวินาที เท่านั้น ซึ่งการใช้งานจริงก็ถือว่าแสดงผลได้ดีทีเดียว และยังมีการสัมผัส และการแสดงผลเพื่อการเล่นเกมได้อย่างดี ทั้งนี้ยังมีความแข็งแกร่งสูงเกิดรอยขีดขวนได้ยาก เพราะมีการเคลือบด้วยกระจก Gorilla Glass Victus อีกชั้น

*** วิธีเข้าไปปรับอัตรา Refresh Rate ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > การแสดงผล > อัตราการรีเฟรช

ระบบเสียง
ถือว่าระบบเสียงเป็นจุดเด่นของ Asus ROG Phone Series มาตลอด โดยคิวของ Asus ROG Phone 5 ก็ยังสานต่อจุดเด่นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยลำโพงเป็นลำโพงคู่ด้านหน้า วัสดุที่ใช้เป็นแม่เหล็ก 7 ชั้น ทำให้เสียงออกมาบาลานส์สมจริง รองรับระบบ Hi-Res Audio และยังร่วมมือปรับแต่งเสียงกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Dirac เพื่อให้เสียงออกมารื่นหูราวกับอีกโลก นอกจากนี้ Asus ROG Phone 5 ยังรองรับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร พร้อมกับ High-end codec

ส่วนในการทดลองใช้ในการเล่นเกม ก็ถือว่าให้ความดังคมชัดที่ยอดเยี่ยม เพราะมีระบบ GameFX audio ทำให้เสียงเอฟเฟค และบรรยากาศต่างๆ มีความสมจริง ฟังดูแล้วได้อารมณ์ในตอนเล่นเกมแบบมาเต็ม

ทดสอบการเล่นเกม
ในฐานะที่ Asus ROG Phone 5 เป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง การเล่นเกมต้องจัดเต็มได้เป็นธรรมดา ด้วยการขับเคลื่อนของขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 888 ชิปกราฟฟิก Adreno 660 และยังมีการเปิดเกมที่รวดเร็ว ด้วยการผสมผสานกับ RAM แบบ LPDDR5 และ ROM แบบ UFS 3.1 นอกจากนี้ยังมีหน้าคลังเกม ที่เปลี่ยนรูปแบบเกมให้คล้ายๆ คอนโซล พร้อมกับตัวเลือกการปรับประสิทธิภาพก่อนเล่นเกม เพื่อให้เล่นเกมได้อย่างเหมาะสม และมีการใช้พลังงานอย่างจำเป็น

ในการทดสอบกับเกม PUBG Mobile สามารถเล่นได้ในระดับ Ultra HD และดัน fps ที่ Ultra ซึ่งการเล่นก็ไหลลื่น พร้อมได้ภาพสวยๆ เต็มอิ่มกับการเล่นมากๆ

ต่อมาเป็นเกม LOL Wild Rift เกมแนว MOBA ซึ่งปรับปรับฟิกในระดับสูงสุดได้สบายๆ และยังดัน FPS ได้ถึง 120fps อีกด้วย เรียกว่าจัดหนักๆ ได้เลย ไม่ว่าจะตอนบวกทีมไฟต์ ใส่สกิลกันแบบรัวๆ fps ก็ยังไม่ตก

ส่วนเกม Genshin Impact เอาจริงๆ จะปรับระดับสูงสุด และดัน fps ที่ 60fps ก็ยังได้ แต่ตัวเครื่องจะร้อนมาก อาจจะส่งผลในระยะยาว เอาเป็นว่าแนะนำให้เล่นแบบ ปานกลาง หรือต่ำ แล้วไปปรับ fps เป็น 60fps ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ลื่นในเกมนี้

Game Genie
ในส่วน Game Genie จะเป็นถาดเครื่องมือในระหว่างเล่นเกม ซึ่งจะช่วยปรับแต่งการใช้งานต่างๆ และเปิดฟังก์ชั่นสำหรับการเล่นเกมอย่างเช่น เพิ่มเป้าเล็ง, การชาร์จแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่, บล็อกการแจ้งเตือนสานเรียกเข้า เป็นต้น หรือไว้ดูข้อมูล fps, ความร้อน และความเร็ว CPU ก็ทำได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากเกม

ระบบ AirTriggers 5
ระบบ AirTriggers 5 จะช่วยในการสั่งการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีทั้งปุ่มเสริม Ultrasonic และการเอียงตัวเครื่องอย่าง Motion Control แถมยังมีระบบการบีบตัวเครื่องเพื่อออกคำสั่งอีกด้วย

  • Ultrasonic : จะเหมาะปุ่มเสริมที่ช่วยให้เล่นเกมได้สะดวกมากขึ้น และปุ่ม Ultrasonic ไม่ได้มีดีเพียงแค่กดครั้งเดียว เพราะยังเลือกเป็นอย่างอื่นได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับเกมที่กำลังเล่นอยู่ โดยมีให้เลือกดังนี้
    - แตะ = ออกคำสั่ง 1 ครั้ง
    - ปุ่มพาร์ติชันคู่ = ปกติปุ่ม Ultrasonic จะอยู่ทางซ้ายและขวา เพียง 2 ปุ่ม แต่หากเลือกปรับเป็น ปุ่มพาร์ติชันคู่ จะทำให้ปุ่มนั้นแยกออกเป็น 2 ปุ่ม ซึ่งรวมๆ แล้วจะมี 4 ปุ่มให้กดใช้งาน
    - ปัดนิ้ว
    - เลื่อนแนวนอน
    - เลื่อนแนวตั้ง

  • Motion Control : จะเป็นการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหว เช่นเอียงเครื่องไปทางซ้ายขวา หรือไปข้างหน้า เป็นต้น ซึ่งการควบคุมนี้ เหมาะกับเกมอย่างรถแข่ง

  • นอกจากนี้ AirTriggers 5 ยังรองรับระบบการบีบตัวเครื่อง เพื่อออกคำสั่ง โดยการบีบจะแย่งเป็น บีบค้าง และบีบสั่นๆ ซึ่งทั้ง 2 อย่างสามารถเลือกได้ว่าให้เปิดใช้งานอะไร ซึ่งค่าเริ่มต้นจะเป็น บีบค้าง = เปิด X-Mode และบีบสั้น = เรียกใช้งาน Google Assistant ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะลงแรงบีบมากแค่ไหน ถึงจะเป็นการสั่งการ ซึ่งสามารถปรับได้สูงสุด 11 ระดับ (ระดับ 11 จะใช้แรงบีบมากที่สุด)

X-Mode
สำหรับ X-Mode จะเป็นโหมดพิเศษเร่งประสิทธิภาพในการใช้งานแอพฯ ต่างๆ รวมไปถึงเกม ซึ่งระบบจะทำการเพิ่มประสิทธิภาพห้แบบจัดเต็ม เพื่อให้ใช้งานได้แบบลื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นดันประสิทธิภาพของ CPU, GPU, RAM, ปรับขีดจำกัดความร้อน และเปิดรับสัญญาณ Wi-Fi ทั้ง 2 คลื่น สามารถเปิดใช้งาน X-Mode ได้ที่ถาดเครื่องมือด่วน เมื่อเปิด

AeroActive Coolor 5
AeroActive Coolor 5 เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อลดอุณหภูมิในเครื่อง โดยเป็นพัดลมที่ช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 15 องศา และยังมีปุ่มกดเสริมเพิ่มมาให้อีก 2 ปุ่ม สามารถปรับแต่งการใช้งานได้ในหน้าต่าง AirTriggers 5

ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi 6E และสัญญาณ 5G
Asus ROG Phone 5 พร้อมให้เล่นเกมได้ในทุกๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอก เพราะตัวเครื่องมีการสนับสนุนสัญญาณมือถือ 5G ซึ่งให้การเล่นเกมนอกบ้านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนการเชื่อมต่อ Wi-Fi ก็เป็นมาตรฐาน Wi-Fi 6E โดย่ชวยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียร และรวดเร็วสูงสุด ทั้งนี้ภายในยังมีเสาสัญญาณแบบ HyperFusion สลับการใช้งานทั้ง 5G และ Wi-Fi อย่างชาญฉลาด และไม่มีอาการติดขัด

แสงไฟ Aura RGB
อีกอย่างสำหรับเกมเมอร์ที่ขาดไม่ได้ คือแสงไฟ RGB ซึ่ง Asus ROG Phone 5 ก็มีให้ปรับแต่งที่โลโก้ ROG ทางฝาหลัง ซึ่งจะมีให้แสดงไฟในหลายๆ การกระทำอย่างเช่น เล่นเพลง, ระหว่างใช้งาน X-Mode, เมื่อหน้าจอเปิดอยู่, สายเรียกเข้า, ตอนเล่นเกม, กำลังชาร์จ โดยแต่ละการกระทำก็สามารถเลือกปรับแต่งให้ไม่ซ้ำกันได้ ซึ่งจะมีให้เลือกทั้ง กะพริบ, เปิดค้าง, มาๆ หายๆ, หรือสายรุ้งก็มี พร้อมเลือกแสงไฟได้แบบหลากหลาย เพราะเป็นระบบแสงไฟ RGB

ระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยของ Asus ROG Phone 5 จะมาด้วยกัน 2 แบบคือ การสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และการสแกนใบหน้า ซึ่งทั้ง 2 อย่างมีการทำงานที่รวดเร็วไว้ใจได้ 

แบตเตอรี่
แบตเตอรี่ Asus ROG Phone 5 ถือว่าอึดเอาเรื่อง และมีระบบทีจัดการพลังงานที่ดีเยี่ยม โดยแบตเตอรี่มีขนาด 6,000mAh จากที่ใช้งานจริงด้วยเกม PUBG Mobile ปรับกราฟฟิกระดับ Ultra HD เฟรมเรตระดับ Ultra ใช้ความสว่าง 40% เปิด X-Mode และอัตรา Refresh Rate อัตโนมัติ จากแบตเตอรี่ 70% ใช้เวลาเล่น 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่ลดลงมาเหลือ 54%

ส่วนการชาร์จเร็ว Asus ROG Phone 5 จะสนับสนุนการชาร์จเร็ว 65W ผ่านสาย ซึ่งจากที่ทดลองชาร์จในช่วง 19% ใช้เวลาเพียง 45 นาที แบตเตอรี่ก็เต็ม 100% แล้ว

เพื่อการเล่นเกม พร้อมชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย Asus ROG Phone 5 ก็มีพอร์ต USB Type-C ให้ที่ข้างตัวเครื่อง ซึ่งใครที่เล่นเกมในแนวนอนก็จะจับเล่นได้อย่างถนัด 

กล้องถ่ายรูป
การใช้งานกล้องถ่ายรูปของ Asus ROG Phone 5 อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ก็ให้กล้องระดับเรือธงมาด้วย โดยเลนส์หลัก มีความละเอียด 64MP เป็นเซนเซอร์ Sony IMX686 ทั้งนี้ยังมีเลนส์ Ultrawide และ Macro เพื่อการถ่ายภาพในมุมไกล และใกล้ได้อย่างดี ทั้งนี้ยังถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุดถึง 8K พร้อมกับมีกล้องหน้า ความละเอียด 24MP

ตัวอย่างภาพจากกล้องSample & Photo

ASUS

ขอขอบคุณ : เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : Asus ROG Phone 5
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=464274

แคตตาล็อกตัวเครื่อง : https://www.siamphone.com/spec/asus/rog_phone_5.htm

อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 18 มิถุนายน 2564

VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์