REVIEW

TAG Heuer Connected Calibre E4 หนึ่งในสมาร์ทวอทช์ตัวหรูสุดพรีเมี่ยมประจำปี 2022

TAG Heuer Connected Calibre E4 คือสมาร์ทวอทช์ระดับ Luxury ตัวจริงในปี 2022 ด้วยความเป็นแบรนด์ TAG Heuer ที่ช่ำชองเรื่องของนาฬิกาอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ TAG Heuer Connected Calibre E4 ตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับพรีเมี่ยม ที่กำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ได้เป็นอย่างดี โดย TAG Heuer Connected Calibre E4 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ผสมผสานระหว่างความหรูหรา และเทคโนโลยีตามแบบฉบับสมาร์ทวอทช์ได้อย่างลงตัว ที่สำคัญยังสวมใส่ไปในโอกาสต่างๆ ได้ทุกแนว ไม่ว่าจะออกงาน ไปเที่ยว หรือออกกำลังกาย ก็ดูเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้ทุกรูปแบบ สำหรับ TAG Heuer Connected Calibre E4 จะรันบนระบบปฏิบัติการ Wear OS 2 มีโหมดออกกำลังกายมาพร้อม และระบบตรวจจับการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง แน่นอนว่าการใช้งานมีความราบรื่น และใช้งานได้แบบง่ายๆ อีกด้วย ส่วนรุ่นที่ได้มารีวิวจะเป็น TAG Heuer Connected Calibre E4 ขนาด 42 มิลลิเมตร

พรีเมี่ยมมาตั้งแต่กล่อง
ไม่ได้มีแต่ตัวสมาร์ทวอทช์เท่านั้นที่ทาง TAG Heuer ตั้งใจทำออกมา เพราะทางกล่องใส่ TAG Heuer Connected Calibre E4 ก็มีการออกแบบมาอย่างพรีเมี่ยมเช่นกัน โดยกล่องมีสีดำด้าน รูปทรงเป็นหีบแบบเปิดปิด พร้อมแม่เหล็กดูดฝาพับ ภายในมีอุปกรณ์มาให้พร้อม ทั้งแท่นชาร์จแบบใหม่, สาย USB Type-C To Type-A และอะแดปเตอร์จ่ายไฟ

ดีไซน์ตัวเรือน TAG Heuer Connected Calibre E4
ตัวเรือนของ TAG Heuer Connected Calibre E4 ขนาด 42 มิลลิเมตร จะเป็นไปตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ TAG Heuer ซึ่งจะมีความหนาชึ้นมาเล็กน้อย ด้วยขนาด 13.9 มิลลิเมตร แต่เมื่อสวมใส่ก็ดูไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง ส่วนทางขวาตัวเรือนจะมีเม็ดมะยม สามารถกดเปิดแอพฯ ทั้งหมด หรือหมุนเพื่อเลื่อนเมนู นอกจากนี้ยังปุ่มใช้งานอีก 2 ปุ่มอยู่ข้างบน และข้างล่างล่าง เพื่อเป็นปุ่มเลือก หรือสั่งการแบบทางลัด ในขณะวัสดุที่ใช้ไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเป็นเหล็กอย่างดีทั้งตัวเรือน ไม่เว้นแต่ปุ่มกดก็เป็นเหล็กเช่นกัน และมีความเงาสีเงินทั้งตัวเรือน แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่หนักขึ้นพอสมควร แต่จากที่ลองใส่จริงก็ไม่ได้หนักมากขนาดนั้น

 

สายรัดข้อมือขนาดเท่ารุ่นก่อน เอามาใช้แทนกันได้
ตัวที่ได้มาจะเป็นสายรัดแบบซิลิโคน มีรูระบายอากาศเป็นจุดๆ ตามสาย ซึ่งเหมาะกับการออกกำลังกาย ส่วนตัวรัดที่เป็นแบบข้อล็อก ซึ่งสามารถสวมใส่ และถอดออกได้ง่ายๆ ทั้งนี้ตัวสายเองสามารถถอดเปลี่ยนได้เอง และสามารถนำสายของ TAG Heuer Connected Calibre E3 มาเปลี่ยนใช้งานได้อีกด้วย เพราะมีขนาดที่เท่ากัน อย่างไรก็ตาม TAG Heuer Connected Calibre E4 ยังมีให้เลือกสายอีก 2 แบบคือ สายหนัง และสายเหล็ก

หน้าปัดแบบ Glass Dome จอสว่างเห็นชัดเจน
TAG Heuer Connected Calibre E4 จะมีหน้าปัดแบบ Glass Dome ซึ่งเป็นกระจกโค้งนูนขึ้นมา และกระจกในรุ่น 42 มิลลิเมตร ยังครอบทับไปถึงส่วนขอบ หรือ Bezel อีกด้วย (ส่วน Bezel ไม่สามารถหมุนได้) ส่วนกระจกที่ใช้เป็นแบบ Sapphine Glass ซึ่งมีความแข็งแกร่งสูง ทนแรงกระแทก และการเกิดรอยชีดขวนได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงตัดแสงสะท้อนได้ดีมากๆ ช่วยให้หน้าจอสามารถแสดงผลในที่สว่างได้อย่างชัดเจน

หน้าจอแสดงผล แสดงผลได้ชัดเจนมาก
หน้าจอแสดงผลจะเป็นแบบทรงกลม รองรับการสัมผัส แต่จุดเด่นหลักคือ การแสดงผลที่ยอดเยี่ยม แสดงผลได้ชัดมากๆ หากเลือกหน้าปัดแบบอนาล็อกคลาสสิก มองผ่านๆ ก็แทบไม่รู้ว่าเป็นสมาร์ทวอทช์

วิธิเริ่มเชื่อมต่อครั้งแรก กับแอพฯ Google Fit
ขั้นตอนแรกต้องทำการดาวน์โหลดแอพฯ Google Fit มายังสมาร์ทโฟนก่อน โดยรองรับทั้ง Android 6.0 (รวมไปถึง Go Edition) และ iOS 13 ขึ้นไป จากนั้นไปที่แอพฯ Google Fit และทำการค้นหาอุปกรณ์ จะมี TAG Heuer Connected Calibre E4 เด้งขึ้นมาให้เชื่อมต่อ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนได้เลย

ซิงค์ข้อมูลผ่านแอพฯ TAG Heuer Connected
TAG Heuer Connected Calibre E4 จะมีการทำงานร่วมกับแอพฯ TAG Heuer Connected เพื่อทำการเปลี่ยนรูปแบบหน้าปัด และซิงค์ข้อมูลการออกกำลังกายต่างๆ ไว้ในแอพฯ นี้ อย่างไร้ก็ตาม ยังสามารถซิงค์ข้อมูลการออกกำลังกายไปยังแอพฯ Strava และ Google Fit ได้อีกด้วย

 

เปลี่ยนหน้าปัดได้หลากดีไซน์ ทั้งแบบดิจิตอล และอนาลอก
การเปลี่ยนหน้าปัด ก็มีตัวเลือกที่หลายแบบทั้งดิจิตอล และอนาล็อก รวมไปถึงการปรับแต่งหน้าปัดก็ค่อนข้างมีความอิสระพอสมควร ที่สำคัญยังมีดีไซน์จาก Porsche แบรนด์รถหนูชื่อดัง ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง TAG Heuer ส่วนการเลือก Widget บนหน้าปัด ต้องทำการกด 2 ครั้ง จากนั้นจะมีตัวเลือก Widget ที่ต้องการขึ้นมาให้เลือก

 

 

รองรับโหมด Always On Display
TAG Heuer Connected Calibre E4 รองรับโหมด Always On Display ด้วยการเข้าไปที่ เฟืองการตั้งค่า (ปัดหน้าปัดลง) > จอแสดงผล > เปิดหน้าจอตลอดเวลา โดยโหมด Always On Display เมื่อหน้าจอไม่ได้มีการใช้งานจะเข้าสู่โหมดนี้แบบอัตโนมัติ และจะแสดงเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ อย่างเช่นเข็มนาฬิกา เป็นต้น ส่วนรูปแบบจะเปลี่ยนไปตามดีไซน์หน้าปัดที่ผู้ใช้งานเลือก

ระบบปฏิบัติการ Wear OS 2 จาก Google
ระบบปฏิบัติการจะรันบน Wear OS 2 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทวอทช์ ทำให้ TAG Heuer Connected Calibre E4 ทีการใช้งานที่ลื่น และใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้ในอนาคตยังรองรับการอัปเดตเป็น Wear OS 3 อีกด้วย

ดาวน์โหลดแอพฯ ได้ทันที จาก Play Store
ด้วยความเป็น Wear OS 2 ทำให้มีการบริการจากทาง Google ติดตั้งมาด้วย ซึ่งจะมี Play Store ช่วยให้ดาวน์โหลดแอพฯ เสริมมาใช้งานได้อีกเยอะ ช่วยเพิ่มขีดจำกัด และประสิทธิภาพการใช้งานให้กับ TAG Heuer Connected Calibre E4 ได้อย่างดี

โหมดออกกำลังกาย TAG Heuer Sports
โหมดออกกำลังหายก็ใช้งานจากแอพฯ ติดตั้งมาจากโรงงานที่ชื่อว่า TAG Heuer Sports ซึ่งในนั้นก็มี วิ่งกลางแจ้ง, วิ่งในร่ม, เดิน, ว่ายน้ำ เป็นต้น จากที่ทดสอบการใช้งานกับโหมดเดิน ระบบก็มีการบอกระยะทาง การเต้นของหัวใจ ความเร็ว และจำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญไป โดยทั้งหมดสามารถดูได้จากหน้าปัด และเป็นการบอกแบบเรียลไทม์

 

 

โหมดโค้ชออกกำลังกายแบบอนิเมชั่น
ตรงนี้ชอบมากๆ สำหรับโหมดโค้ชออกกำลังกายแบบอนิเมชั่น ซึ่งจะเป็นอนิเมชั่นโค้ชคอยแนะนำว่า ควรออกกำลังกายท่าไหน ถึงจะเพิ่มกล้ามเนื้อในส่วนนั้น ตามที่ผู้ใช้ได้เลือกโปรแกรม ซึ่งถือว่าเป็นโหมดออกกำลังกายแบบหนัก แน่นเสริมสร้างกล้ามเนื้อเป็นส่วน โดยเข้าไปใช้งานได้ที่ แอพฯ TAG Heuer Sports > การออกกำลังกาย > การออกกำลังกาย 7 นาที

ของฝากนักกอล์ฟ กับโหมดออกกำลังกายพิเศษ TAG Heuer Golf
เรียกว่าเป็น Signature ของแบรนด์ TAG Heuer ก็ว่าได้ เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมตีกอล์ฟ ซึ่ง TAG Heuer Connected Calibre E4 ก็ใส่โหมดตีกอล์ฟมาให้ และเป็นแอพฯ TAG Heuer Golf โดยระบบจะให้เลือกสนามกอล์ฺฟที่ต้องการไปตี ซึ่งมีให้สนามกอล์ฟใกล้ๆ ขึ้นมาให้เลือก (รองรับสนามกอล์ฟในไทย) จากนั้นจะวาดแผนที่ในแต่ละหลุม พร้อมติดตามตำแหน่งผ่านระบบ GPS

มีระบบติดตามการเต้นของหัวใจตลอดทุกกิจกรรม
ด้านติดตามสุขภาพ TAG Heuer Connected Calibre E4 ก็มีการติดตามการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามการเต้นของหัวใจระหว่างการออกกำลังกายได้ โดยข้อมูลจะถูกซิงค์ไปยังแอพฯ TAG Heuer Connected

 

รับการแจ้งเตือน พร้อมตอบกลับได้ทันที
TAG Heuer Connected Calibre E4 สามารถรับการแจ้งเตือน พร้อมตอบข้อความแชทได้ทันทีจากตัวสมาร์ทวอทช์ ซึ่งการตอบข้อความก็มีให้ใช้งานครบเครื่อง ทั้ง Emoji, ตอบข้อความสั่น, พิมพ์ตอบ หรือแม้แต่ใส่ข้อความเสียงก็ได้เช่นกัน แต่ต้องทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth ถึงจะได้รับการแจ้งเตือน ส่วนการโทรเข้าก็ได้รับการแจ้งเตือนมายัง TAG Heuer Connected Calibre E4 เช่นกัน แต่เมื่อรับสายจะต้องคุยผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น

 

รองรับการสั่งการด้วยเสียง Google Assistant
การสั่งการด้วยเสียงก็ทำได้เช่นกัน โดย TAG Heuer Connected Calibre E4 มีระบบ Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะของทาง Google โดยการใช้งานให้กดปุ่มเม็ดมะยมค้างเอาไว้ จากนั้นจะมี Google Assistant เด้งขึ้นมาให้สั่งการ

ความอึดของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มีความอึดขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า แต่หลักๆ ก็ยังเน้นให้ใช้งานแบบวันต่อวัน ใช้กลางวันชาร์จกลางคืน แต่จากที่ทดสอบใช้งานแบบไม่หนักมาก ก็ยังสามารถใช้งานได้ 1 วันกว่าๆ และเหลือแบตเตอรี่อีก 10 กว่าเปอร์เซ็น

แท่นชาร์จอย่างสวย แปลงเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะได้
แท่นชาร์จถือว่าทำออกมาได้สวยงามทีเดียว โดยเป็นแบบแท่นแนวตั้ง เมื่อวาง TAG Heuer Connected Calibre E4 ลงไปชาร์จ หน้าจอจะพลิกไปเป็นแนวนอน สามารถดูสถานะแบตเตอรี่ และวันกับวันที่ได้ เสมือนเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ ไว้นอนดูระหว่างชาร์จ

สรุปราคา TAG Heuer Connected Calibre E4
TAG Heuer Connected Calibre E4 ถือว่าเป็นอีกสมาร์ทวอทช์ระดับ Luxury ที่น่าสนใจทีเดียว แต่ด้วยความพรีเมี่ยมก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แรงเอาเรื่อง โดย TAG Heuer Connected Calibre E4 ขนาด 42 มิลลิเมตร จะมีราคาอยู่ที่ 69,000 บาท ส่วนรุ่น 45 มิลลิเมตร จะมีราคาอยู่ที่ 78,500 บาท ด้านการจัดจำหน่ายก็หาซื้อได้ช้อปของ TAG Heuer ได้เลย

อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลนาฬิกา

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 24 พฤษภาคม 2565

VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์