REVIEW

รีวิว iPad 10.9 Gen 10 ปรับดีไซน์ใหม่พร้อมเข้าพวก แต่ยังรองรับแค่ Apple Pencil รุ่น 1

Samsung

รีวิวแท็บเล็ต iPad 10.9 Gen 10 - แอปเปิ้ล

iPad รุ่นปกติ 10.9 นิ้ว ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงรุ่นที่ 10 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งทาง Apple ก็ได้ฤกษ์ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เหมือนกับ 2 ตัวรุ่นพี่ทั้ง iPad Pro และ iPad Air ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้า โดย iPad 10.9 Gen 10 จะไม่มีปุ่มโฮม และใช้ดีไซน์ตัวเครื่องแบบขอบเรียบ ดูทันสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ยังมีอัปเกรดในส่วนต่างๆ มากขึ้นจาก Gen 9 ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตที่ขยับมาใช้ A14 Bionic กล้องหลังเพิ่มความละเอียดเป็น 12MP พอร์ตการเชื่อมต่อเปลี่ยนเป็น USB Type-C พร้อมอุปกรณ์เสริมที่เข้ามาช่วยให้ใช้งานได้สะดวก แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือ Apple Pencil ที่ยังรองรับเพียง Apple Pencil รุ่น 1 เท่านั้น

รูปลักษณ์ภายนอกLook & Design

iPad 10.9 Gen 10 มีการปรับดีไซน์ใหม่ เป็นแบบขอบเรียบ โดยมีขนาดรอบตัวเครื่องที่ 248.6x179.5x7.0 มิลลิเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 477 กรัม (Wi-Fi) และ 481 กรัม (Wi-Fi+Cellular)

หน้าจอแสดงผล Liquid Retina พาแนล IPS กว้าง 10.9 นิ้ว ความละเอียด 2360x1640 พิกเซล ปรับความสว่างได้สูงสุดได้ 500nits

กล้องหน้ามีการปรับตำแหน่งใหม่ จากเดิมจะอยู่ด้านบนหน้าจอ แต่ iPad 10.9 Gen 10 จะย้ายมาอยู่ขอบข้างตัวเครื่อง โดยเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 12MP

ด้านซ้ายตัวเครื่อง มีแผงแม่เหล็กสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริม

ด้านขวาตัวเครื่อง มีปุ่มอยู่ 2 ปุ่มคือ ปุ่มเพิ่มเสียง และลดเสียง ถ้าเป็นรุ่น Cellular จะมีถาดใส่ซิมการ์ด 5G อยู่ล่างสุด

ข้างบนจะมีช่องลำโพงเสียง 2 ฝั่งซ้าย กับขวา ส่วนขวาสุดเป็นปุ่มเพาเวอร์ และยังเป็นที่สแกนลายนิ้วมือ TouchID

ข้างใต้ตัวเครื่อง ก็มีลำโพงอีก 2 ฝั่งซ้ายขวา และตรงกลางเป็นพอร์ต USB Type-C

ด้านหลังสวยงามตามฉบับ Apple iPad ซึ่งมีกล้องหลังอยู่มุมบนซ้าย ความละเอียด 12MP ถัดลงมาเป็นไมโครโฟน ตรงกลางฝาหลังเป็นโลโก้ Apple เงาสะท้อน และล่างสุดเป็นข้อความ iPad

อุปกรณ์ภายในกล่อง

  • ตัวเครื่อง iPad 10.9 Gen 10
  • สาย USB Type-C To Type-C (สายถัก)
  • อะแอปเตอร์ Type-C จ่ายไฟ 20W
  • สติ๊กเกอร์ Apple
  • คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

จุดเด่นน่าสนใจSpecial & Features

ปรับเปลี่ยนดีไซน์ เข้าพวกกับ iPad รุ่นใหม่ๆ
ต้องบอกว่า iPad 10.9 Gen 10 มีดีไซน์เปลี่ยนไปจาก Gen 9 ที่ให้สวยดูดีขึ้นตามแบบฉบับรุ่นพี่ iPad Pro และ iPad Air โดยใช้ดีไซน์แบบขอบเรียบ และตัดปุ่มโฮมออกไป ทำให้หน้าจอดูน่าใช้งานมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกสีสันถึง 4 แบบคือ สีเงิน, สีฟ้า, สีชมพู, และสีเหลือง ทั้งหมดเป็นแบบผิวด้านดูพรีเมี่ยม แม้ว่าเป็น iPad ตัวธรรมดาก็ตาม

หน้าจอแสดงผล Liquid Retina ใช้งานได้ดี แต่สเปคไม่ถึงรุ่นพี่
การดีไซน์ และขนาดหน้าจอของ iPad 10.9 Gen 10 แทบจะเหมือน iPad Air M1 แต่เอาจริงๆ หน้าจอของ iPad 10.9 Gen 10 ถูกลดสเปคบางสวนออกไป โดยหน้าจอไม่ได้เป็นขอบภาพสีกว้าง P3 และไม่ได้เคลือบสารกันแสงสะท้อน แต่ยังดีที่มีการเคลือบสารกันรอยนิ้วมือ และยังรองรับการใช้งาน True Tone ส่วนการใช้งานก็ถือว่าปกติในการใช้งานทั่วไป ดูคอนเทนด์สตรีมมิ่ง วาดรูป จดงาน พิมพ์เอกสาร เล่นเกมถือว่ากว้างกำลังดีกับขนาด 10.9 นิ้ว จากเดิม iPad 10.9 Gen 9 มีขนาดความกว้างเพียง 10.2 นิ้ว

ชิปเซ็ตแรงขึ้นด้วย A14 Bionic
เอาจริงๆ การใช้งานพื้นฐานทั่วไปกับชิปเซ็ต A13 Bionic ที่อยู่ใน iPad 10.9 Gen 9 ก็ถือว่าสอบผ่านได้แบบสบายๆ ซึ่ง iPad 10.9 Gen 10 ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตที่ใหม่ขึ้นอย่าง A14 Bionic ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร สามารถใช้งาน ดูคอนเทนด์สตรีมมิ่ง วาดรูป จดงาน พิมพ์เอกสาร หรือเล่นเกม ได้ไม่มีปัญหา ส่วนการใช้ที่หนักขึ้นแบบงานด้านตัดต่อ มีการเรนเดอร์เยอะๆ อาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าไหร่

ทดสอบการเล่นเกม
ด้วยชิป A14 Bionic ก็ทำให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมบน iPad 10.9 Gen 10 อยู่ในระดับสูง สามารถเล่นเกมที่ต้องการสเปคสูงๆ พร้อมปรับกราฟฟิกแบบสวยงามสุดได้สบายๆ โดยเกมที่ทดสอบใช้เป็น Apex Legend Mobile ก็เรียกว่าเล่นได้ลื่นๆ พร้อมเฟรมเรตที่ 60fps ตลอดเวลา ไม่มีอาการเฟรมเรตตกให้เห็น บนกราฟฟิกระดับ Extreme HD

ลำโพง Stereo ให้เสียงดังฟังชัด
เรื่องของระบบเสียงก็ชัดเจนดีไม่มีปัญหา โดย iPad 10.9 Gen 10 ถูกติดตั้งลำโพงมาแบบ Stereo ทำให้เสียงออก 2 ฝั่งอย่างมีมิติ นอกจากนี้ยังเป็นลำโพงคุณภาพดี มีเสียงเบสออกมา และเปิดสุดได้แบบเสียงไม่แตก

ยังรองรับ TouchID แม้ไม่มีปุ่มโฮม
ระบบความปลอดภัยไบโอเมตริก ยังคงใช้งานแบบ TouchID หรือการสแกนลายนิ้วมือ โดยที่สแกนจะอยู่ที่ปุ่มเพาเวอร์ทางด้านบนของขวาตัวเครื่อง ซึ่งจากเดิมจะอยู่ที่ปุ่มโฮม แต่ในเมื่อปุ่มโฮมโดนเอาออกไปก็จะอยู่ที่ปุ่มเพาเวอร์แทน ส่วนการสแกนก็ถือว่าทำได้ดี ปลดล็อกเครื่องได้รวดเร็ว แต่ต้องกดปลุกหน้าจอก่อนถึงสแกนลายนิ้วมือได้

ได้ใช้งานพอร์ต USB Type-C แล้ว
iPad 10.9 Gen 10 นอกจากจะมีการเปลี่ยนดีไซน์ เอาปุ่มโฮมออก ยังมีการเปลี่ยนมาใช้งานพอร์ต USB Type-C จากเดิม iPad 10.9 Gen 9 จะเป็นพอร์ต Lightning ก็ถือว่าช่วยในการชาร์จที่เร็วขึ้น และยังรองรับอุปกรณ์เสริมได้มากขึ้น ซึ่งต่างจากพอร์ต Lightning ที่มีข้อจำกันในการหาอุปกรณ์เสริมมาใช้งานด้วย

รองรับเพียง Apple Pencil รุ่นที่ 1 แต่พอร์ตเป็น USB Type-C
ใครจะใช้ Apple Pencil กับ iPad 10.9 Gen 10 อาจต้องคิดนานหน่อย เพราะรองรับเฉพาะ Apple Pencil รุ่นที่ 1 เท่านั้น และอย่าลืมว่า Apple Pencil รุ่นที่ 1 ช่องเสียบชาร์จเป็น USB Lightning แต่พอร์ตของ iPad 10.9 Gen 10 เป็นแบบ USB Type-C หากใครกำลังงงอยู่ ตัวแอดเองก็งงเช่นกัน ซึ่งเอาจริงๆ การใช้งานค่อนข้างดูขัดแย้งกัน แต่ทาง Apple ก็มีอะแอปเตอร์หัวแปลงรอขายไว้อยู่แล้ว ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 390 บาท ใครที่มี Apple Pencil รุ่น 1 อยู่แล้วก็ต้องเสียตังเพิ่มกันไป แต่ใครที่ซื้อ Apple Pencil รุ่น 1 ใหม่แกะกล่องจะได้ตัวอะแดปเตอร์แถมมาทันที

ส่วนการใช้งานก็แปลกๆ เพราะต้องต่อสาย USB Type-C To Type-C ที่แถมมาให้ เข้ากับหัวแปลงราคา 390 บาท จากนั้นจึงเสียบ Apple Pencil รุ่น 1 เพื่อชาร์จ ทั้งนี้ใครที่จะใช้งานแบบเสียบสายค้างไว้แบบนั้น ต้องบอกว่าเสียใจด้วย เพราะก่อนใช้งานต้องถอดออกมาก่อน จึงสามารถ Apple Pencil สัมผัสหน้าจอ หรือใช้วาดเขียนบนหน้าจอ

เคสแป้นพิมพ์ Magic Keyboard Folio
สายพิมพ์ควรมีติดไว้เลยสำหรับ สำหรับเคสแป้นพิมพ์ Magic Keyboard Folio ซึ่งเป็นเคสเป็นพิมพ์ที่ครบเครื่องมากๆ และยังให้ความรู้สึกเหมือนใช้ Macbook เพราะว่าแป้นพิมพ์มีการใส่ปุ่มฟังก์ชั่น 14 ปุ่ม (แถวบนสุด) และ TouchPad มาให้ ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวก ส่วนการตั้งวางก็ง่าย เพราะสามารถเปิดขาตั้งด้านหลังออกมาได้ แต่จุดสังเกตุมีเพียงเรื่องของน้ำหนัก ที่ค่อนข้างหนักพอควร หากยกไปไหนมาไหนพร้อมกับ iPad

เคสธรรมดา Smart Folio
ใครที่ไม่ใช้สายพิมพ์ เน้นใช้งานดูคอนเทนด์สตรีมมิ่ง หรือฟังเพลงมากกว่า ก็มีเคส Smart Folio มาให้ใช้งานแทนกันได้ โดยเคสเป็นแบบฝาเปิดปิด ในฝาภายในจะมีผิวสัมผัสแบบกำมะหยี่ป้องกันหน้าจอได้ และการใส่ตัวเครื่อง iPad 10.9 Gen 10 เข้ากับเคสก็ง่าย เพียงวางลงก็จะมีแม่เหล็กดูดเข้ากับเคสให้ทันที ทั้งนี้ยังรองรับฟีเจอร์เปิดปิดฝา เพื่อปลุก และหักหน้าจอ

แบตเตอรี่ และรองรับชาร์จเร็ว 20W
ด้านแบตเตอรี่ยังเท่าเดิมเหมือนกับ iPad 10.9 Gen 9 หากอิงจากที่ Apple เคลมมา จะสามารถดูวิดีโอ หรือท่องเว็บผ่าน Wi-Fi ติดต่อกันได้นาน 10 ชั่วโมง หากใช้ข้อมูล Cellular จะใช้งานติดต่อกันได้ 9 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็ว 20W จากการทดสอบชาร์จ จากแบตเตอรี่ 15% ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็กลับมาเต็ม 100% ส่วนอะแดปเตอร์ 20W ทาง Apple ก็แถมมาทันทีในกล่อง

ทดสอบการใช้งานกล้องถ่ายรูป
กล้องถ่ายรูปอาจไม่ใช่ความโดดเด่นของ iPad 10.9 Gen 10 แต่ก็มีการอัปเกรดกล้องหลังเพิ่มขึ้นเป็น 12MP ช่วยให้กล้องมีความชัดขึ้น และสามารถสแกน QR Code ได้ดีขึ้น ส่วนกล้องหน้ายังคงเป็นกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP พร้อมรองรับการใช้งาน Center Stage สำหรับใช้งานกับแอพฯ วิดีโอคอล

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง
กล้องหลังมีติดตั้งมาตัวเดียว โดยมีความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8 มีระบบออโต้โฟกัส ซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุด 5 เท่า และบันทึกวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60fps ในขณะที่โหมดการใช้งานยังไม่ค่อยมีมากนัก โดยจะมี พาโนรามา, ไทม์แลปส์ และสโลว์โมชั่น

กล้องหน้า
กล้องหน้ายังเป็นจุดขายของ iPad 10.9 Gen 10 โดยเป็นกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP ซึ่งจะถ่ายภาพมุมกว้างได้ดี และจากที่มีการปรับกล้องหน้ามาอยู่ข้างหน้าจอ ก็ทำให้การถ่ายภาพแบบวางแนวนอนได้สวย พร้อมดูพรีวิวได้อย่างชัดเจน และอยู่ตรงกลาง

รองรับการใช้งาน Center Stage
การใช้งาน Center Stage ก็สามารถใช้งานได้ปกติ ซึ่งการทำงานของ Center Stage คือจะให้คนที่อยู่ในเฟรมอยู่ตรงกลางตลอดแบบอัตโนมัติ แต่จะใช้ได้เฉพาะแอพฯ วิดีโอคอล เช่น FaceTime, Facebook Messenger, Google Meet, Zoom, Skype เป็นต้น ส่วนการบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้าจะไม่สามารถใช้งาน Center Stage ได้

เมนู & ฟังก์ชันMenu & Function

สเปคของ iPad 10.9 Gen 10

  • ขนาดตัวเครื่อง : 248.6x179.5x7.0 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก : 477 กรัม (Wi-Fi), และ 481 กรัม (Wi-Fi + Cellular)
  • หน้าจอแสดงผล : Liquid Retina พาแนล IPS-LCD กว้าง 10.9 นิ้ว ความละเอียด 2360x1640 พิกเซล ความละเอียดพิกเซล 264ppi ปรับความสว่าง 500nits และรองรับแสดงผล True tone
  • ชิปเซ็ต : Apple A14 Bionic
  • พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน : 64 / 256GB
  • ระบบปฏิบัติการ : iPad OS 16
  • กล้องหลัง : Wide ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/1.8
  • กล้องหน้า : Ultra-Wide ความละเอียด 12MP รูรับแสง f/2.4 มุมกว้าง 122 องศา
  • เครือข่าย : 5G สนับสนุน Nano SIM 1 ช่อง และ eSIM (เฉพาะรุ่น Wi-Fi+Cellular)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, พอร์ต USB Type-C
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่ Stereo
  • ระบบความปลอดภัยไบโอเมตริก : Touch ID สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มเพาเวอร์
  • แบตเตอรี่ : สนับสนุนชาร์จเร็วผ่านสาย 20W

ระบบปฏิบัติการ
iPad 10.9 Gen 10 รันบนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด iPadOS 16 ซึ่งจะเน้นกับการทำงานได้ไหลลื่น ในระหว่างใช้งาน 2 แอพฯ หรือจะเป็นการทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ รวมไปถึงระบบ SharePlay ที่จะแชร์ภาพ หรือเล่นเกมร่วมกับผู้อื่นได้สนุกขึ้น ส่วนการใช้งานอื่นๆ ใครที่เคยใช้งาน iPad มาก่อนก็ใช้งานได้ไม่ยาก

หน้าจอหลัก
หน้าจอหลักยังคงเป็นตามแบบฉบับ iPad โดยมีแอพฯ ทั้งหมดรวมอยู่ในหน้าจอหลัก และหน้าสุดท้ายเป็นโฟลเดอร์รวมแอพฯ ที่แบ่งตามประเภท ส่วนด้านล่างก็ยังมี Dock ให้เปิดใช้งานแอพฯ หรือไว้แบ่งหน้าจอ

Widget
Widget ก็ยังปรับแต่งได้ตามใจชอบ ซึ่งมีให้เลือกมากมาย พร้อมกับดีไซน์การวางบนหน้าจอหลักที่มีให้เลือกขนาดเล็กใหญ่ตามสดวก ทั้งนี้ยังมี Widget รูปแบบซ้อน เพื่อความสะดวกในการใส่ Widget หลายๆ อันบนหน้าจอ

True Tone
หน้าจอของ iPad 10.9 Gen 10 จะรองรับโหมด TrueTone ด้วย หากมีการเปิดใช้งานระบบ หน้าจอจะมีการปรับแสงสว่างให้เค้ากับบรรยากาศรอบๆ ซึ่งช่วยให้ใช้งานผ่านหน้าจอได้สบายตามากขึ้น

การแบ่งหน้าจอแสดงผล
การแบ่งหน้าจอแสดงผล หรือการใช้งาน 2 แอพฯ พร้อมกัน ทาง iPad 10.9 Gen 10 ก็สามารถใช้งานได้ดี และมีความลื่นในการทำงานมากๆ โดยการแบ่งหน้าจอจะมีให้เลือก 2 แบบคือ Split View และแบบ Slide Over (หน้าต่าง Pop-Up) ส่วนการแบ่งหน้าจอก็ง่ายๆ เพียงลากแอพฯ ที่อยู่ Dock ออกมา เวลาเปิดใช้งานแอพฯ ใดแอพฯ หนึ่งอยู่

การทดสอบความเร็วและการแสดงผลของเครื่อง

  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพตัวเครื่องด้วย AnTuTu Benchmark v9.1.3 ได้ 765,355 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพโดยรวมด้วย Geekbench 5 ได้คะแนน Single-Core ที่ 1589 และคะแนน Multi-Core ที่ 4145 คะแนน
  • ผลการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกด้วย 3DMark Wild Life Extreme ได้ 2,286 คะแนน

สรุป iPad 10.9 Gen 10
ในการใช้งานทั่วไป ถือว่า iPad 10.9 Gen 10 เป็นอีกแท็บเล็ตที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งในขนาดตัวเครื่อง และหน้าจอกำลังดี มีอุปกรณ์เสริมมาให้ครบ แต่ถ้าหากต้องการใช้ Apple Pencil ด้วยอาจจะแนะนำให้ขยับไปเป็น iPad Air M1 มากกว่า สุดท้ายนี้ iPad 10.9 Gen 10 ก็มีการวางขายไปไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยมี 4 สีให้เลือกคือ สีฟ้า, สีชมพู, สีเงิน, และสีเหลือง พร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ 17,900 บาท สามารถดูข้อมูล และราคาเพิ่มเติมได้ทางลิ้งค์ตรงนี้เลย https://www.apple.com/th/shop/buy-ipad/ipad

  • รุ่นความจุ 64GB (Wi-Fi) ราคา 17,900 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB (Wi-Fi) ราคา 23,900 บาท
  • รุ่นความจุ 64GB (Wi-Fi+Cellular) ราคา 23,900 บาท
  • รุ่นความจุ 256GB (Wi-Fi+Cellular) ราคา 29,900 บาท

Samsung

ข้อมูลผู้ใช้ร่วมแสดงความเห็นกับ : iPad 10.9 Gen 10
https://community.siamphone.com/viewtopic.php?t=468169

แคตตาล็อกตัวเครื่อง iPad 10.9 Gen 10
https://www.siamphone.com/spec/apple/ipad_(2022).htm

อ่าน

แบ่งปันบทความ

ข้อมูลมือถือ

รีวิวโดย: ปิตุภูมิ นันทวิทยา ภาพโดย: สิรภพ ผิวทอง
วันที่ 19 ธันวาคม 2565

VIEWS

แบ่งปันบทความ

สินค้าออนไลน์